PTTตั้งเป้าจ่ายปันผลยั่งยืน PTTEPอีบิทดามาร์จิ้นเกิน70%



#PTT #PTTEP #ทันหุ้น – PTT เปิดแผน JUMP+ ตั้งเป้าอัตราการจ่ายผลตอบแทนผู้ถือหุ้น 3 ปี (2569-71) มากกว่า 57% จากปีก่อนทำได้ 73%  ด้าน PTTEP ตั้งเป้า 2571  อีบิทดามาร์จิ้น ไม่ต่ำกว่า 70%   จากมุ่งสร้าง “เติบโต – ความมั่นคงทางการเงิน- ความสามารถทำกำไรและประสิทธิภาพการดำเนินงาน”

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ  PTT เปิดแผน โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) โดยกำหนดเป้าหมายอัตราการจ่ายผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Shareholder Distribution Ratio) มากกว่า 57% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมต่อปี ในปี 2569-2571  จากปี 2568 อยู่ที่ 73%, ปี 2567 อยู่ที่ 67% ,ปี  2566 อยู่ที่ 51%    ด้วยกลยุทธ์สร้างการเติบโต,สร้างความสามารถในการทำกำไรและประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างความมั่นคงทางการเงิน

@เสริมแกร่ง

ทั้งนี้มีแผนสำคัญเสริมความแข็งแกร่งในแต่ละธุรกิจ และมีการดำเนินโครงการ Enablers for Transformation : Triple Transformation  ผ่าน OperationalExcellence เสริมสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และยกระดับความสามารถในการแข่งขัน, DigitalTransformation (AXIS) : พัฒนาความสามารถทางการแข่งขันผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI อย่างคุ้มค่า โดยให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน  รวมถึง People & Organization Transformation (HR) : นำ AI และ Digitalเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน พร้อมพัฒนาทักษะพนักงานตาม กลยุทธ์องค์กร

โดยการดำเนินการดังกล่าว จะยกระดับผลการดำเนินงาน 30,000 ล้านบาทต่อปี (Recuring) ภายในปี 2570, สร้างมูลค่าทางดิจิทัล (Digital Value Uplift) อย่างน้อย 12,000 ล้านบาท ภายในปี 2572 และเพิ่มสัดส่วนบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัลและ AI อย่างน้อย 50% ของจำนวนบุคลากรทั้งหมดภายในปี 2569

@อีบิทดามาร์จิ้นไม่ต่ำกว่า 70%

บริษัท ปตท.สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ  PTTEP เปิดแผน JUMP+ ซึ่งตั้งเป้าหมายปี 2571  อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่า ตัดจำหน่าย ( EBITDA Margin) ไม่ต่ำกว่า 70%  จากปี 2568 อยู่ที่ 70% ปี 2567 อยู่ที่ 73% ปี 2566 อยู่ที่ 74%  ด้วยแผนกลยุทธ์สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

ทั้งนี้ PTTEP มีแผนงานในการเพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียมจากโครงการปัจจุบัน อาทิ โครงการจี 1/61 โครงการจี 2/61 โครงการอาทิตย์ โครงการ เอส 1 โครงการคอนแทร็ค 4 โครงการ ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย โครงการ ซอติก้าและโครงการยาดานา ในประเทศเมียนมา ที่มีการนำก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้เข้ามาใช้ในประเทศไทย รวมถึงโครงการผลิตในต่างประเทศที่สำคัญ เช่นโครงการในประเทศมาเลเซีย ประเทศโอมาน และประเทศแอลจีเรีย

รวมถึงเร่งผลักดันโครงการที่อยู่ในระยะพัฒนา  ได้แก่ โครงการสัมปทานกาชา โครงการโมซัมบิก แอเรีย 1 โครงการเมียนมา เอ็ม 3 โครงการพัฒนาในประเทศมาเลเซีย เช่น โครงการมาเลเซีย เอสเค 405 บี โครงการ มาเลเซีย เอสเค 417 และโครงการมาเลเซีย เอสเค 438 เป็นต้น และเร่งดำเนินการสำรวจในโครงการปัจจุบัน รวมถึงโครงการที่ดำเนินการผลิตแล้วเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยเน้นการศึกษาทางธรณีวิทยาและการเจาะหลุมสำรวจและหลุม ประเมินผลของโครงการในประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศเมียนมา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศแอลจีเรีย  โดยปี 2569 คาดการณ์ปริมาณขายปิโตรเลียมที่ระดับ 560,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน , ปี 2570  คาดการณ์ปริมาณขายปิโตรเลียมที่ระดับ 587,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน, ปี 2571 คาดการณ์ปริมาณขายปิโตรเลียมที่ระดับ 625,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน

เพี้ยนแคปเจอร์เม่าออกรถ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่