อายุ15แต่เรื่องที่เจอแต่ละเรื่องคือ...

เริ่มจากที่เราอะเป็นคนบ้านฐานะกลางๆไม่ได้รวยแต่ก็ไม่ได้จน เราได้เรียนรร.เอกชนที่นึงเรียนตั้งแต่อนุบาล1ที่ป.3 ค่าเทอมรวมเกิน2ล้าน แต่ครูที่รร.คือแย่มาก ตอนอนุบาล3 มีกิจกรรมให้เด็กทำกันคือเอาแปรงฟันมาสุ่มสีละเอานิ้วไปบี้ให้สีมันกระเด็นไปที่กระดาษ(เราอธิบายยไม่ถูกอะ) ครูเขาจะให้ทำทีละคนแล้วครูจะคุม พอถึงตาเราทำเหมือนเราก็ทำสีกระเด็นไปที่เสื้อครูเขาตอนนั้นครูก็เริ่มรำคาญแล้วเพราะเราทำเลอะตอนแรกก็ไม่อะไรมากด่าๆนิดหน่อย พอทุกคนทำเสร็จก็ถึงเวลากินข้าวเที่ยงกันละเหมือนครูเขาเข้าห้องน้ำพออกมาก็วีนถามว่าใครทำสีเลอะครู เพื่อนทุกคนในห้องก็ชี้มาที่เราคนเดียวในห้อง เหมือนตอนเราทำเลอะเพื่อนๆก็ได้ยินครูด่าเราอยู่แล้วพอครูถามงี้ก็เลยชี้เรากันทุกคนครูก็คือวีนแตกมากลากเราไปในห้องน้ำ คือห้องน้ำรร.มันจะอยู่ในห้องเรียนเลยละห้องน้ำก็จะมีอุปกรณ์ครัวที่พึ่งล้างเสร็จมั้งเราไม่แน่ใจแต่ครูเขาอะหยิบมีดอันใหญ่มาละขู่จะตัดแขนเราละด่าเราดังมากตอนนั้นคือกลัวมากร้องไห้ดังสุดๆเราก็พยายามเอาแขนออกเพราะเขาถือมีดมาจะทำเป็นจะหันแขนแล้วเราก็พยายามดิ้นๆอนู่นานเลยเขาก็ด่าๆไปเรื่อยๆประมาณ5นาทีได้ที่เราพยายามดิ้นจนครูเขาก็ปล่อยเราไปกินข้าว ที่จริงมีครู2คนนะคะแต่อีกคนเหมือนไม่กล้าห้ามอะค่ะ ตอนกินข้าวเราร้องไห้หนักมากเพราะกลัว ครูอีกคนที่ไม่กล้าห้ามก็เหมือนพยายามปลอบให้เราเลิกร้องไห้ แต่พอเรากลับบ้านไปก็ไม่ได่เล่าให้ฟังเพราะด้วยความมี่เราเด็กอยู่มั้งเลยคิดว่าที่ครูทำเป็นเรื่องปกติ ละก็มีอีกอีกเรื่องคือเราเป็นคนที่ผมยาวมาตลอดละอยู่ๆก็อยากตัดผมสั้น เลยตัดสั้นติ่งหู พอไปรร.อยู่ในห้องครูเขาก็พูดว่าตัดสั้นไม่เห็นสวยเลยจะตัดทำไม เหตุการณ์นี้คือเรากลายเป็นคนไม่มั่นใจตัวเองตอนผมสั้นเลย หลังจากนั้นเราต่อต้านการตัดผมสั้นมาตลอด เพราะคำพูดครู ต่อมาช่วงป.2เจอครูอีกคนคือตอนนั้นเราไปเล่นของเล่นมาละเกิดอุปติเหตุไปกัดลิ้นตัวเองละไปรร.เล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็พูดขึ้นมาว่าเราเป็รโรคมือเท้าปากทั้งๆที่เราบอกว่าเกิดอุปติเหตุมาละกลับบ้านไปเหมือนเพื่อนเล่าให้เเม่เพื่อนฟังแล้วแม่เขามาถามครูประจำชั้น ครูประจำชั้นก็มาดูเราพอเห็นว่ามันเป็นแค่แผลก็วีนเราด่าเราแรงมากแล้วก็ไล่เรากลับบ้าน ละก็มีครั้งนึงด้วยความที่เราเด็กอยู่เลยไม่รู้ว่าตอนพูดคะค่ะตอนคุยกับผญ.