เดินทางไป Patagonia ตั้งแต่เมษา 2023 ซึ่งเป็นช่วง autumn ของที่นั่น เพิ่งตัดสินใจว่าเอามาแบ่งปันเผื่อคนอยากไป Patagonia เวอร์ชั่นกระชับให้เป็นทางเลือกให้คนที่ลางานได้ไม่มาก ร่างกายไม่ค่อยฟิต แต่อยากไป Patagonia ซักครั้งนะคะ ทริปนี้เป็นส่วนหนึ่งของทริปยาว จขกท.ไปประเทศอื่นด้วย แต่ตัดมาเฉพาะที่ไป Patagonia ทั้งฝั่งชิลีและอาร์เจนตินา ใช้เวลา 8 วัน
เริ่มที่เดินทางไป Santiago ประเทศชิลี จาก Vancouver แคนาดา ด้วยสายการบิน United Airlines แวะ transit ที่ Houston แป๊บนึง เวลาดีเลยแหละ แต่ก็ใช้เวลารวมทั้งหมดเที่ยวละประมาณ 15-16 ชั่วโมง ไกลจริงๆ ไปถึงก็แวะเที่ยว Santiago และ Valparaiso สองวัน วันรุ่งขึ้นก็บิน domestic flight สายการบิน Sky Airline ไปเมือง Puerto Natales ที่เป็นจุด start ของ Patagonia ฝั่งชิลี
โปรแกรมคร่าวๆประมาณนี้
Day 1: Santiago - Puerto Natales
Day 2: Glacier Serrano and Balmaceda (Chile)
Day 3: El Calafate (Argentina)
Day 4: El Chaltan (Argentina)
Day 5: Perito Moreno Glacier (Argentina)
Day 6: Puerto Natales (Chile)
Day 7: Torres de Paine (Chile)
Day 8: Peurto Natales - Santiago
การเดินทางใน Chile ใช้เครื่องบินเพราะมีเวลาน้อยและระยะทางไกล ด้วยความที่ประเทศมีลักษณะยาวและ Patagonia ก็อยู่ซะใต้เชียว บินจาก Santiago ไป Puerto Natales ก็ 4 ชั่วโมงได้อยู่ ส่วนจากชิลีไปกลับอาร์เจนตินาเราใช้บริการรถบัสของ Bus Sur ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง ส่วนเที่ยวนอกเมืองในแต่ละวันใช้บริการ one day tour ในเมืองก็เดินเล่นได้เพราะไม่ใหญ่มาก
Day 1 : Santiago - Peurto Natales
เราเดินทางจาก Santiago เมืองหลวงของประเทศชิลี มา Peurto Natales ออก 10.45 น. มาถึง 16.15 น. ที่นานเพราะเครื่องมีแวะ stop over ที่ Puerto Montt เกือบชั่วโมง เวลาเดินทางจริงๆประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า แต่ที่ดูถึงช้าเพราะช่วงนั้น Peurto Natales รวมถึงโซนปาตาโกเนียเวลาจะเร็วกว่า Santiago 1 ชั่วโมง
พอมาถึงสนามบิน เจ้าของที่พักที่จองไว้ก็ขับรถมารับตามที่ได้ตกลง ที่พักที่นี่ค่อนข้างแพง เราเลือกพักที่ Hostal B&B Coastal Natales จองจาก booking.com เป็น hostel เล็กๆ 2 ชั้น มีห้องเดี่ยวนอนคนเดียวเลยพอดี๊พอดี มีฮีทเตอร์ แต่ห้องน้ำเป็นแบบแชร์ ราคาไม่แพง (ที่พักที่นี่หาไม่แพงยากมาก) เจ้าของบ้านก็น่ารัก เป็นคุณป้าใจดี พูดอังกฤษไม่ได้ นี่ก็รู้สเปนพื้นฐานแค่นิดเดียวเลยคุยกันจนเมื่อยมือ แต่ได้ห้องข้างๆช่วยแปลให้ ที่พักห่างจากเมืองประมาณ 15 นาที เดินสบายๆ Natales เป็นเมืองสงบและน่ารัก
Day 2 : Glacier Serrano and Balmaceda, Chile
