สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน ในบทความนี้ ผมจะมาบรรยายในหัวข้อ "การเขียนบทความ"
การเขียนบทความ เป็นสิ่งๆนึงที่ผมเริ่มทำมาได้ซักพักนึงแล้ว แต่ในบางครี่ง ในบางที ก็รู้สึกท้อ เนื่องจากว่า แทบไม่มีคนอ่านเลย ผมเลยหันมาลงบทความใน Pantip ดูบ้าง
ทำไมถึงเริ่มต้นเขียนบทความ
เนื่องจากว่า มีอยู่วันหนึ่ง เมื่อประมาณ 1-2 ปีที่แล้ว ผมได้อ่านหนังสือเล่มนึง เรื่อง "งานประจำสอนทำธุรกิจ" ซึ่ง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอะไรบางอย่าง
หลังจากนั้นไม่นาน ผมตัดสินใจ โหลดแอพนึงมา มีชื่อว่า "Blockdit" โดยบทความที่ผมลงส่วนใหญ่ จะเป็นการเล่าเรื่องเส้นทางชีวิตของผม ว่าผม ได้บทเรียนอะไรมาบ้างจากสิ่งที่เจอ หลักๆจะเป็นในทางจิตวิทยามากกว่า และสไตล์การเขียนของผม จะคล้ายๆกับการเขียน Diary หรือ Journal ซึ่ง หลังจากผมได้หันมาให้ความสนใจกับการลงบทความ ทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่า ความคิด มุมมอง ไมด์เซ็ท ต่างๆเริ่มเปลี่ยน แต่ในทางกลับกัน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน บางครั้งก็มีความกลัวเข้ามา
ปัญหาที่ผมพบตอนนี้คือ เขียนๆอยู่ อยู่ๆก็นึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรต่อ ซึ่งทำให้บทความที่ผมเคยลงนั้น พอไม่รู้จะเล่าอะไรต่อ ก็จะตัดจบเลย แต่ในบทความนี้ ผมจะพยายามเรียบเรียงความคิดออกมา ให้ได้มากที่สุด อาจจะมีการพูดออกนอกเรื่องไปบ้าง แต่คุณผู้อ่านทุกท่านมีความคิดเห็นอย่างไร สามารถแสดงความคิดเห็นได้ครับ
รู้ว่าแทบไม่มีคนอ่าน แต่ทำไมถึงยังเขียนบทความต่อ?
คำตอบของคำถามนี้คือ เพราะผม ไม่มีอะไรทำ ผมเลยหาอะไรทำไปเรื่อย เพื่อที่จะได้รู้สึกเติมเต็ม และ บทความต่างๆที่ตัวเราเองเป็นคนทำ เมื่อเวลาผ่านไป แล้วพอเราย้อนกลับมาดูผลงานแรกๆ สิ่งที่เราจะรู้สึกคือ รู้สึกว่า "กำลังใจ" กลับมา ทำให้เรา มีเรี่ยวมีแรงในการที่จะใช้ชีวิตต่อไปได้
แล้ว..... ฝึกทักษะการเขียนยังไง?
วิธีที่ผมใช้ประจำเลยคือ การเขียน Diary หรือ Journal ซึ่ง สองวิธีนี้ นอกจากจะช่วยพัฒนาทักษะการเขียนแล้ว ยังช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสาร การจัดการอารมณ์ /ความคิด/ความรู้สึก และอื่นๆ โดยหลักๆที่ผมได้ คือ Self-talk ซึ่ง สำคัญมาก เวลาท้อ เวลาหมดหวัง เวลาเจอปัญหาที่ยากจะแก้ Self-talk จะสามารถช่วยเราได้
แล้วอะไรคือ "Self-talk"?
ในความเข้าใจของผม "Self-talk" คือการคุยกับตัวเอง เหมือนมีตัวเราอีกคนนึงอยู่ ยกตัวอย่างเช่น เวลาคุณโมโห จะมีเสียงในหัวบอกว่า "ใจเย็น หายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆคิด" สำหรับผม นี่คือ Self-talk
"Self-talk" สำคัญอย่างไร?
สำหรับผมนั้น Self-talk เปรียบเสทือนไพ่ใบนึงที่ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง Self-talk คือสิ่งที่ สามารถช่วยให้ตัวเราเองนั้น พัฒนาตัวเองได้ไวขึ้น มีความสุขมากขึ้น สามารถมองสิ่งต่างๆออกได้ง่ายขึ้น
แล้ว "Self-talk" มีข้อเสียอะไรไหม?
