สวัสดีทุกคนนะคะ เราขอแนะนำตัวนิดนึงน้าา เราชื่อหญิง ต้องขอบอกจุดเริ่มต้นก่อนที่จะสมัครออแพร์มาจากแม่ของเราเอง555 ซึ่งแม่ได้แนะนำโครงการออแพร์ให้รู้จัก ซึ่งตอนนั้นบอกเลยว่าตัวเราเองยังไม่รู้จักออแพร์มาก่อนเลย (เพราะหลังจากที่เราเรียนจบครูมาก็คือมุ่งหางานโรงเรียนทำและรอสอบบรรจุอย่างเดียว😄 ) จากนั้นเราก็เลยลองศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวการเป็นออแพร์ ซึ่งเป็นโครงการพี่เลี้ยงเด็กให้กับโฮสแฟมิลี่ พักอาศัยอยู่กับโฮส 1-2 ปี ได้รับค่าตอบแทน และได้รับทุนการศึกษาจากครอบครัวอุปถัมภ์ แต่ที่แน่ๆคือเราจะได้พัฒนาการฝึกใช้ภาษากับเจ้าของภาษาในทุกๆวันแบบเต็มคาราเบลไปเลยจ้าา บอกเลยดีและคุ้มมากกแหม๊(ด้วยเนื่องจากเราเรียนจบครูเอกภาษาอังกฤษก็เลยต้องการที่จะพัฒนาด้านทักษะการใช้ภาษาอังกฤษให้ดีมากกว่าเดิม )
จนกระทั้งมาเจอโครงการ Aupair Engenius International ทุนส่วนลด 50 % สำหรับพยาบาลและครู (ใครสนใจและต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ลิ้งก์นี้ได้เลยนะคะ Facebook :
https://www.facebook.com/engeniusaupair
เราเลยกดกรอกข้อมูลในlinkหน้าเว็บเพจของบริษัทและรอพี่เอเจ้นติดต่อกลับซึ่งรอไม่กี่วันพี่เอเจ้นก็ได้โทรติดต่อกลับและส่งรายละเอียดข้อมูลให้เราได้ศึกษาอีกครั้ง 1-2 วัน
จากนั้นเราดูคุณสมบัติการเป็นออแพร์ คือ
- การศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรี
- มีสุขภาพดี
- อายุระหว่าง 18 - 26 (ไม่เกิน 27 ปีก่อนการเดินทาง)
- มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ (บอกคุณสมบัติคร่าวๆก่อนนะคะคือจริงๆมีมากกว่านี้)
เราเลยตัดสินใจเลือกสมัครเอเจ้นนี้และไม่แพงมาก คุณสมบัติในการสมัครก็อยู่ในเกณฑ์พอดี หลังจากนั้นเราได้ทำการโอนค่าใบสมัคร 5,900 บาท กรอกใบสมัครและดูข้อตกลงตามของโครงการ ซึ่งจะต้องเก็บเอกสารให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ตามโครงการ 50% หลังจากนั้นพี่เอเจ้นก็ได้ส่งขั้นตอนการทำเอกสารที่ใช้ในการสมัครต่างๆ
📌เอกสารที่เราต้องทำให้เสร็จหลังจากสมัครออแพร์
1. Application Form จากทางโครงการ
2. สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 3 ปี
3. Transcript (ภาษาอังกฤษ)
4. จดหมายถึงโฮสแฟมิลี่
5. Photo Collage (รูปของตนเองกับเด็ก)
6. Certificate of Health