วันนี้ใช้บริการ one day tour ไป Glacier Serrano and Balmaceda ที่อยู่ในอุทยาน Bernarfo O'Higgin เป็นธารน้ำแข็งฝั่งชิลี การเดินทางต้องนั่งเรือออกไปเป็นชั่วโมงเหมือนกัน ระหว่างทางก็จะมีวิวสวยๆ น้ำตกเอย ธารน้ำแข็ง ภูเขาหลากสี อุ๋ง ฯลฯ อากาศตอนมากำลังดี พอเรือแล่นนี่ลมแรงมาก ลมตีหน้าชาไปหมด แต่ก็คุ้มมากเพราะสวยจริงๆ พอถึง Serreno ก็ต้อง trek กันเล็กน้อย ไปกลับประมาณ 1 ชม. เพื่อให้เข้าไปถึงธารน้ำแข็ง ตอนเห็นในรูปว่าไม่อะไรมากแต่พอมาเห็นจริงๆคือสวยมากจริงๆยิ่งตัดกับน้ำกับฟ้ากับความป่า Glacier ฝั่งชิลีอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนฝั่งอาเจนฯ แต่ฝั่งนี้ดูมีสีสันกว่า สวยคนละแบบ
Day 3: El Calafate, Argentina
วันนี้ขึ้นรถบัสไป El Calafate ประเทศอาร์เจนตินา แต่เช้า ที่โปรแกรมดูกระโดดไปๆมาๆระหว่างชิลีกับอาร์เจนฯเพราะบัสไม่ได้มีวิ่งทุกวัน ต้องปรับโปรแกรมตามรอบบัส การเดินทางใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง รวมเวลาข้ามชายแดนด้วย แนะนำให้จองรถล่วงหน้าไปก่อนที่เวปนี้
https://www.recorrido.cl/en ระหว่างทางก็จะมีแวะให้เข้าห้องน้ำหรือซื้อของที่ระลึกรอบนึง หลังจากนั้นก็จะถึงจุดข้ามแดน เค้าจะให้เราลากกระเป๋าลงมาจากบัสและก็ผ่าน ตม. ซึ่งไม่ถามอะไรมากนัก สำหรับคนไทยเข้าทั้งชิลีและอาร์เจนฯได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า เราก็จะสบายหน่อย แต่ข้อควรระวังคือตอนเข้าประเทศชิลีมาไม่ว่าจะทาง airport หรือทางบก เค้าจะให้ arrival card ที่เป็นลักษณะเหมือนใบเสร็จเล็กๆประมาณใบเสร็จบัตรเครดิต ให้เก็บไว้ให้ดีหรือถ่ายรูปไว้ก็ได้ เพราะตอนเราจะออกเค้าจะขอดูอีกที นี่ทำหายก็บอกเค้าว่าไม่รู้จริงๆว่าต้องเก็บ ทำหายไปแล้ว เค้าก็ให้ผ่านนะแต่ก็เรียกดูทุกคน
มาถึง Calafate ช่วงบ่ายๆ เราเลือกพักที่ Calafate Hostel ราคาโอเคมาก ห้องก็ใหญ่ ถ้าเทียบกับในชิลีที่นี่ที่พักราคาย่อมเยากว่ามาก คนพูดภาษาอังกฤษได้มากกว่า จนท.โรงแรมก็มืออาชีพให้คำแนะนำดี ดูเป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มตัวกว่า แถม Calafate เป็นเมืองน่ารัก สะอาด สไตล์เมืองในยุโรปเลย เดินดูโน่นนี้เพลินมาก
Day 4 :
El Chaltan, Argentina
El Chalten เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของปาตาโกเนียฝั่งอาร์เจนตินา คนชอบมา trekking กัน โดยเฉพาะ Fitz Roy อยากเห็นชัดเท่าไหร่ก็เดินไกลเท่านั้น เส้นทาง trek มีให้เลือกหลายระยะและความยาก นี่เลือกแค่ระดับ moderate ขึ้นเขาแค่ 5 กิโล แค่นี้ก็หนื่อยแล้ว แต่ก็คุ้มนะ เสียดายที่แต่ไม่ได้เจอ Fitz Roy เลยแม้จะไกลๆเพราะวันนี้ cloudy เมฆบังหมด ปาตาโกเนียมีธรรมชาติหลากหลาย มีสัตว์มีพืชแปลกๆตามประสาชาวซีกโลกใต้ อากาศซัก 3-4 องศาได้แต่ลมแรง ใดๆ Autume ที่นี่ที่สวยแสบตาจริงๆ
Day 5: Perito Moreno Glacier, Argentina
