JJNY : 5in1 อัด8ปี 'ตู่'ถลุงงบแก้แล้ง-ท่วม│ยาบ้านำลิ่ว│นัดแล้ว!กลุ่มราษฎร│มติกนง.ขึ้นดอกเบี้ย│วิโรจน์แนะชัชชาติถอยไม่ได้

พท. อัด 8 ปี 'ตู่' ถลุงงบแก้น้ำแล้ง-ท่วม 4 แสนล. มากกว่า ยิ่งลักษณ์ แต่ยังแก้ไม่ได้
https://www.khaosod.co.th/politics/news_7289555

เพื่อไทย อัด 8 ปี “ประยุทธ์” ถลุงงบแก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง 4 แสนล้าน มากกว่าแผนจัดการน้ำของ “ยิ่งลักษณ์” เย้ย แต่ยังแก้น้ำท่วมไม่ได้
  
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2565 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ในขณะนี้ อาจถูกซ้ำเติมความรุนแรงมากขึ้นจากพายุโนรูที่จะเข้าไทย แต่ความลักลั่นของกฎเหล็ก 180 วันของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อ ส.ส.จากแต่ละพรรคการเมือง ที่จะไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเต็มที่ ยิ่งทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
 
น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า หากมองในอีกแง่มุมหนึ่ง กฎเหล็กดังกล่าวกำลังจะทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นส่วนหนึ่งในการละเลยการทำหน้าที่ในทางรัฐสภาหรือไม่ เพราะองค์ประกอบของการปกครองต้องมีทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้ง 2 ฝ่ายล้วนยึดโยงกับประชาชน และต้องมองผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งด้วย
 
น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวต่อว่า จากความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก เกิดสภาวะโลกร้อน ทำให้ระดับความรุนแรงของพายุแปรปรวนมากขึ้น แม้รัฐบาลเตรียมรับมืออุทกภัย แต่มาตรการระยะสั้นอาจไม่เพียงพอ นอกจาก 5 มาตรการและการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดแล้ว สิ่งที่รัฐบาลควรคำนึงถึงอย่างจริงจังภายหลังจากสถานการณ์พายุโนรูผ่านพ้นไป คือการมองปัญหาการบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศอย่างเป็นองค์รวมทั้งระบบ ต้องลงมือทำจริง และทำอย่างจริงจัง
 
น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของรัฐบาล ที่วางไว้ตั้งแต่ปี 2558-2569 หากนับเฉพาะปี 2560-2565 รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้งบประมาณแผ่นดินรวมกับงบกลางไปแล้ว 364,090 ล้านบาท มากกว่าโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบมูลค่า 350,000 ล้านบาทของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ได้ทำไว้หลังเกิดน้ำท่วมในปี 2554 เพียง 1 ปี ทั้งนี้ รวมงบประมาณที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ใช้แก้น้ำท่วมไปแล้วมากกว่า 4 แสนล้านบาท
 
“รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ใช้งบประมาณแผ่นดินไปมากมาย แต่ไม่สามารถป้องกันชีวิตและดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนได้ นี่คือตัวอย่างของผู้นำที่มาจากรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงที่คนไทยไม่ต้องการ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำนอกจากมาตรการรับมือพายุโนรูเฉพาะหน้า ประชาชนอยากเห็นการลงมือทำงาน แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างจริงจังและเป็นระบบ แม้รัฐบาลนี้จะเหลือเวลาอีกไม่นาน แต่ช่วยทำงานให้คุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนมากกว่านี้” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว


 
ยาบ้านำลิ่ว คนกรุงนิยมเสพ สั่งทางออนไลน์ ช่วงวัยทำงานเอี่ยวเยอะสุด
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_7288720

ยาบ้านำโด่ง คนกรุงเทพนิยมเสพ สั่งทางออนไลน์ เผยช่วงอายุ 25-29 ปี วัยทำงาน มีเอี่ยวเยอะสุด พบแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย
 