7. Au pair Reference Form (ชั่วโมงเลี้ยงเด็กอย่างน้อยอย่างล่ะ 200+ ชั่วโมงจะมีการเก็บชั่วโมงแบบเป็นทางการเช่นเนอสเเซอร์รี่ โรงเรียน ตามสถานที่เลี้ยงเด็กหรือสถาบันสอนพิเศษต่างๆและไม่เป็นทางการคือการเลี้ยงเด็กตามบ้าน)
8. หนังสือรับรองความประพฤติ (พี่เอเจ้นดำเนินการให้เราไม่ต้องไปขอเอง)
เอกสารในส่วนนี้เราเริ่มจากการเก็บนับชั่วโมงแบบเป็นทางการที่ 1 ที่เราเคยไปทำงานพาร์ทไทม์เป็นครูผู้ช่วยสอนแห่งหนึ่งในช่วงระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย ดีที่เราได้ส่วนนี้มาเยอะ😆และหลังจากนั้นหาเก็บชั่วโมงแบบเป็นทางการที่ 2 ซึ่งเราหาเนอสเซอรีใกล้บ้านเพื่อเก็บชั่วโมงในการเลี้ยงเด็กเล็ก ให้ได้เร็วที่สุดเพราะกลัวหมดเขตก่อน และสุดท้ายคือการเก็บชั่วโมงแบบไม่เป็นทางการ เมื่อครบแล้วก็ได้ทำการไปตรวจสุขภาพที่รพ.จุฬา การเขียนจดหมายถึงโฮส ทำวีดีโอแนะนำตัว ทำใบขับขี่สากล(ตรงส่วนนี้ทำหลังแมทซ์กับโฮสก็ได้) หลังจากที่เราได้เก็บเอกสารครบก่อนออนไลน์ เราได้ชำระค่าโครงการงวดที่ 1 จำนวน 21,900 บาท หลังจากนั้นได้ทำการนัดทดสอบภาษาอังกฤษและจิตวิทยา ซึ่งคำถามทสอบภาษาก็จะประมาณว่า Why do you want to be an Au Pair? คุณรู้จักโครงการนี้ได้อย่างไร? เท่าที่จำได้นะ555 จากนั้นก็ได้มีนัดทดสอบจิตวิทยาต่อ (ผลทดสอบของเราผ่านหมดแล้วนะ) หลังจากนั้นก็มีการเช็คและแก้เอกสารในระบบเสร็จเพื่อออนไลน์โปร์ไฟล์ (ในส่วนนี้บอกเลยว่าอาจจะใช้เวลานะคะขึ้นอยู่กับโปรไฟล์ของแต่ล่ะคนเพราะฉะนั้นทำพรีเซนต์วิดีโอให้น่าสนใจ)
หลังจากแมทซ์กับโฮสแล้วเราได้ชำระค่าโครงการงวดที่ 2 Visa + SEVIS จะเป็นการเตรียมเอกสารและการเตรียมตัวสัมภาษณ์วีซ่าเพื่อนัดคิวสัมภาษณ์วีซ่า ซึ่งพี่เอเจ้นจะส่งลิ้งก์ทางเมลล์ให้เรากรอกแบบฟอร์มวีซ่า DS-160 และหลังจากนั้นพี่เอเจ้นจะเช็คข้อมูลให้อีกครั้งว่าต้องแก้ตรงไหนและในส่วนของการสัมภาษณ์พี่เอเจ้นจะมีหัวข้อให้เราลองตอบและหลังจากนั้นก็จะช่วยดูและปรับเรียบเรียงประโยคให้สละสลวยกว่าเดิม และให้ฝึกซ้อมแต่เราเองบอกเลยแทบจะไม่ได้ซ้อมเลยจ้าาเพราะที่รร งานสอนก็มีหลังเลิกเรียนก็มีสอนต่อกลับมาคือสลบอ่า และก่อนวันไปสัมภาษณ์คือวันที่28 มีงานคริสต์มาสที่ รรต้องจัดเตรียมของและหลังเสร็จงานคือหมุ่นมาก😂 เอาเป็นว่าตอนนั้นไม่อยากกดดันตัวเองมาก ทำให้เต็มที่ก็พอแต่ไม่ท้อแน่นอนนค่าา
📌เอกสารที่ใช้สัมภาษณ์วีซ่าของออแพร์
- หนังสือรับรองการทำงาน
- Passport
- รูปถ่ายวีซ่า
- Transcript
- สำเนาบัตรประชาชน