นี่คือที่ที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้ กิจกรรมวันนี้คือล่องเรือกับ treking ดูวิว glacier การขึ้นเรือวันนี้ต่างจากวันที่ขึ้นฝั่งชิลีตรงที่ใช้เวลาแป๊บเดียว เพราะธารน้ำแข็งอยู่ตรงหน้านี่เลย เรือจะแล่นไปใกล้ๆให้ได้ถ่ายรูป น้ำแข็งที่นี่ใหญ่และหนาและอลังการกว่าฝั่งชิลีมาก พอเรือขยับเข้ามาใกล้ถึงได้เห็นว่ามันใหญ่มากเป็น 10 เมตรส่วนที่พ้นน้ำ ส่วนข้างล่างที่มองไม่เห็นอีกไม่รู้เท่าไหร่
พอจบจากล่องเรือก็มา trek ต่อ สถานที่เค้าทำดีมาก สะอาด สะดวก เป็นการเดินตาม balcony ให้คนได้ชมวิวสะดวก มีทั้งบันไดและทางลาดและลิฟท์เพื่อคนพิการ คนเดินก็เดินสะดวกมาก จุดชมวิวเยอะและหลายระดับจนคนไม่หนาแน่น ตลอดเส้นทางใช้เวลาประมาณ 1 ชม. วิวระหว่างทางก็สวยมากจริงๆ ทั้งท้องฟ้า น้ำสีเทอร์ควอยซ์ ภูเขาสีดำแดงขาว ต้นไม้สีเหลืองเขียวแดง ธารน้ำแข็งฟ้าขาว ฯลฯ แถมพอเดินเสร็จแล้วจะไม่ปีนเดินกลับย้อนมาก็ได้ มี shuttle bus รอรับอยู่ปลายทาง กลับมาส่งฟรีให้ถึงที่ ประทับใจมากที่นี่
Day 6 : Puerto Natales, Chile
เดินทางกลับ Natales ด้วย bus เหมือนขามา เดินเที่ยวในเมืองนิดหน่อย ในเมือง Natales เองไม่ค่อยมีอะไร ร้านรวงไม่ได้เปิดตลอดทั้งวันเหมือนบ้านเรา ขนาดจะไปซื้อขนมยังหายาก แต่ข้อดีคือเป็นเมืองเล็กๆสงบน่ารักวิวหลักล้าน อากาศดี และ pet friendly มากๆ
Day 7: Torres de Paine, Chile
ที่นี่ก็ประทับใจมากๆเช่นกัน Torres de Paine เป็นอุทยานแห่งชาติของชิลี เป็นไฮไลท์ของปาตาโกเนียฝั่งนี้ อาร์เจนฯ มี El Chalten ชิลีก็มี Torres de Paine ถ้าอาร์เจนฯ มี Fitz Roy ชิลีก็มี Three tower ที่เป็น signature ของรูท W Trek ที่โด่งดัง ที่นี่เราจะมีโอกาสได้เข้าใกล้หลายๆที่ได้โดยไม่ต้อง trek ไกล อุทยานนี้มีระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก ทั้งพันธ์พืช สัตว์หลากหลาย ธรณีวิทยา ธรรมชาติต่างๆ ฯลฯ ความสวยให้ 100 เต็ม ยิ่งวันฟ้าใสอากาศดีๆ คือสวยแสบตา ที่ชอบมากคือไกด์วันนี้ เค้าให้ข้อมูลดีมาก
Day 8: Peurto Natales - Santiago
เดินทางจาก Peurto Natales กลับ Santiago โดย Sky Airline เป็นอันจบทริป Patagonia
ไม่ได้ให้ข้อมูลสถานที่เท่าไหร่เพราะคิดว่าคงเสิชหาข้อมูลกันได้ครบถ้วนได้ไม่ยาก แต่เดี๋ยวแชร์เป็น FAQ แทนใน comment ต่อไป เผื่อเป็นประโยชน์ค่ะ
ปาตาโกเนีย (Patagonia) คนเดียวฉบับรวบรัด 8 วันไปไหนได้บ้าง
เริ่มที่เดินทางไป Santiago ประเทศชิลี จาก Vancouver แคนาดา ด้วยสายการบิน United Airlines แวะ transit ที่ Houston แป๊บนึง เวลาดีเลยแหละ แต่ก็ใช้เวลารวมทั้งหมดเที่ยวละประมาณ 15-16 ชั่วโมง ไกลจริงๆ ไปถึงก็แวะเที่ยว Santiago และ Valparaiso สองวัน วันรุ่งขึ้นก็บิน domestic flight สายการบิน Sky Airline ไปเมือง Puerto Natales ที่เป็นจุด start ของ Patagonia ฝั่งชิลี
โปรแกรมคร่าวๆประมาณนี้
Day 1: Santiago - Puerto Natales
