อาหรับน้อยของพระเจ้า : นักบุญมาเรียม



1. ขอลูกจากแม่พระ

     กิรีส เบาอาร์ดี (George Baouardy) และ มาเรียม ชาฮิน (Mariam Shashyn) สองสามีภรรยาคริสตชนคาทอลิกจารีตเมลไคท์กรีกคาทอลิก” (Melkite Greek Catholic) ทั้งสองมีบุตรชายรวมกันแล้ว 12 คนแต่น่าเศร้าเพราะทั้งหมดล้วนเสียชีวิตไปตั้งแต่วัยเยาว์ มันทำให้ทั้งสองต้องเสียใจมาก แต่ด้วยความหวังของมารดามาเรียมจึงได้ไปพูดกับสามีขึ้นว่า “พี่จ๊ะ ขอให้พวกเราไปเบธเลเฮม (Bethleham) ด้วยเท้าและขอแม่พระสำหรับลูกสาว พร้อมขอให้เราสัญญาต่อพระนางว่าหากพระนางทรงตอบรับคำอธิษฐานของเราเราจะตั้งชื่อเธอว่า “มาเรียม (Mariam)” และจะถวายเธอเพื่อรับใช้พระเจ้าด้วยขี้ผึ้งเท่าน้ำหนักของเธอเมื่อเธออายุ 3 ปีดีมั้ย”

     เพราะเหตุนี้ด้วยความเชื่อทั้งสองจึงออกเดินทางไปพร้อมกัน ฟันฝ่าความร้อนและอุปสรรคเป็นระยะทางกว่า 170 กิโลเมตร และอัศจรรย์ผ่านคำอธิษฐานอย่างร้อนรนที่ถ้ำเลี้ยงสัตว์ ก่อนวันสมโภชพระคริสตเจ้าสำแดงองค์ (The Epiphany of the Lord) ในวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 1846 ทารกเพศหญิงตัวน้อยก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ในบ้านของครอบครัวที่ตั้งอยู่ในสถานย่านเมืองอิบิลลิน (Ibillin) บนเทือกเขาในแคว้นกาลิลีประเทศอิสราเอล🇮🇱 พร้อมได้รับนามตามสัญญาว่า “มาเรียม (Mariam)” และได้รับศีลล้างบาป ศีลกำลังและศีลมหาสนิท ในอีก 10 วันถัดมาในวัดคาทอลิกจารีตเมลไคท์กรีกคาทอลิก (Melkite Greek Catholic)

2. มรณกรรมของมารดาและบิดา

     “ท่านนักบุญผู้ยิ่งใหญ่เจ้าข้า นี่คือบุตรของลูก แม่พระเป็นแม่ของเธอ โปรดเถิดโปรดรับที่จะดูแลเธอโปรดเป็นพ่อของเธอเถิดด้วย” บิดาของท่านพึมพำต่อภาพของนักบุญยอแซฟถึงบุตรสาวของเขาก่อนที่เขาจะจากไป ตามภรรยาของเขา ทิ้งให้ท่านและ “พอล (Paul)” น้องชายของท่านเป็นเด็กกำพร้า โชคยังดีที่คุณป้าที่ทาร์ชิช (Tarshish) มารับอุปการะน้องของท่านไป ส่วนท่านนั้นก็ได้รับอุปการะโดยคุณลุงของท่านที่อิบิลลิน (Ibillin) ด้วยเหตุนี้ท่านและน้องชายก็ไม่เคยได้พบหน้ากันอีกเลย

     ที่บ้านของลุง ท่านได้รับการดูแลอย่างดี ตั้งแต่วัยเยาว์ท่านแสดงให้เห็นถึงทิศทางชีวิตของท่าน เรื่องมันเกิดขึ้นจากที่สวนของลุงท่าน มันเต็มไปด้วยลูกพีช แอปริคอทและถั่วพีแคน ดังนั้นท่านมักจะมาเก็บพวกมันไปให้พวกนกน้อยที่ได้เป็นของขวัญในกรงเสมอ จนวันหนึ่งท่านตัดสินว่า นกน้อยต้องอาบน้ำแล้วแต่อนิจจาท่านไม่ได้ตั้งใจให้พวกมันต้องจมน้ำตาย ทำให้ดวงใจน้อยๆเอ่อล้นไปด้วยความเศร้า ที่สุดท่านตัดสินใจที่จะฝังพวกมันไว้ ขณะเดียวกันนั้นเองที่ในส่วนลึกของดวงใจท่านได้ยินเสียงกล่าวว่า “นี่คือวิธีการที่ทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไป ลูกต้องมอบถวายดวงใจของลูกเองให้กับเรา แล้วเราจะสถิตอยู่กับลูกเสมอ”

