เงินไทย ทำไมจึงอ่อน? แบงค์ชาติกำลังเล่นเกมส์ที่อันตราย?
จะเห็นว่าหลายๆ ประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกาเริ่มออกมาเพิ่มดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับสภาวะเงินเฟ้อที่สูงเป็นประวัติการณ์จากวิกฤตทั้งโควิด และสงครามรัสเซียยูเครน (ใครที่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องขึ้นดอกเบี้ย สามารถดูคลิปที่อธิบายไว้
https://www.youtube.com/watch?v=lqkoF57IJg0 ได้เลยนะครับ) แต่ประเทศของเรากลับคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% มานานนับปี ซึ่งน้อยกว่ามหาอำนาจอย่างสหรัฐอย่างมีนัยยะสำคัญ
- การที่ดอกเบี้ยเราต่ำทำให้เกิดสภาวะเงินไหลออก
หลายๆ คน ที่มีเงินบาท ก็ย่อมอยากจะแลกเงินบาทเป็นเงินสกุลอื่นๆ เช่นดอลล่าห์ เพื่อที่จะได้ผลตอบแทนสูงกว่า แน่นอน เมื่อมีคนไม่อยากได้เงินบาทมากขึ้น แต่อยากได้เงินดอลล่าห์ มูลค่าของเงินบาทเทียบกับเงินดอลล่าห์ก็ย่อมลดลงไป ส่งผลให้เงินบาทอ่อนตัวลง
- ธนาคารกลางต้องใช้เงินสำรองในการแบกซื้อเงินบาทไว้
การที่ทุกคนเห็นแบบนี้ แต่แบงค์ชาติกลับไม่ยอมปรับอัตราดอกเบี้ย และเพื่อไม่ให้เงินบาทอ่อนตัวอย่างรวดเร็ว จึงนำเงินสำรองมาซื้อเงินบาทคืน เพื่อพยุงราคา เป็นเสมือน demand เทียม เมื่อคนอื่นเห็นแบบนี้ ก็ไม่ต่างกับ One Way Bet ที่ทุกคนรู้ว่าสุดท้ายบาทต้องอ่อนลง และรุมกันขายใส่มือธนาคารกลาง
- นโยบายทางการเงินเปลี่ยนไป
จากรูปจะเห็นว่าเมื่อก่อนอัตราดอกเบี้ยของไทย ล้อเลียนกับของเกาหลีใต้มากๆ เค้าประกาศขึ้น เราประกาศขึ้น เค้าประกาศลง เราประกาศลงตาม แต่ในช่วงปีหลังจะเห็นว่าเกาหลีขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาที่ 1.75% ในขณะที่ของเรายังคงยืนอยู่ที่ 0.5% ถึงแม้อัตราเงินเฟ้อของเรากับเกาหลีก็ไปในทำนองเดียวกัน
- แบงค์ชาติกำลังเล่นเกมส์ที่อันตราย
การที่แบงค์ชาติไม่ยอมขึ้นดอกเบี้ยอาจจะเป็นเพราะมองว่าเรื่องเงินเฟ้อนี้เป็นเรื่องระยะสั้น และเงินเฟ้อส่วนใหญ่มาจากราคาน้ำมันและอาหาร ซึ่งการเพิ่มดอกเบี้ยอาจจะไม่ได้ปรับลดราคาของสองสิ่งนี้เนื่องจากราคาถูกกำหนดโดยปัจจัยภายนอก และการที่เงินบาทอ่อนค่าก็ช่วยให้ภาคการส่งออก รวมไปถึงการท่องเที่ยวดีขึ้น แต่ต้องอย่าลืมว่าภาคการผลิตของเราส่วนใหญ่ก็ใช้ของตั้งต้นจากการนำเข้า
นับว่าเป็นความท้าทายของแบงค์ชาติ ว่าจะทนความกดดันจากรอบข้าง ในการขึ้นดอกเบี้ย และจำนวนเงินที่ต้องใช้พยุงค่าเงินบาทได้แค่ไหน ได้แต่คาดหวังว่าภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจะไม่ค้าง และอยู่กะเราไปอย่างยาวนาน เพราะตามประวัติศาสตร์ ยิ่งเราขึ้นดอกเบี้ยเพื่อจัดการกับเงินเฟ้อช้าแค่ไหน มันจะยิ่งยากที่จะแก้ไปหาเงินเฟ้อไปแค่นั้น
เอ็ม (ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน)
PhD in Financial Mathematics

อย่าลืมติดตาม กดไลค์ กดแชร์เพจ เพื่อที่จะได้เผยแพร่ และไม่พลาดกับข้อมูลข่าวสาวที่มีประโยชน์กันด้วยนะครับ
วันนี้มาสบายๆ กับเรื่องที่ควรรู้ เมื่อเงินบาทอ่อนค่า แล้วแบงค์ชาติมาถูกทางรึเปล่า?