เราเลยไม่ได้พูด ละตอนที่ครูถามคำถามเพื่อนเราที่นั่งข้างๆเขาตอบไม่ได้เราเลยตอบเเทนแต่ไม่ได้พูดคะค่ะต่อท้ายเขาด่าเราฉ่ำเลยค่ะเพื่อนทั้งห้องก็มองเรา ละก็มีครั้งนึงเราตอบคำถามครูผิดครูก็ด่าเราว่าเราไม่ตั้งใจเรียนหรอละก็ด่าว่าโง่ หลังจากนั้นเราก็ไม่กล้าตอบคำถามครูทุกคนเลยเพราะกลัวเราตอบผิด  ช่วงเด็กๆเราเป็นคนพลังบวกมากไม่คิดมาก ชอบเข้าสังคมชวนคุยเก่งมากกได้จนจบรร.นี้มาเรากลายเป็นคนอินโทเวิสไม่ค่อยเข้าสังคม กลัวการโดนด่าสุดๆ  พอป.3เหมือนบ้านเราล้มละลายไม่มีเงินเราเลยต้องย้ายรร.ตอนป.4 เป็นรร.รัฐ ใกล้ๆรร.เดิม เพื่อนที่รร.เก่าก็ย้ายมาด้วยประมาณ2-3คน มีคนนึงแม่เขาสนิทกับผอ. เลยให้เข้าห้องกิฟโดยที่ไม่ต้องสอบ ปกติห้องนี้จะมีการสอบเข้า แต่ผอ.ให้เข้าเลยเเล้วผอคิดว่าเราย้ายมาด้วยกันเราเลยได้เข้าห้องนี้ด้วย แล้วมันเป็นห้องกิฟอังกฤษหลักสูตรจะมีเเต่อังกฤษตอนนั้นคือตามไม่ทันเลยเรียนก็รู่เรื่องเพราะเราไม่เก่งอังกฤษเลย ครูภาษาไทยก็เหมือนรู้ว่าเราตามไม่ทันก็มาบูลี่เราละบอกให้เราย้ายห้องแต่ด้วยความที่เรากลัวย้ายแล้วโดนเพื่อนล้อเราเลยไม่ย้ายละก็ทนเรียน เเล้วเราเป็นคนที่หูตึงตั้งแต่2-3ขวบ แล้วคาบไทยจะมีเขียนตามคำบอกเราก็ไม่ได้ยินครูเขาพูดเราก็เลยสอบได้0คะแนน เขาบอกประกาศให้ทุกคนในห้องได้ยินว่าเราโง่มากแค่นี้ตอบผิด แต่ก็ผิดที่เราที่ไม่ได้บอกว่าเราหูตึง แต่เพื่อนๆในห้องจะรู้อยู่แล้วเลยไม่ได้อะไรมากพอป.4เทอม2เราก็มีเพื่อนสนิทแล้วพอขึ้นป.5เพื่อนก็จะเล่นแรฃมากชอบตีหลังแรงๆ  ชอบตบหัวเราก็บอกเจ็บ บางทีก็ร้องไห้เลย เขาก็จะบอกว่าเราอ่อนแอทีตบคยนู้นคนนี้ยังไม่เห็นเป็นไรเลย ละก็เป็นแบบนี้จนถึงป.6ตอนนั้นเพื่อนก็เริ่มมีความคิดแล้วว่าไม่ควรตบหัว เพระว่าเพื่อนเจออะไรหรือโกรธอะไรมือก็ชอบอัตโนมัติมาตบหัวเรา ทั้งๆที่ไม่เกี่ยวกับเราเลย พอเพื่อนคิดได้ก็ไม่มีแบบนี้อีก แต่เพื่อนเราเป็นคนที่สวยมาก เราก็จะเป็นคนที่หน้าตาธรรมดาๆเพื่อนก็เลยชอบด่าเราแบบเล่นๆ แต่ก็เสียความมั่นใจไม่น้อยเลย จนขึ้นมัธยมย้ายไปอีกรร.นึงเพื่อนสนิทก็ย้ายมาด้วยเเล้วก็ดันติดห้องเดียวกัน เราก็สนิทกันอยู่2คน
ตอนม.1ก็สนิทกันมากๆเพราะเราเรียนออนไลน์เราก็คบกันอยู่2คนพอเทอม2เรียนมาที่รร. เขาแบ่งเลขคู่เลขคี่เราก็ไม่ได้ไปรร.ด้วยกันเพราะเราเลขคี่เพื่อนเลขคู่ เพื่อนก็ไปมีเพื่อนใหม่ ช่วงแรกๆเราก็น้อยใจมากแต่ก็ไม่ได้บอกอะไร จนม.2ไม่แยกเลขตู่เลขคี่แล้ว เราก็กลับมาสนิทเหมือนเดิม ละก็มีแก๊งค์ 10คน(รวมเรากับเพื่อนด้วย) ช่วงแรกๆก็ดีมากพอหลังๆเพื่อนก็จะชอบแกล้งเราเพราะเราจะเอ๋อๆหน่อยเวลาเรียกก็ไม่ค่อนได้ยิน เพื่อนก็ชอบเรียกเราพอเราไม่ได้ยินก็จะขำ ละก็เรียกจนเราได้ยินเขาก็จะขำกันหนักมาก เพราะเรียกตั้งนาน