3. เครื่องหมายจากฟ้า

     “มันเป็นเพียงความฝัน” ท่านกล่าวกับตัวเองกับภาพที่ได้เห็นในความฝันที่ท่านได้แลเห็นพ่อค้านำปลาตัวใหญ่มาขายให้กับลุงของท่านถึงที่บ้าน ท่านเข้าใจในทันทีว่า ปลามันมีพิษ ก่อนท่านจะตื่นขึ้นมาในสภาพเหงื่อเต็มกาย วันถัดมาเหตุการณ์ก็ได้เกิดขึ้นตามนั้นจริง ท่านจึงพยายามเตือนลุงของท่าน แต่เขายังคงยืนกรานที่จะซื้อเช่นเดิม ท่านจึงเริ่มร้องไห้และยืนกรานไม่ให้ลุงของท่านกินปลานั่น พลางขอให้ตัวท่านเองกัดเป็นคนแรกเพื่อเสียสละแทนทุกคน แต่ที่สุดด้วยความเพียรของท่าน ลุงและป้าของท่านจึงตัดสินใจผ่าปลาดูเพื่อพิสูจน์ และก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า ปลาได้กลืนงูพิษตัวน้อยเข้าไป!

     อีกครั้งหนึ่งขณะที่ท่านกำลังกินข้าวอยู่ ก็ได้มีงูแอบเลื้อยเข้าไปในบ้านและห้องที่ท่านอยู่ แทนที่ท่านจะกลัวมัน ท่านกลับหยิบมันขึ้นมาง่ายๆ แต่สำหรับคนใช้ที่เปิดประตูเข้ามาเห็นภาพงูและท่าน กลับตกใจจนร้องลั่นบ้าน ด้วยความตกใจท่านจึงเผลอปล่อยมันก่อนตามจับมันมาได้ ขณะที่ทุกคนในบ้านวิ่งมาดูตามเสียงของคนใช้ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหมือนการทำนายการต่อสู้ของท่านในอนาคตกับอสรพิษโบราณ

4. ปฏิเสธการแต่งงาน

     เมื่อท่านอายุประมาณ 8 ปี ลุงของท่านก็ตัดสินใจพาครอบครัวย้ายไปอยู่อเล็กซานเดรีย (Alexandria) ประเทศอียิปต์🇪🇬 มันเป็นอีกครั้งที่ท่านเศร้าเพราะต้องจากบ้านอันเป็นที่รัก ตามคตินิยมเมื่อท่านมีอายุ 13 ปี ท่านก็ถูกคลุมถุงชนกับน้องชายป้าของท่านที่อาศัยอยู่ในกรุงไคโร เช่นกันพวกเขาไม่เคยถามความเห็นท่านเลย มันจะเป็นการตกลงของผู้ใหญ่แบบเดียวกับชาวมุสลิม☪️ เมื่อท่านทราบท่านก็ถึงกับตกใจและเศร้าโศกในทันที เพราะสำหรับท่านแล้ว ท่านปรารถนาจะมอบถวายตัวท่านแด่พระเจ้าพระองค์เดียวต่างหาก ด้วยความเศร้าอย่างเต็มล้น ท่านไม่อาจจะหลับตาได้ในคืนก่อนงานแต่งที่ไม่ได้ขอ ท่านสวดภาวนาอย่างร้อนรนให้ท่านไม่ต้องแต่งงาน อีกครั้งพระเยซูเจ้าได้ตรัสปลอบท่านในหัวใจลึกๆว่า “ทุกสิ่งอย่างที่ผ่านมา หากลูกปรารถนามอบถวายดวงใจของลูกให้เราแล้วล่ะก็ เราจะยังคงสถิตกับลูกเสมอ”

     ท่านรู้ดีว่านั่นคือ เสียงพระเยซูเจ้า เจ้าบ่าวเพียงคนเดียวของท่าน ดังนั้นส่วนที่เหลือของคืนท่านจึงใช้เวลาไปกับการภาวนาต่อหน้าไอคอนของแม่พระ เพื่ออ้อนวอนของความช่วยเหลือจากพระนาง จนเผลอหลับไปชั่วขณะ ก่อนท่านจะตื่นขึ้นมาได้ยินเสียงภายในว่า “มาเรียม แม่อยู่กับลูก จงปฏิบัติตามการดลใจของแม่ที่จะมอบให้ลูก แม่จะช่วยลูกเอง”

