[CR] รีวิวรวบตึง ! สีย้อมผมยี่ห้อไหนดี สวยแบบฉ่ำ ๆ ราคาไม่ถึงพัน มีจริงดิ !?

สวัสดีค่าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวโต๊ะเครื่องแป้งทุกคน >< ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวนะคะ เราชื่อ แตงกวา ค่ะ เป็นสาวมหาลัยซีเนียร์นางหนึ่งที่คลั่งรักวงการไอดอลเกาหลีสุดๆๆๆ เลยได้อิทธิพลแฟชั่นมาจากศิลปินที่ชอบค่อนข้างเยอะ เรื่องการทำสีผมก็เช่นกัน เกริ่นมาเยอะ ขอไม่พูดพร่ำทำเพลงมาเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน 555555555

ว่ากันว่าถ้าเข้าวงการตัดผมสั้นครั้งหนึ่งคือตัดสั้นตลอดไป วงการทำสีผมก็เช่นกัน เข้าแล้วออกยากเหลือเกิน เราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เข้าวงการนี้มาตั้งแต่ขึ้นปี 2 (เพราะที่มหาลัยมีกฎว่าปี 1 ห้ามทำสีผม ขึ้นปี 2 เลยย้อมสะบัดเลอ) โคนดำสักพักก็กัดผมเพิ่ม หรือรอให้สีหลุดก็ค่อยเปลี่ยนสี เพราะพอปล่อยให้สีหลุดแล้วมันจะไม่สวย กลายเป็นสีสนิมแล้วไม่ค่อยน่ามองเท่าไร คือเราเป็นคนขี้เบื่อมากกกก แต่บางสีที่เราอินมากก็ย้อมซ้ำไปเลยจ้าา
แต่ ๆๆๆ นักรบย่อมมีบาดแผล กว่าจะได้สีผมที่ถูกใจก็ต้องแลกมากับปัญหาสารพัด ไม่ว่าจะสีผมไม่ตรงปกบ้าง น้ำยาย้อมทำผมกระด้างบ้าง กัดหนังศีรษะบ้าง จนบางครั้งแสบร้อนแบบทนไม่ไหวจริงๆ ต้องรีบล้างออกกลางทางก็มี เสียความรู้สึกแถมเสียดายเงินสุด ๆ ต้องพักการทำผมไปพักใหญ่ ๆ เลย แต่ว่าก็ว่านะ บางยี่ห้อก็กลิ่นเหม็นแบบฉุนขึ้นตาเลยอะ แล้วพ้อยต์หลัก ๆ เลยคือ บางยี่ห้อไม่ตรงปกเลย แกก็จกตาเกินนน บางทีตรงปกจริง แต่ราคาแพงจัด ต้องกัดฟันซื้อ แถมหายากไปอีกก
อันนี้เป็นภาพตอนย้อมผมแล้วโดนน้ำยากัด ไม่น่าเห็นแก่ของถูกเกินไปเลย ต้องหยุดทำสีไปพักใหญ่ หนังหัวจะพังแล้วจ้าแม่ แต่ถามว่าเข็ดไหม ก็ไม่ ! เรามันเลือดนักสู้อยู่แล้ว แต่หมอผิวหนังกำหมัดแล้วนะ !

ทั้งนี้ทั้งนั้นในฐานะที่ทดลองมาแล้วหลายยี่ห้อ วันนี้ก็เลยมาขอรวบตึงรีวิวสีย้อมผม 3 ยี่ห้อ ที่เราเคยทำตั้งแต่ราคาหลักสิบไปจนถึงหลักร้อยมาให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ได้ดูกัน ไปเริ่มกันเลย !
1. Gosen Color Mask สี 0/88 แม่สีน้ำเงิน ราคาโดยประมาณ 80 บาท
เหตุผลที่เลือกสีนี้ : ช่วงนั้นอินทำผมสีน้ำเงิน เลยซื้ออันนี้มาลอง
อุปกรณ์ : หลอดสี, ดีเวลลอปเปอร์ ไม่มีถุงมือ
วิธีใช้ : ระบุไว้ข้างกล่องชัดเจนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
กลิ่น : ค่อนข้างฉุน
เนื้อสัมผัส : มีความเป็นเม็ดสากๆ แต่ผสมเข้ากันง่าย ผสมเสร็จเป็นเนื้อครีมข้นๆ
เม็ดสี : เข้มชัด เสมอกัน
ความติดทน : ติดทนมาก ประมาณ 2-3 อาทิตย์เริ่มเฟดตามปกติ แต่ไม่ได้จางหายไปจนซีด
ออร์แกนิก : ไม่ระบุ (N/A)
ปริมาณ : 100 ml. (x2)
รีวิวหลังใช้ : สีสวย ติดดี กลิ่นไม่ฉุน แต่หลังทำแล้วเส้นผมแห้งขึ้น ช่วงย้อมแรก ๆ สีอาจจะติดเสื้อผ้า ระวังการใส่เสื้ออ่อนไว้ด้วยนะคะ เหงื่อออกหรือโดนน้ำทีรู้เรื่องเลย