** เราสัมภาษณ์วันที่ 29 ธันวาคม 2566 เวลา 7.30 น. วันนั้นเราไปถึงเกือบๆ 6 โมงครึ่งและเดินไปต่อแถวหน้าสถานฑูตเพื่อยื่นพาสปอร์ตเช็คและหลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าตรวจเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดและให้ปิดทันที ก่อนให้เดินเข้าไปด้านในจะมีตะกร้าวางเอกสารและตรวจอีกครั้งหลังจากนั้นก็จะให้เราหยิบเอกสาร (ตรวจเอกสารที่จะต้องเซ็นให้ครบนะ) เมื่อเสร็จแล้วก็เดินเข้าไปต่อแถวข้างในเพื่อเช็คประวัติเรา หลังจากสแกนนิ้วเสร็จให้เราเดินไปต่อแถวเพื่อรอคิวสัมภาษณ์ (ตอนนั้นยืนรอไม่ถึง1ชั่วโมงและรู้สึกว่าสัมภาษณ์เร็วมากเราสัมภาษณ์เสร็จและออกมาดูนาฬิกาประมาณ 8โมง) ในการสัมภาษณ์ของเราท่านฑูตจะถามประมาณว่า ทำไมถึงต้องเป็นออแพร์ที่US? มีญาติรู้จักที่นั้นมั้ย? คุณเป็นครูใช่มั้ย? จะไปอยู่รัฐไหน? (สัมภาษาอังกฤษน้าแต่จะมีบางประโยคที่ให้ทวนบ้างเพราะเริ่มตื่นเต้นและรวนแล้ว😅) หลังจากจบโครงการจะทำอะไรต่อ? ถามประมาณนี้ (หลังจากตอบเสร็จก็หันไปหาฑูตที่อยู่ข้างหลัง2 คนสักพักก็หันกลับมาเซ็นและบอกกลับบ้านได้ค่ะ555ฑูตพูดแบบนั้นเลยนะตอนนั้นก็ยังอึนอยู่เลยว่าผ่านแล้วใช่มั้ย555)
**** สุดท้ายนี้ขอบคุณพี่ๆเอเจ้น Engenius ทุกคนมากๆค่ะที่คอยดูแลและติดตามทุกขั้นตอนตลอด (เราเคยปล่อยตอนช่วงออนไลน์โปรไฟล์มีโฮสทักมาแต่ไม่ได้ตอบและตอบช้า555 เพราะยุ่งกับงานมากจนพี่เอเจ้นทักมาให้เข้าไปดูข้อความ🤣ที่ช้าเพราะเราเอง555) พี่ๆน่ารักมากๆ ****
ถ้าหากอ่านตรงไหนแล้วไม่เข้าใจต้องขออภัยด้วยนะคะ 🙏
จบการรีวิวค่า😀
[CR] การเตรียมตัวสมัครไปเป็น Aupair in America จนถึงการสัมภาษณ์วีซ่าผ่าน By Engenius International
* กระทู้นี้สามารถใช้งานได้เฉพาะผู้ที่มี Link นี้เท่านั้นค่ะจนกระทั้งมาเจอโครงการ Aupair Engenius International ทุนส่วนลด 50 % สำหรับพยาบาลและครู (ใครสนใจและต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ลิ้งก์นี้ได้เลยนะคะ Facebook : https://www.facebook.com/engeniusaupair
เราเลยกดกรอกข้อมูลในlinkหน้าเว็บเพจของบริษัทและรอพี่เอเจ้นติดต่อกลับซึ่งรอไม่กี่วันพี่เอเจ้นก็ได้โทรติดต่อกลับและส่งรายละเอียดข้อมูลให้เราได้ศึกษาอีกครั้ง 1-2 วัน
จากนั้นเราดูคุณสมบัติการเป็นออแพร์ คือ
- การศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรี
- มีสุขภาพดี
- อายุระหว่าง 18 - 26 (ไม่เกิน 27 ปีก่อนการเดินทาง)
- มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ (บอกคุณสมบัติคร่าวๆก่อนนะคะคือจริงๆมีมากกว่านี้)
เราเลยตัดสินใจเลือกสมัครเอเจ้นนี้และไม่แพงมาก คุณสมบัติในการสมัครก็อยู่ในเกณฑ์พอดี หลังจากนั้นเราได้ทำการโอนค่าใบสมัคร 5,900 บาท กรอกใบสมัครและดูข้อตกลงตามของโครงการ ซึ่งจะต้องเก็บเอกสารให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ตามโครงการ 50% หลังจากนั้นพี่เอเจ้นก็ได้ส่งขั้นตอนการทำเอกสารที่ใช้ในการสมัครต่างๆ
📌เอกสารที่เราต้องทำให้เสร็จหลังจากสมัครออแพร์
1. Application Form จากทางโครงการ
2. สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 3 ปี
3. Transcript (ภาษาอังกฤษ)
4. จดหมายถึงโฮสแฟมิลี่
5. Photo Collage (รูปของตนเองกับเด็ก)
6. Certificate of Health
7. Au pair Reference Form (ชั่วโมงเลี้ยงเด็กอย่างน้อยอย่างล่ะ 200+ ชั่วโมงจะมีการเก็บชั่วโมงแบบเป็นทางการเช่นเนอสเเซอร์รี่ โรงเรียน ตามสถานที่เลี้ยงเด็กหรือสถาบันสอนพิเศษต่างๆและไม่เป็นทางการคือการเลี้ยงเด็กตามบ้าน)
8. หนังสือรับรองความประพฤติ (พี่เอเจ้นดำเนินการให้เราไม่ต้องไปขอเอง)
เอกสารในส่วนนี้เราเริ่มจากการเก็บนับชั่วโมงแบบเป็นทางการที่ 1 ที่เราเคยไปทำงานพาร์ทไทม์เป็นครูผู้ช่วยสอนแห่งหนึ่งในช่วงระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย ดีที่เราได้ส่วนนี้มาเยอะ😆และหลังจากนั้นหาเก็บชั่วโมงแบบเป็นทางการที่ 2 ซึ่งเราหาเนอสเซอรีใกล้บ้านเพื่อเก็บชั่วโมงในการเลี้ยงเด็กเล็ก ให้ได้เร็วที่สุดเพราะกลัวหมดเขตก่อน และสุดท้ายคือการเก็บชั่วโมงแบบไม่เป็นทางการ เมื่อครบแล้วก็ได้ทำการไปตรวจสุขภาพที่รพ.จุฬา การเขียนจดหมายถึงโฮส ทำวีดีโอแนะนำตัว ทำใบขับขี่สากล(ตรงส่วนนี้ทำหลังแมทซ์กับโฮสก็ได้) หลังจากที่เราได้เก็บเอกสารครบก่อนออนไลน์ เราได้ชำระค่าโครงการงวดที่ 1 จำนวน 21,900 บาท หลังจากนั้นได้ทำการนัดทดสอบภาษาอังกฤษและจิตวิทยา ซึ่งคำถามทสอบภาษาก็จะประมาณว่า Why do you want to be an Au Pair? คุณรู้จักโครงการนี้ได้อย่างไร? เท่าที่จำได้นะ555 จากนั้นก็ได้มีนัดทดสอบจิตวิทยาต่อ (ผลทดสอบของเราผ่านหมดแล้วนะ) หลังจากนั้นก็มีการเช็คและแก้เอกสารในระบบเสร็จเพื่อออนไลน์โปร์ไฟล์ (ในส่วนนี้บอกเลยว่าอาจจะใช้เวลานะคะขึ้นอยู่กับโปรไฟล์ของแต่ล่ะคนเพราะฉะนั้นทำพรีเซนต์วิดีโอให้น่าสนใจ)