Day 2: Glacier Serrano and Balmaceda (Chile)
Day 3: El Calafate (Argentina)
Day 4: El Chaltan (Argentina)
Day 5: Perito Moreno Glacier (Argentina)
Day 6: Puerto Natales (Chile)
Day 7: Torres de Paine (Chile)
Day 8: Peurto Natales - Santiago
การเดินทางใน Chile ใช้เครื่องบินเพราะมีเวลาน้อยและระยะทางไกล ด้วยความที่ประเทศมีลักษณะยาวและ Patagonia ก็อยู่ซะใต้เชียว บินจาก Santiago ไป Puerto Natales ก็ 4 ชั่วโมงได้อยู่ ส่วนจากชิลีไปกลับอาร์เจนตินาเราใช้บริการรถบัสของ Bus Sur ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง ส่วนเที่ยวนอกเมืองในแต่ละวันใช้บริการ one day tour ในเมืองก็เดินเล่นได้เพราะไม่ใหญ่มาก
Day 1 : Santiago - Peurto Natales
เราเดินทางจาก Santiago เมืองหลวงของประเทศชิลี มา Peurto Natales ออก 10.45 น. มาถึง 16.15 น. ที่นานเพราะเครื่องมีแวะ stop over ที่ Puerto Montt เกือบชั่วโมง เวลาเดินทางจริงๆประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า แต่ที่ดูถึงช้าเพราะช่วงนั้น Peurto Natales รวมถึงโซนปาตาโกเนียเวลาจะเร็วกว่า Santiago 1 ชั่วโมง
Day 2 : Glacier Serrano and Balmaceda, Chile
วันนี้ใช้บริการ one day tour ไป Glacier Serrano and Balmaceda ที่อยู่ในอุทยาน Bernarfo O'Higgin เป็นธารน้ำแข็งฝั่งชิลี การเดินทางต้องนั่งเรือออกไปเป็นชั่วโมงเหมือนกัน ระหว่างทางก็จะมีวิวสวยๆ น้ำตกเอย ธารน้ำแข็ง ภูเขาหลากสี อุ๋ง ฯลฯ อากาศตอนมากำลังดี พอเรือแล่นนี่ลมแรงมาก ลมตีหน้าชาไปหมด แต่ก็คุ้มมากเพราะสวยจริงๆ พอถึง Serreno ก็ต้อง trek กันเล็กน้อย ไปกลับประมาณ 1 ชม. เพื่อให้เข้าไปถึงธารน้ำแข็ง ตอนเห็นในรูปว่าไม่อะไรมากแต่พอมาเห็นจริงๆคือสวยมากจริงๆยิ่งตัดกับน้ำกับฟ้ากับความป่า Glacier ฝั่งชิลีอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนฝั่งอาเจนฯ แต่ฝั่งนี้ดูมีสีสันกว่า สวยคนละแบบ
Day 3: El Calafate, Argentina
วันนี้ขึ้นรถบัสไป El Calafate ประเทศอาร์เจนตินา แต่เช้า ที่โปรแกรมดูกระโดดไปๆมาๆระหว่างชิลีกับอาร์เจนฯเพราะบัสไม่ได้มีวิ่งทุกวัน ต้องปรับโปรแกรมตามรอบบัส การเดินทางใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง รวมเวลาข้ามชายแดนด้วย แนะนำให้จองรถล่วงหน้าไปก่อนที่เวปนี้ https://www.recorrido.cl/en ระหว่างทางก็จะมีแวะให้เข้าห้องน้ำหรือซื้อของที่ระลึกรอบนึง หลังจากนั้นก็จะถึงจุดข้ามแดน เค้าจะให้เราลากกระเป๋าลงมาจากบัสและก็ผ่าน ตม. ซึ่งไม่ถามอะไรมากนัก สำหรับคนไทยเข้าทั้งชิลีและอาร์เจนฯได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า เราก็จะสบายหน่อย แต่ข้อควรระวังคือตอนเข้าประเทศชิลีมาไม่ว่าจะทาง airport หรือทางบก เค้าจะให้ arrival card ที่เป็นลักษณะเหมือนใบเสร็จเล็กๆประมาณใบเสร็จบัตรเครดิต ให้เก็บไว้ให้ดีหรือถ่ายรูปไว้ก็ได้ เพราะตอนเราจะออกเค้าจะขอดูอีกที นี่ทำหายก็บอกเค้าว่าไม่รู้จริงๆว่าต้องเก็บ ทำหายไปแล้ว เค้าก็ให้ผ่านนะแต่ก็เรียกดูทุกคน