เราก็ไม่โอเคมากทำให้เราไม่ชอบตัวเองเลย เเล้วเพื่อนเราที่สนิทตั้งแต่ประถมก็ขำไปด้วยสนุกฟกับเพื่อนแต่ก็ไม่เคยรู้เลยว่าเราไม่ชอบให้ล้อ เราก็พยายามคิดบวกมากๆ เเต่เพื่อนในแก๊งค์ก็ไม่หยุดแกล้งแค่นั้นยัฃมีชอบจี้เราเพราะเราบ้าจี้มากกจี้ทีนึงคือดิ้นตกเก้าอี้เลยหรือเวลามีคนมีจิ้มเอวก็จะดุ้งใหญ่มาก เพื่อนก็เลยชอบแกล้ง เราก็พยายามทนมาตลอด แล้สมีครั้งนึงเพื่อนเอาสีมาป้ายหน้าแล้วเราก็ไม่รู้ตัวละก็พักเที่ยงไปกินข้าว เราก็กินข้าวปกติแต่เพื่อนก็จะมองเราแล้วขำกัน เราก็งงไม่เข้าใจ เพื่อนสนิทเราก็ไม่ยอมบอกว่าเพื่อนขำไรกัน จนเรีวนคาบบ่ายมีคนทักว่าอะไรเปื้อนหน้าเราก็พึ่งรู้ตัว เพื่อนเราก็ไปด่าคนทักว่าทักทำไม ตอนนั้นคือเฟลมาก ที่เฟลกว่าคือเพื่อนสนิทเราก็ไม่ยอมบอก ตอนนั้นคือไม่มั่นใจกว่าเดิมมากๆเฟลสุดๆไม่ชอบเพื่อนในเเก๊งค์มาก เราก็ทนมาเรื่อยๆจนสนิทกับเพื่อนอีกคนในแก๊งค์เขาเป็นคนที่ดีสุดในแก๊งค์เลยเพราะเขาแคร์ความรู้สึกมาก เราก็ไว้ใจเขามาตลอด ส่วนเพื่อนสนิทเราตอนประถมก็ไปสนิทกับอีกคน เราก็สนิทกับคนใหม่มาตลอด จนม.3 เปิดเทอมมามีเด็กใหม่ เรากับเพื่อนก็เป็นห่วงเพท่อนใหม่ว่าเขาจะไม่กล้าคุยหรือไรมั้ยเรากับเพื่อนก็เลยไปชวนคุยละสุดท้ายก็สนิทกัน3คน แต่เด็กใหม่ก็สนิทกับเพื่อนเราจนจากที่เรามีเพื่อนนั่งข้างๆด้วยสุดท้ายเพื่อนเราก็ไปนั่งกับเด็กใหม่ปล่อยให้เรานั่งคนเดียว ตอนนั้นคือเราแบบเสียใจมากทำไมเราถึงโดนแย่งเพื่อนที่ดีของเราคนนึงไป แต่เราก็พยายามปกติจนวันนึงเราน้อยใจจนซึมทั้งวัน เราก็เดินคนเดียว จนเพื่อนสนิทตอนประถมก็ถาม ถามจนเราก็บอกความรู้สึกทั้งหมดไป ว่าเราไม่โอเคกับโดนแกล้งแล้วเราก็น้อยใจที่เพื่อนไปสนิทกับคนอื่น เพื่อนสนิทเราก็เอาไปบอกทุกคนในกลุ่ม เด็กใหม่ก็มาบอกว่าให้เขาอะเลิกยุ่งมั้ยหรือไรแต่เราอะรู้สึกว่าไม่อยากทำแบบนั้นเลยบอกว่าไม่เป็นไรเขาก็บอกว่าจะพยายามสนิทให้น้อยลงละสนใจเราบ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่มีไรเปลี่ยนไปทุกอย่างเหมือนเดิมต่างแค่เราเริ่มปรับความรู้สึกตัวเองเริ่มไม่อยากอะไรแล้ว แล้วก็ที่เราบอกว้าไม่โอเคที่โดนแกล้ง พวกที่แกล้งก็บอกปัญญาอ่อนอ่อนแอเพื่อนสนิทเราก็เอามาบอกเราว่าเขาพูดงี้กัน เพื่อนเราก็บอกว่าอย่าบอกพวกมันนะนี่เขาแอบมาบอกเราเลยนะ เราคือแบบเเล้วเพื่อนสนิทเราก็ไปร่วงวงด่าเราอะนะตอนนั้นคือแบบ เคเลย  นี่แค่ส่วนหนึ่งของทั้งหมดนะ ยังเหลืออีกเยอะ ขอบคุณที่อ่านกันนะ แต่ตอนนี้ก็คือดีขึ้นเยอะมากๆ เราก็เริ่มปรับอารมณ์ตัวเองไม่ให้อ่อนแอได้แล้ว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่