ยี่ห้อนี้มีสีสันค่อนข้างหลากหลายค่ะ ตัวนี้เราสอยมาจาก shopee แต่เหมือนใน Lazada ก็มีนะ ส่วนวิธีใช้ก็ระบุไว้ค่อนข้างละเอียดดี อ่านตามก็ทำเองได้ ปล. อันนี้คนละยี่ห้อกับที่ทำหนังหัวเราพังนะ สีมันอาจจะเป็นโทนเดียวกัน กลัวเพื่อนๆ เข้าใจผิด

จุดเด่น/จุดด้อย : สีเข้มชัดสะใจ แต่โดนผิวแล้วล้างออกค่อนข้างยากนิดหนึ่ง เวลาย้อมต้องหาถุงมือมาสวมด้วยนะคะ
คะแนนความพึงพอใจ : 9/10
2. Optimus สี RO33 แม่สีแดง ราคาโดยประมาณ 85 บาท
เหตุผลที่เลือกสีนี้ : อยากลองสีที่เป็นขั้วตรงข้ามกับน้ำเงิน ก็แดงทั้งหัวไปเลยสิคะ!
อุปกรณ์ : หลอดสี, ดีเวลลอปเปอร์ ไม่มีถุงมือ
วิธีใช้ : ระบุไว้ข้างกล่องชัดเจนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สูตรผสมเราหาในอินเทอร์เน็ตเพิ่มเติมทางเพจของแบรนด์ค่ะ
กลิ่น : ไม่ฉุนมาก
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมเหนียวข้น ต้องผสมให้เข้ากันดีๆ
เม็ดสี : เข้มชัด
ความติดทน : ค่อนข้างติดทน ประมาณ 2-3 อาทิตย์เริ่มเฟดตามปกติ แต่ไม่ได้จางจนซีด
ออร์แกนิก : เป็นออร์แกนิก
ปริมาณ : 100 ml. (x2)
รีวิวหลังใช้ : รู้สึกว่าตัวนี้สีติดทนดี มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ด้วย ส่วนปริมาณก็คือหลอดใหญ่สะใจ คนผมประมาณบ่าหลอดเดียวก็เอาอยู่ มาที่เรื่องความชัดความเข้มของสี อาจจะต้องขึ้นอยู่กับพื้นสีผมของแต่ละคนนะคะ ส่วนตัวรู้สึกใช้แล้วปกปิดสีผมเดิมที่ออกเป็นสีสนิมๆ ได้ดี เป็นสีอย่างที่อยากได้ พอใจเลย

หลังย้อมเส้นผมไม่ได้เสียมากขึ้นเท่าไร ยี่ห้อนี้แบบปกปิดผมหงอก-ผมขาวก็มีนะคะ สำหรับคนไม่อยากทำสีจัดจ้าน เราว่า Optimus หาซื้อง่ายดี เสิร์ชหาก็เจอ หลัก ๆ ก็ shopee, Lazada แล้วก็เฟซบุ๊ก Dcash Thailand อันนี้ได้ของแท้แน่นอน ส่วนวิธีใช้เราว่าละเอียดมาก แถมในเพจมีบอกสูตรผสมสีว่า ต้องกัดผมกี่เปอร์เซ็นต์จะได้สีตามนี้ ๆ มือใหม่หัดย้อมก็ทำได้ไม่ยาก

จุดเด่น/จุดด้อย : สีมีติดผิวหนังตอนย้อม แต่ล้างออกง่าย เวลาย้อมต้องหาถุงมือมาสวมด้วยนะคะ
คะแนนความพึงพอใจ : 9/10
3. Kota สี Whisper Light Ash Blonde ราคาโดยประมาณ 145-185 บาท
เหตุผลที่เลือกสีนี้ : ทำผมสีแรงๆ ไปเยอะแล้ว อยากลองโทนน้ำตาลแบบลูกคุณลูกใจบ้าง
อุปกรณ์ : หลอดสี, ดีเวลลอปเปอร์, ถุงมือ, คู่มือ
วิธีใช้ : ข้างกล่องเป็นคู่มือภาษาอังกฤษ ส่วนในกล่องมีเล่มคู่มือภาษาไทยบอกวิธีใช้อย่างละเอียด
กลิ่น : ไม่ฉุน
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมเข้มข้น ละเอียด
เม็ดสี : จากภาพอาจจะดูซีดๆ แต่ตอนย้อมเสร็จเป็นสีน้ำตาลคล้ายหน้ากล่องค่ะ
ความติดทน : ไม่รู้เพราะเป็นสีน้ำตาลด้วยหรือเปล่า สระไปสระมาเลยเฟดเป็นสีผมที่กัดมาเร็วนิดหนึ่ง
ออร์แกนิก : เป็นออร์แกนิก
ปริมาณ : 100 ml. (x2)
รีวิวหลังใช้ : พอทำแล้วผมก็ไม่เสียมากไปกว่าที่เป็นอยู่ เพราะเรากัดสีมาเยอะ 5555555 พอใช้แล้วสีติดทนดี กลิ่นไม่ฉุน ตอนทำไม่แสบหัวเลย ของยี่ห้อนี้เราว่าสีสันอาจจะไม่ได้เยอะเท่ายี่ห้ออื่น แต่เรื่องความสีผมแบบลูกคุณต้องยกให้เขาเลย ตัวนี้หาได้ทั่วไปอยู่แล้ว แอปส้ม แอปฟ้า เว็บของ Kota เองก็มีนะ คู่มือการใช้ก็ละเอียดชัดเจนมาก