จะเห็นว่าหลายๆ ประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกาเริ่มออกมาเพิ่มดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับสภาวะเงินเฟ้อที่สูงเป็นประวัติการณ์จากวิกฤตทั้งโควิด และสงครามรัสเซียยูเครน (ใครที่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องขึ้นดอกเบี้ย สามารถดูคลิปที่อธิบายไว้ https://www.youtube.com/watch?v=lqkoF57IJg0 ได้เลยนะครับ) แต่ประเทศของเรากลับคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% มานานนับปี ซึ่งน้อยกว่ามหาอำนาจอย่างสหรัฐอย่างมีนัยยะสำคัญ
- การที่ดอกเบี้ยเราต่ำทำให้เกิดสภาวะเงินไหลออก
หลายๆ คน ที่มีเงินบาท ก็ย่อมอยากจะแลกเงินบาทเป็นเงินสกุลอื่นๆ เช่นดอลล่าห์ เพื่อที่จะได้ผลตอบแทนสูงกว่า แน่นอน เมื่อมีคนไม่อยากได้เงินบาทมากขึ้น แต่อยากได้เงินดอลล่าห์ มูลค่าของเงินบาทเทียบกับเงินดอลล่าห์ก็ย่อมลดลงไป ส่งผลให้เงินบาทอ่อนตัวลง
- ธนาคารกลางต้องใช้เงินสำรองในการแบกซื้อเงินบาทไว้
การที่ทุกคนเห็นแบบนี้ แต่แบงค์ชาติกลับไม่ยอมปรับอัตราดอกเบี้ย และเพื่อไม่ให้เงินบาทอ่อนตัวอย่างรวดเร็ว จึงนำเงินสำรองมาซื้อเงินบาทคืน เพื่อพยุงราคา เป็นเสมือน demand เทียม เมื่อคนอื่นเห็นแบบนี้ ก็ไม่ต่างกับ One Way Bet ที่ทุกคนรู้ว่าสุดท้ายบาทต้องอ่อนลง และรุมกันขายใส่มือธนาคารกลาง
- นโยบายทางการเงินเปลี่ยนไป
จากรูปจะเห็นว่าเมื่อก่อนอัตราดอกเบี้ยของไทย ล้อเลียนกับของเกาหลีใต้มากๆ เค้าประกาศขึ้น เราประกาศขึ้น เค้าประกาศลง เราประกาศลงตาม แต่ในช่วงปีหลังจะเห็นว่าเกาหลีขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาที่ 1.75% ในขณะที่ของเรายังคงยืนอยู่ที่ 0.5% ถึงแม้อัตราเงินเฟ้อของเรากับเกาหลีก็ไปในทำนองเดียวกัน
- แบงค์ชาติกำลังเล่นเกมส์ที่อันตราย
การที่แบงค์ชาติไม่ยอมขึ้นดอกเบี้ยอาจจะเป็นเพราะมองว่าเรื่องเงินเฟ้อนี้เป็นเรื่องระยะสั้น และเงินเฟ้อส่วนใหญ่มาจากราคาน้ำมันและอาหาร ซึ่งการเพิ่มดอกเบี้ยอาจจะไม่ได้ปรับลดราคาของสองสิ่งนี้เนื่องจากราคาถูกกำหนดโดยปัจจัยภายนอก และการที่เงินบาทอ่อนค่าก็ช่วยให้ภาคการส่งออก รวมไปถึงการท่องเที่ยวดีขึ้น แต่ต้องอย่าลืมว่าภาคการผลิตของเราส่วนใหญ่ก็ใช้ของตั้งต้นจากการนำเข้า
นับว่าเป็นความท้าทายของแบงค์ชาติ ว่าจะทนความกดดันจากรอบข้าง ในการขึ้นดอกเบี้ย และจำนวนเงินที่ต้องใช้พยุงค่าเงินบาทได้แค่ไหน ได้แต่คาดหวังว่าภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจะไม่ค้าง และอยู่กะเราไปอย่างยาวนาน เพราะตามประวัติศาสตร์ ยิ่งเราขึ้นดอกเบี้ยเพื่อจัดการกับเงินเฟ้อช้าแค่ไหน มันจะยิ่งยากที่จะแก้ไปหาเงินเฟ้อไปแค่นั้น
เอ็ม (ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน)
PhD in Financial Mathematics