มีครับ เท่าที่ผมสังเกต เวลาผมมีเป้าหมายที่ตั้งใจจะทำให้สำเร็จ แล้วเป้าหมายนั้นๆ เป็นเป้าหมายที่ใหญ่ และยาก เมื่อผมเหนื่อย เสียงในหัวผมจะบอกว่า ลุกขั้นมา ลองใหม่สิ อย่าพึ่งถอยสิ ซึ่ง ทำให้ตัวผมเอง เลือกที่จะฝืนต่อไป กระทั่งผ่านกาลเวลาไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่า การทำแบบนั้นมันดูไม่รักตัวเอง ทำให้ตัวผมเอง ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ สาเหตุนี้เอง ที่ทำให้ผม เลือกที่จะใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองอยาก ไม่กดดันตัวเอง ใช้ชีวิตไปตามที่ใจยาก ผมก็มีเป้าหมาย แต่เป้าหมายผมเล็กกว่าแต่ก่อนมาก จากแต่ก่อนที่ ตัวผมเองตั้งเป้าหมายว่า จะต้องมีเงิน 100 ล้านบาท ก่อนอายุ 25 พอผมได้ทบทวนกับตัวเองดู ผมรู้สึกว่า การที่ผม เอาความสุขไปผูกกับเป้าหมาย ซึ่งอยู่ปลายทาง ทำให้ตัวผมเองนั้น มองข้ามสิ่งที่มีอยู่ไป ซึ่ง มีประโยคนึงที่ผมรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ "ถ้าคุณไม่รู้สึกขอบคุณสิ่งที่คุณมีอยู่ สุดท้าย คุณจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย" - T. Harv Eker (ทางผู้เขียนกล่าวไว้ประมาณนี้ ประโยคที่ผมพิมพ์ไปข้างต้น เกิดจากการตีความ สำหรับใครที่สงสัยว่าประโยคดังกล่าวมาจากหลังสือเล่มไหน คำตอบคือ "ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน")
สำหรับบทความนี้ ผมขอจบแต่เพียงเท่านี้ คุณผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไร สามารถแสดงความคิดเห็นได้ครับ
ขอบคุณครับ <3
การเขียนบทความ และเส้นทางชีวิต
การเขียนบทความ เป็นสิ่งๆนึงที่ผมเริ่มทำมาได้ซักพักนึงแล้ว แต่ในบางครี่ง ในบางที ก็รู้สึกท้อ เนื่องจากว่า แทบไม่มีคนอ่านเลย ผมเลยหันมาลงบทความใน Pantip ดูบ้าง
ทำไมถึงเริ่มต้นเขียนบทความ
เนื่องจากว่า มีอยู่วันหนึ่ง เมื่อประมาณ 1-2 ปีที่แล้ว ผมได้อ่านหนังสือเล่มนึง เรื่อง "งานประจำสอนทำธุรกิจ" ซึ่ง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอะไรบางอย่าง
หลังจากนั้นไม่นาน ผมตัดสินใจ โหลดแอพนึงมา มีชื่อว่า "Blockdit" โดยบทความที่ผมลงส่วนใหญ่ จะเป็นการเล่าเรื่องเส้นทางชีวิตของผม ว่าผม ได้บทเรียนอะไรมาบ้างจากสิ่งที่เจอ หลักๆจะเป็นในทางจิตวิทยามากกว่า และสไตล์การเขียนของผม จะคล้ายๆกับการเขียน Diary หรือ Journal ซึ่ง หลังจากผมได้หันมาให้ความสนใจกับการลงบทความ ทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่า ความคิด มุมมอง ไมด์เซ็ท ต่างๆเริ่มเปลี่ยน แต่ในทางกลับกัน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน บางครั้งก็มีความกลัวเข้ามา
ปัญหาที่ผมพบตอนนี้คือ เขียนๆอยู่ อยู่ๆก็นึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรต่อ ซึ่งทำให้บทความที่ผมเคยลงนั้น พอไม่รู้จะเล่าอะไรต่อ ก็จะตัดจบเลย แต่ในบทความนี้ ผมจะพยายามเรียบเรียงความคิดออกมา ให้ได้มากที่สุด อาจจะมีการพูดออกนอกเรื่องไปบ้าง แต่คุณผู้อ่านทุกท่านมีความคิดเห็นอย่างไร สามารถแสดงความคิดเห็นได้ครับ
รู้ว่าแทบไม่มีคนอ่าน แต่ทำไมถึงยังเขียนบทความต่อ?