     ดังนั้นในตอนเช้าท่านจึงแจ้งความประสงค์ที่จะไม่แต่งงานของท่านกับลุงของท่าน มันทำให้ลุงของท่านโกรธจัด เขาจึงตีท่าน ตะคอกท่านเพราะความไม่เชื่อฟังของท่าน เพื่อพยายามให้ท่านเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ แต่ไม่ได้ผลท่านยังคงยืนกรานที่จะไม่แต่งงานเช่นเดิม ดังนั้นเขาจึงลงโทษให้ท่านไปเป็นสาวใช้ในบ้านที่ต่ำต้อยที่สุด มันทำให้ท่านจมปลักอยู่ในความรู้สึกว่างเปล่าและสิ้นหวัง ท่านเขียนจดหมายถึงน้องชายของท่าน ที่พึ่งคนสุดท้ายของท่านเพื่อเชิญเขามาพบท่านที่อเล็กซานเดรีย (Alexandria)

5. ไม่ขอเปลี่ยนศาสนา

     หลังจากนั้นมาท่านก็ได้ไปทำงานเป็นคนใช้ในบ้านของชาวมุสลิม☪️ ผู้ส่งจดหมายของท่านไปที่นาซาเร็ธ (Nazareth) เขาพยายามสนับสนุนให้ท่านเปิดเผยปัญหาส่วนตัว เขาโกรธเมื่อรู้เรื่องของท่านกับลุงและพยายามแนะนำให้ท่านหันมาเป็นมุสลิม☪️ อันเป็นดังยาที่จะรักษาท่าน ด้วยคำพูดและการกระทำของเขาในไม่ช้าท่าน็เข้าใจความประสงค์ของเขา เรื่องนี้ทำให้ท่านถูกต้องดึงกลับมาและปฏิเสธความก้าวหน้ากับเขา “มุสลิม ไม่ ไม่เคย ดิฉันเป็นธิดาของพระศาสนจักรคาทอลิก และดิฉันหวังว่า โดยพระหรรษทานของพระเจ้าที่จะพากเพียรต่อไปจนตายในศาสนาของดิฉัน ซึ่งเป็นผู้เดียวอันแท้จริง”

     ด้วยความโกรธที่ถูกปฏิเสธเยื่อใยจากเด็กสาวคริสตชนคาทอลิกอย่างรุนแรง เขาโกรธจัดมาก ดวงตาของเขาแสดงออกถึงความจงเกลียดจงชัง เขาสูญเสียการควบคุม แล้วเขาเตะท่านจนล้มลงไปกับพื้น ก่อนชักดาบและปาดคอท่าน ก่อนจะทิ้งร่างของที่เขาคิดว่า ตายแล้ว ไว้ในตรอกมืดๆ ท่ามกลางวันฉลองแม่พระบังเกิด (The Nativity of the Blessed Virgin Mary) ปีค.ศ. 1858

6. พยาบาลชุดฟ้า

     ฉับพลันแม่พระก็ได้เสด็จมาหาท่าน ในคำอธิบายของท่านบอกว่า “ภคินีในชุดสีฟ้ามารับดิฉันและเย็บแผลที่คอของดิฉัน เรื่องนี้เกิดขึ้นในถ้ำที่ไหนซักแห่ง จากนั้นดิฉันก็พบตัวเองอยู่ในสวรรค์กับแม่พระบรรดาทูตสวรรค์และนักบุญทั้งหลาย พวกเขาปฏิบัติกับดิฉันด้วยความเมตตาอันยิ่งใหญ่ ในหมู่ของพวกเขา คือ พ่อแม่ของดิฉัน ดิฉันเห็นบัลลังก์อันสุกใสของพระตรีเอกภาพผู้ศักดิ์สิทธิ์ และพระเยซูคริสตเจ้าในสภาพมนุษย์ของพระองค์ ที่นี่ไม่มีแสงอาทิตย์ ไม่มีตะเกียง แต่ทุกอย่างก็สว่างไสวไปด้วยแสง มีใครบางคนบอกดิฉันว่า พวกเขาบอกว่า ดิฉันเป็นพรหมจารี แต่หนังสือแห่งชีวิตของดิฉันยังไม่สมบูรณ์”

     หลังจากนั้นท่านก็ได้พบตัวเองอีกครั้งอยู่ในถ้ำกับแม่พระ และหลบภัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน อาจราวๆเดือนหนึ่ง จนอยู่มาวันหนึ่งก็มีพยาบาลที่ไม่รู้จักได้นำซุปมาให้ท่าน และมันอร่อยมากท่านจึงขอเพิ่มและตลอดชีวิตของท่าน ท่านยังคงจำรสชาติของซุปสวรรค์นี้ได้เลย จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายบนเตียงของท่านท่านได้กล่าวว่า “เธอทำซุปบางส่วนให้ดิฉัน โอ้ ซุปช่างดีเช่นนี้ ดิฉันเสาะหามันเป็นเวลานานและไม่เคยได้ลิ้มลองซุปเช่นนั้นเลย ดิฉันมีรสนี้ในปากของดิฉัน เธอสัญญากับดิฉันว่า ในชั่วโมงสุดท้ายของดิฉัน เธอจะให้ดิฉันอีกด้วยช้อนน้อยๆ”