จุดเด่น/จุดด้อย : ความฉุนอ่อนมากจนแทบไม่ได้กลิ่นฉุนเลย คู่มือพร้อม ถุงมือพร้อม ไม่ต้องหาเอง แต่แอบหาซื้อยากไปนิด
คะแนนความพึงพอใจ : 8.5/10
4. แถม ๆๆๆ การทำสีผมเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะทำให้มีผมแห้งผมเสีย เพราะฉะนั้นก็ต้องบำรุงน้องกันสักหน่อย ซึ่งเราลองหยิบ Dcash Treatment Defender มาใช้ ตัวนี้ 500 กรัม ราคาประมาณ 150 บาทค่ะ

อุปกรณ์ : N/A
วิธีใช้ : ระบุไว้ข้างกระปุก ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน
กลิ่น : หอมติดทน ไม่ฉุนเลย
เนื้อสัมผัส : เหนียวข้น
เม็ดสี : ไม่มีสี
ความติดทน : เน้นบำรุง หมักผมเสร็จนุ่มทันที เงางามด้วย
ปริมาณ : 500 ml.
รีวิวหลังใช้ : ตัวนี้เป็นสูตรเข้มข้น ซึ่งก็เข้มข้นจริง ผมนุ่มตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ สางผมออกมาแล้วไม่พันกันเลย พอผมแห้งแล้วก็ไม่กระด้าง ไม่เหนียวเหนอะผมด้วย รู้สึกเหมือนน้องได้เกิดใหม่ วิธีใช้ก็ไม่ซับซ้อนอะไร ชโลมไปเลยชุ่มๆ 5-10 นาที แล้วก็ล้างออก ตัวนี้หาซื้อง่ายมาก ลงขายทุกแอป ตามช็อปตามห้างก็มีนะ Eveandboy, Tops อะไรงี้ก็มี ทรีตเมนต์เราใช้ทั้งตอนทำสีแล้วก็ตอนย้อมดำกลับเวลาเบื่อๆ เลย อย่างว่าแหละทำสีตลอด ถ้าไม่บำรุงเลยผมเสียหนักแน่ ยิ่งเราผมยาวมากๆ อยู่ด้วย

จุดเด่น/จุดด้อย : บำรุงล้ำลึก ผมนุ่มทันทีหลังหมักเสร็จ กลิ่นหอมติดทน
คะแนนความพึงพอใจ : 10/10
สำหรับคะแนนความพึงพอใจ อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวหลังจากเราลองใช้เท่านั้นนะคะ ใครที่ย้อมออกมาแล้วสีไม่ตรงตามหน้ากล่อง อันนี้น่าจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมากๆ เช่น ได้กัดสีผมก่อนทำหรือเปล่า ยิ่งกัดสว่างมาก สีก็ยิ่งชัด ถ้าไม่ได้กัดเลย สีก็จะไม่ค่อยเปลี่ยน

ส่วนเรื่องระยะเวลาก็สำคัญ ถ้าลงสีแป๊บๆ แล้วไปล้างออกเลย สีมันก็ยังไม่ทันแทรกซึมเข้าสู่ผม ก็อาจจะทำให้ออกมาไม่สดเท่าที่ต้องการ ลักษณะเส้นผมก็มีผลนะ คนที่มีผมเส้นใหญ่และแน่นจะทำสีผมได้ยากกว่าคนที่มีผมเส้นเล็ก ก็ต้องมาปรับสูตรความเข้มข้นของยาย้อมผมด้วย มากไปก็ทำร้ายเส้นผม ซึ่งทางที่ดีหลังย้อมผม อย่าลืมบำรุงกันด้วยน้าา

มาถึงตรงนี้เพื่อนๆ อาจจะยังเห็นภาพไม่ชัด เราก็เลยทำตารางสรุปมาให้ เพื่อนๆ เคยทำสีอะไรมาแล้วบ้าง หรือมีทริก มีข้อมูลแนะนำอะไรดีๆ ที่อยากแชร์ มาพูดคุยกันได้นะคะ เราอ่านแน่นอน สุดท้ายนี้เราขอบคุณทุกคนที่ตั้งใจอ่านมาจนจบนะคะ กระทู้นี้ใช้เวลารวบรวมข้อมูลนานมากๆ ขอบคุณทุกคนค่าา ><
ชื่อสินค้า:   ทำสีผม + ทรีตเม้นท์
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่