คำตอบของคำถามนี้คือ เพราะผม ไม่มีอะไรทำ ผมเลยหาอะไรทำไปเรื่อย เพื่อที่จะได้รู้สึกเติมเต็ม และ บทความต่างๆที่ตัวเราเองเป็นคนทำ เมื่อเวลาผ่านไป แล้วพอเราย้อนกลับมาดูผลงานแรกๆ สิ่งที่เราจะรู้สึกคือ รู้สึกว่า "กำลังใจ" กลับมา ทำให้เรา มีเรี่ยวมีแรงในการที่จะใช้ชีวิตต่อไปได้
แล้ว..... ฝึกทักษะการเขียนยังไง?
วิธีที่ผมใช้ประจำเลยคือ การเขียน Diary หรือ Journal ซึ่ง สองวิธีนี้ นอกจากจะช่วยพัฒนาทักษะการเขียนแล้ว ยังช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสาร การจัดการอารมณ์ /ความคิด/ความรู้สึก และอื่นๆ โดยหลักๆที่ผมได้ คือ Self-talk ซึ่ง สำคัญมาก เวลาท้อ เวลาหมดหวัง เวลาเจอปัญหาที่ยากจะแก้ Self-talk จะสามารถช่วยเราได้
แล้วอะไรคือ "Self-talk"?
ในความเข้าใจของผม "Self-talk" คือการคุยกับตัวเอง เหมือนมีตัวเราอีกคนนึงอยู่ ยกตัวอย่างเช่น เวลาคุณโมโห จะมีเสียงในหัวบอกว่า "ใจเย็น หายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆคิด" สำหรับผม นี่คือ Self-talk
"Self-talk" สำคัญอย่างไร?
สำหรับผมนั้น Self-talk เปรียบเสทือนไพ่ใบนึงที่ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง Self-talk คือสิ่งที่ สามารถช่วยให้ตัวเราเองนั้น พัฒนาตัวเองได้ไวขึ้น มีความสุขมากขึ้น สามารถมองสิ่งต่างๆออกได้ง่ายขึ้น
แล้ว "Self-talk" มีข้อเสียอะไรไหม?
มีครับ เท่าที่ผมสังเกต เวลาผมมีเป้าหมายที่ตั้งใจจะทำให้สำเร็จ แล้วเป้าหมายนั้นๆ เป็นเป้าหมายที่ใหญ่ และยาก เมื่อผมเหนื่อย เสียงในหัวผมจะบอกว่า ลุกขั้นมา ลองใหม่สิ อย่าพึ่งถอยสิ ซึ่ง ทำให้ตัวผมเอง เลือกที่จะฝืนต่อไป กระทั่งผ่านกาลเวลาไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่า การทำแบบนั้นมันดูไม่รักตัวเอง ทำให้ตัวผมเอง ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ สาเหตุนี้เอง ที่ทำให้ผม เลือกที่จะใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองอยาก ไม่กดดันตัวเอง ใช้ชีวิตไปตามที่ใจยาก ผมก็มีเป้าหมาย แต่เป้าหมายผมเล็กกว่าแต่ก่อนมาก จากแต่ก่อนที่ ตัวผมเองตั้งเป้าหมายว่า จะต้องมีเงิน 100 ล้านบาท ก่อนอายุ 25 พอผมได้ทบทวนกับตัวเองดู ผมรู้สึกว่า การที่ผม เอาความสุขไปผูกกับเป้าหมาย ซึ่งอยู่ปลายทาง ทำให้ตัวผมเองนั้น มองข้ามสิ่งที่มีอยู่ไป ซึ่ง มีประโยคนึงที่ผมรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ "ถ้าคุณไม่รู้สึกขอบคุณสิ่งที่คุณมีอยู่ สุดท้าย คุณจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย" - T. Harv Eker (ทางผู้เขียนกล่าวไว้ประมาณนี้ ประโยคที่ผมพิมพ์ไปข้างต้น เกิดจากการตีความ สำหรับใครที่สงสัยว่าประโยคดังกล่าวมาจากหลังสือเล่มไหน คำตอบคือ "ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน")
สำหรับบทความนี้ ผมขอจบแต่เพียงเท่านี้ คุณผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไร สามารถแสดงความคิดเห็นได้ครับ
ขอบคุณครับ <3