     ในช่วงท้ายของการพัก พยาบาลชุดสีฟ้าก็ได้เผยแสดงอนาคตของท่านว่า “เธอจะไม่ได้เห็นครอบครัวของเธออีก เธอจะไปฝรั่งเศส🇫🇷ที่เธอจะกลายเป็นนักบวช เธอจะเป็นธิดาของนักบุญยอแซฟก่อนที่จะกลายเป็นธิดาของนักบุญเทเรซา เธอจะได้รับเครื่องแบบคณะคาร์เมไลท์ในบ้านหลังหนึ่ง เธอจะปฏิญาณตนเป็นอันดับสอง และเธอจะเสียชีวิตเป็นอันดับสามที่เบธเลเฮม (Bethleham)”

     หลังจากบาดแผลได้รับการเยียวยาแล้ว แม่พระก็ได้พาท่านไปวัดนักบุญแคธรีนของคณะฟรังซิสกัน ที่นั่นท่านได้รับศีลอภัยบาป ก่อนกลับออกมา และพบว่า พยาบาลชุดสีฟ้าได้หายไปแล้ว แต่บาดแผลที่ลำคอยังอยู่ในรูปของแผลเป็นตลอดมา มันผ่านการตรวจจากแพทย์มากมายที่ต่างฉงนว่า ท่านรอดมาได้อย่างไร? แต่กระนั้นมันก็ทำให้ท่านมีเสียงที่แหบลงไปมาก

7. ทูตสวรรค์ของพระเจ้า

     ด้วยอายุเพียง 13 ปี ท่านก็ได้เข้าทำงานเป็นคนใช้ในบ้านของครอบครัวคริสตชนอาหรับนามนาจจา(Najjar) ที่มอบทั้งห้องพัก อาหารและเงินเดือนเล็กน้อยแก่ท่าน ที่นั่นท่านอาศัยอยู่ในความยากจน ท่านมีเสื้อผ้าเพียงชุดเดียว ส่วนเงินเดือนของท่านก็ถูกมอบแด่ผู้ยากไร้ทั้งหลาย คงเหลือไว้ไม่กี่เปียสสำหรับซื้อน้ำมันตะเกียงน้อยของรูปไอคอนแม่พระ

     และด้วยความหวังที่จะไปแสวงบุญด้วยเท้า ท่านก็ตัดสินใจไปร่วมกองคาราวานที่กำลังมุ่งไปกรุงเยรูซาเล็ม (Jerusalem) ณ ที่นั่นท่านได้พบกับชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งที่มีลักษณะจริงใจที่ถนนในกรุงเยรูซาเล็ม (Jerusalem) เข้ามาคุยกับท่านที่อายุ 15 ปีจึงได้คุยกับเขา โดยเขาได้พูดสรรเสริญการเป็นพรหมจารีที่ครบครัน อีกวันหนึ่งท่านก็ได้พบกับเขาอีกครั้ง ครั้งนี้เขาได้แนะนำชื่อเขาเองว่า “ยอห์น จอร์จ(John George)” และได้นำท่านไปยังโบสถ์พระคูหาศักดิ์สิทธิ์ (Church of the Holy Sepulchre) หลังจากที่มาถึงแล้วเขาก็ได้เชิญชวนท่านปฏิญาณรักษาพรหมจรรย์ ณ พระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์นี้

     ก่อนที่จะลาจากกัน ยอห์นก็ได้เปิดเผยถึงเรื่องของท่าน ในสถานะของพี่วิญญาณท่านเห็นเขาอีกครั้งก่อนการปฏิญาณตนตลอดชีพได้ไม่นาน ท่านเข้าใจดีว่าเขา คือ ทูตสวรรค์ของพระเจ้าที่พระองค์ทรงส่งมาเพื่อชี้นำท่านเหมือนกรณีของโทบิต (Tobit) หลังจากนั้นท่านก็ยังอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม (Jerusalem) สักพักก่อนที่จะเดินทางกลับไฮฟา (Haifa) เพื่อต่อไปยังแซงต์-ฌองดาเครอ (Saint-Jean-d'Acre) แต่เนื่องจากสภาพอากาศเรือเลยเกิดเปลี่ยนทิศไปยังท่าเรือเบรุต (Beirut) ประเทศเลบานอน🇱🇧
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่