หลังจากแมทซ์กับโฮสแล้วเราได้ชำระค่าโครงการงวดที่ 2 Visa + SEVIS จะเป็นการเตรียมเอกสารและการเตรียมตัวสัมภาษณ์วีซ่าเพื่อนัดคิวสัมภาษณ์วีซ่า ซึ่งพี่เอเจ้นจะส่งลิ้งก์ทางเมลล์ให้เรากรอกแบบฟอร์มวีซ่า DS-160 และหลังจากนั้นพี่เอเจ้นจะเช็คข้อมูลให้อีกครั้งว่าต้องแก้ตรงไหนและในส่วนของการสัมภาษณ์พี่เอเจ้นจะมีหัวข้อให้เราลองตอบและหลังจากนั้นก็จะช่วยดูและปรับเรียบเรียงประโยคให้สละสลวยกว่าเดิม และให้ฝึกซ้อมแต่เราเองบอกเลยแทบจะไม่ได้ซ้อมเลยจ้าาเพราะที่รร งานสอนก็มีหลังเลิกเรียนก็มีสอนต่อกลับมาคือสลบอ่า และก่อนวันไปสัมภาษณ์คือวันที่28 มีงานคริสต์มาสที่ รรต้องจัดเตรียมของและหลังเสร็จงานคือหมุ่นมาก😂 เอาเป็นว่าตอนนั้นไม่อยากกดดันตัวเองมาก ทำให้เต็มที่ก็พอแต่ไม่ท้อแน่นอนนค่าา
📌เอกสารที่ใช้สัมภาษณ์วีซ่าของออแพร์
- หนังสือรับรองการทำงาน
- Passport
- รูปถ่ายวีซ่า
- Transcript
- สำเนาบัตรประชาชน
** เราสัมภาษณ์วันที่ 29 ธันวาคม 2566 เวลา 7.30 น. วันนั้นเราไปถึงเกือบๆ 6 โมงครึ่งและเดินไปต่อแถวหน้าสถานฑูตเพื่อยื่นพาสปอร์ตเช็คและหลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าตรวจเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดและให้ปิดทันที ก่อนให้เดินเข้าไปด้านในจะมีตะกร้าวางเอกสารและตรวจอีกครั้งหลังจากนั้นก็จะให้เราหยิบเอกสาร (ตรวจเอกสารที่จะต้องเซ็นให้ครบนะ) เมื่อเสร็จแล้วก็เดินเข้าไปต่อแถวข้างในเพื่อเช็คประวัติเรา หลังจากสแกนนิ้วเสร็จให้เราเดินไปต่อแถวเพื่อรอคิวสัมภาษณ์ (ตอนนั้นยืนรอไม่ถึง1ชั่วโมงและรู้สึกว่าสัมภาษณ์เร็วมากเราสัมภาษณ์เสร็จและออกมาดูนาฬิกาประมาณ 8โมง) ในการสัมภาษณ์ของเราท่านฑูตจะถามประมาณว่า ทำไมถึงต้องเป็นออแพร์ที่US? มีญาติรู้จักที่นั้นมั้ย? คุณเป็นครูใช่มั้ย? จะไปอยู่รัฐไหน? (สัมภาษาอังกฤษน้าแต่จะมีบางประโยคที่ให้ทวนบ้างเพราะเริ่มตื่นเต้นและรวนแล้ว😅) หลังจากจบโครงการจะทำอะไรต่อ? ถามประมาณนี้ (หลังจากตอบเสร็จก็หันไปหาฑูตที่อยู่ข้างหลัง2 คนสักพักก็หันกลับมาเซ็นและบอกกลับบ้านได้ค่ะ555ฑูตพูดแบบนั้นเลยนะตอนนั้นก็ยังอึนอยู่เลยว่าผ่านแล้วใช่มั้ย555)
**** สุดท้ายนี้ขอบคุณพี่ๆเอเจ้น Engenius ทุกคนมากๆค่ะที่คอยดูแลและติดตามทุกขั้นตอนตลอด (เราเคยปล่อยตอนช่วงออนไลน์โปรไฟล์มีโฮสทักมาแต่ไม่ได้ตอบและตอบช้า555 เพราะยุ่งกับงานมากจนพี่เอเจ้นทักมาให้เข้าไปดูข้อความ🤣ที่ช้าเพราะเราเอง555) พี่ๆน่ารักมากๆ ****
ถ้าหากอ่านตรงไหนแล้วไม่เข้าใจต้องขออภัยด้วยนะคะ 🙏
จบการรีวิวค่า😀