มาถึง Calafate ช่วงบ่ายๆ เราเลือกพักที่ Calafate Hostel ราคาโอเคมาก ห้องก็ใหญ่ ถ้าเทียบกับในชิลีที่นี่ที่พักราคาย่อมเยากว่ามาก คนพูดภาษาอังกฤษได้มากกว่า จนท.โรงแรมก็มืออาชีพให้คำแนะนำดี ดูเป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มตัวกว่า แถม Calafate เป็นเมืองน่ารัก สะอาด สไตล์เมืองในยุโรปเลย เดินดูโน่นนี้เพลินมาก
Day 4 : El Chaltan, Argentina
El Chalten เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของปาตาโกเนียฝั่งอาร์เจนตินา คนชอบมา trekking กัน โดยเฉพาะ Fitz Roy อยากเห็นชัดเท่าไหร่ก็เดินไกลเท่านั้น เส้นทาง trek มีให้เลือกหลายระยะและความยาก นี่เลือกแค่ระดับ moderate ขึ้นเขาแค่ 5 กิโล แค่นี้ก็หนื่อยแล้ว แต่ก็คุ้มนะ เสียดายที่แต่ไม่ได้เจอ Fitz Roy เลยแม้จะไกลๆเพราะวันนี้ cloudy เมฆบังหมด ปาตาโกเนียมีธรรมชาติหลากหลาย มีสัตว์มีพืชแปลกๆตามประสาชาวซีกโลกใต้ อากาศซัก 3-4 องศาได้แต่ลมแรง ใดๆ Autume ที่นี่ที่สวยแสบตาจริงๆ
Day 5: Perito Moreno Glacier, Argentina
นี่คือที่ที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้ กิจกรรมวันนี้คือล่องเรือกับ treking ดูวิว glacier การขึ้นเรือวันนี้ต่างจากวันที่ขึ้นฝั่งชิลีตรงที่ใช้เวลาแป๊บเดียว เพราะธารน้ำแข็งอยู่ตรงหน้านี่เลย เรือจะแล่นไปใกล้ๆให้ได้ถ่ายรูป น้ำแข็งที่นี่ใหญ่และหนาและอลังการกว่าฝั่งชิลีมาก พอเรือขยับเข้ามาใกล้ถึงได้เห็นว่ามันใหญ่มากเป็น 10 เมตรส่วนที่พ้นน้ำ ส่วนข้างล่างที่มองไม่เห็นอีกไม่รู้เท่าไหร่
Day 6 : Puerto Natales, Chile
เดินทางกลับ Natales ด้วย bus เหมือนขามา เดินเที่ยวในเมืองนิดหน่อย ในเมือง Natales เองไม่ค่อยมีอะไร ร้านรวงไม่ได้เปิดตลอดทั้งวันเหมือนบ้านเรา ขนาดจะไปซื้อขนมยังหายาก แต่ข้อดีคือเป็นเมืองเล็กๆสงบน่ารักวิวหลักล้าน อากาศดี และ pet friendly มากๆ
Day 7: Torres de Paine, Chile
ที่นี่ก็ประทับใจมากๆเช่นกัน Torres de Paine เป็นอุทยานแห่งชาติของชิลี เป็นไฮไลท์ของปาตาโกเนียฝั่งนี้ อาร์เจนฯ มี El Chalten ชิลีก็มี Torres de Paine ถ้าอาร์เจนฯ มี Fitz Roy ชิลีก็มี Three tower ที่เป็น signature ของรูท W Trek ที่โด่งดัง ที่นี่เราจะมีโอกาสได้เข้าใกล้หลายๆที่ได้โดยไม่ต้อง trek ไกล อุทยานนี้มีระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก ทั้งพันธ์พืช สัตว์หลากหลาย ธรณีวิทยา ธรรมชาติต่างๆ ฯลฯ ความสวยให้ 100 เต็ม ยิ่งวันฟ้าใสอากาศดีๆ คือสวยแสบตา ที่ชอบมากคือไกด์วันนี้ เค้าให้ข้อมูลดีมาก
Day 8: Peurto Natales - Santiago
เดินทางจาก Peurto Natales กลับ Santiago โดย Sky Airline เป็นอันจบทริป Patagonia