วันที่ 27 ก.ย.2565 นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่กทม. รายงานการจับกุมตั้งแต่ ต.ค.2564-ส.ค.2565 โดยพบว่าประชาชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องส่วนใหญ่ คือ กลุ่มคนวัยทำงานอายุช่วง 25-29 ปี รองลงมาคือ 30-34 ปี และเป็นกลุ่มประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป วิธีการซื้อขายที่นิยมใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ และใช้การบริการส่งไปรษณีย์และขนส่งเอกชนเป็นหลัก สำหรับสารเสพติดที่พบใช้ในสถานบันเทิงคือยาอีและคีตามีน
 
จากนั้น สำนักงานป้องกันและบำบัดยาเสพติดได้รายงานผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งยาเสพติดที่พบมากที่สุดในพื้นที่กทม.คือยาบ้า รองลงมาคือไอซ์และเฮโรอีน มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการประเมินสถานะชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติดที่จดทะเบียนในกทม.ทั้ง 2,016 แห่ง พบว่ามีปัญหา 205 แห่ง และไม่มีปัญหา 1,811 แห่ง
  
ส่วนการควบคุมสถานบันเทิงต้องพิจารณารายละเอียดให้ชัดเจน ข้อมูลที่มีทั้งหมดที่มีต้องนำมากำหนดเป็น Action plan ซึ่งนโยบายการป้องกันและแก้ไขยาเสพติดของผู้ว่าฯกทม.ให้เน้นที่ประชาชนเป็นหลัก โดยต้องคิดว่าอยากเห็นประชาชนได้อะไร การดำเนินการไม่ใช่แค่ภาครัฐ จะต้องมีภาคประชาชน นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ให้ความร่วมมือในทุกภาคส่วน กรอบที่กำหนดสำหรับงานภาคบริการต้องชัดเจนและมีการกำกับติดตามด้วย



นัดแล้ว! กลุ่มราษฎร รวมพลฟังศาลชี้ปม 8 ปี แนวร่วมฯ ลงถนนแน่ หาก‘ตู่’ได้ไปต่อ
https://www.khaosod.co.th/politics/news_7290167
 
เแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ โพสต์เตรียมนำประชาชนลงถนน หาก 30 ก.ย.นี้ ‘ประยุทธ์’ ได้ไปต่อ ขณะที่กลุ่มราษฎร นัดรวมพลจับตาคำวินิจฉัย ที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน
 
วันที่ 28 ก.ย.2565 เพจเฟซบุ๊กแฟนเพจ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม United Front of Thammasat and Demonstration โพสต์รูปภาพ พร้อมข้อความระบุถึงวันที่ 30 ก.ย. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครบ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาว่า 
 
“ถ้าประยุทธ์ได้ไปต่อ ประชาชนเตรียมลงถนน #ประยุทธ์ออกไป”
 
ขณะที่ กลุ่มราษฎร ประกาศนัดรวมตัวฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่สกายวอล์ก แยกปทุมวัน ในวันที่ 30 ก.ย. เวลา 14.00 น.
 
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์ เริ่มประกาศนัดชุมนุมมากขึ้นหากพล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯต่อไป


มติกนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% แตะ 1% มีผลทันที
https://www.innnews.co.th/news/economy/news_418894/

ตามคาด! มติกนง.เอกฉันท์ ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% แตะ 1% มีผลทันที
  
นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ในวันนี้ว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 0.75 เป็นร้อยละ 1.00 ต่อปี โดยให้มีผลทันที โดยเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ตามแรงส่งของภาคท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นสำคัญ
  
ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในระดับสูงจากการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาแม้แรงกดดันด้านอุปทานจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มคลี่คลาย ในภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อใกล้เคียงกับที่ได้ประเมินไว้ก่อนหน้า คณะกรรมการฯ เห็นว่าการทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังเป็นแนวทางการดำเนินนโยบายที่เหมาะสม จึงเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี ในการประชุมครั้งนี้
  
อย่างไรก็ตามคณะกรรมการ กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่มีความเสี่ยงจากเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น จึงเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไปเข้าสู่ระดับที่เหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว และในกรณีที่แนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้าเปลี่ยนไปจากที่ประเมินไว้ คณะกรรมการฯ พร้อมที่จะปรับขนาดและเงื่อนเวลาของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เหมาะสมต่อไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่