โดนขู่ฟ้อง ครอบครองปรปักษ์

ขอคำปรึกษา 
สวัสดีค่ะ มาอีกแล้วนะคะ ปัญหาที่ดิน ไม่จบไม่สิ้นสักที คุณพ่อเจ้าขา 
ท้าวความหลัง นะคะ 
-คุณพ่อ มีที่ดิน 1 แปลง 6 ไร่  มรกดก คุณย่ามอบให้ ตั้งแต่ปี 2530  (ทุกคนหมายถึง พี่ป้า น้า อา รับรู้ แม่รับรู้ ว่าพ่อมี ที่ดินแปลงนี้)
-คุณพ่อแต่งงานกับคุณแม่ และย้ายมาอยู่สร้างครอบครัวที่บ้านแม่ คนละจังหวัด  ก็ยังไป ไปๆ มา ๆ ที่นาก็ทางย่าทำบ้าง ป้าทำบ้าง 
-คุณพ่อ ไปทำงานต่างประเทศ โดยให้ทางที่บ้านป้าไปกู้เงินให้ ป้าก็เข้ามาทำนา  โดยอ้างสิทธิ์ว่า พ่อเป็นหนี้ ทำนาต่างดอกเบี้ย 
-คุณพ่อ แยกทางกับคุณแม่ ก็ย้ายกลับไปอยุ่ที่บ้านตัวเอง และก็ยังไปทำงานต่างจังหวัด บ้าง พ่อไม่มีสิทธิ์ทำนาตัวเอง ป้าก็อ้างแต่พ่อ เป็นหนี้ 
-พ่อมาหาเราและน้อง บอกว่าที่แปลงนั้นจะยกให้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ให้ เพราะลูกยังไม่บรรลุนิติภาวะ 
-ปี 2560 คุณพ่อเสียชีวิต กระทันหัน  เรากับน้องและแม่เดินทางไปงานศพ ที่บ้านคุณย่า จะมีป้าๆ พี่ๆ ลูกของป้าเข้ามาจัดการงานศพทุกอย่าง ผ่านไปด้วยดี  เราขอเอกสาร ต่างๆของพ่อ เผื่อได้ใช้ เช่นใบ มรณะบัตร เราก็ไม่ได้ค่ะ  แต่เราไม่ได้ถามถึงเรื่องที่ดินต่างๆ ของพ่อ  ในขณะนั้น 
-ปี 2563 ญาติคุณพ่อ ลูกของคุณป้าติดต่อให้แม่เรา ไปเซนเอกสาร โฉนด ให้เค้า เค้าบอกว่าเค้าจะเอาไปเข้า ธกส เอาเงินมาใช้หนี้ ที่พ่อเรายืมลุง หมายถึงว่าลุงไปไถ่จากนายทุน มาเข้า ธกส ประมาณนี้ เสนอเงินให้แม่เรา 5หมื่นบาท เดินทางมาเซนอย่างเดียวเตรียม ทนายอะไรไว้หมดแล้ว  แต่แม่เราไม่มีทะเบียนสมรส เรื่องราวมันจึงมาถึงเรา แต่เราขอดูสัญญาที่พ่อกู้ ยืม ในฐานะทายาทเราจะชดใช้หนี้สินของพ่อ เขายืนยันว่ามีสัญญาแต่ไม่ให้เราดู 
และขอโฉนด ของคุณพ่อกลับมาจัดการตามสิทธิ์ของทายาทโดยชอบธรรม  เขาอ้างว่า ตอนนี้ โฉนด ไม่อยู่ อยู่ ใน ธกส  
มาถึงตอนนี้ เราเริ่มเห็นความไม่ชอบมาพากล พูดกลับไปกลับมา  เรากับน้องสาว จึงมาปรึกษากัน เราต้องถามเรื่องที่ดินพ่อให้ จริงจัง 
-ปี 2564 ทั้งปี เราไม่ได้ทำอะไรเลย ติดสถานการณ์โควิด เราไม่สามารถเดินทางออกต่างจังหวัดได้ 
-ปี 2565 เริ่มเรื่องอีกครั้ง สอบถามไปยังคุณป้า และ ลูกคุณป้า ก็ยังยืนยันว่า โฉนด อยุ่ที่ ธกส เราก็กลัวว่าคุณพ่อไปเซนค้ำประกัน แล้วครอบครัวคุณป้าไม่ส่งหนี้ กลัวที่ดินจะโดนยึด เราถามยอดหนี้ เราจะไปไถ่ออกมา ก็ตอบ 4 แสนบ้าง 7 แสนบ้าง  ขอดูยอดหนี้ก็ไม่ให้ดู  เรายืนยันถ้าไถ่มาแล้ว เราจะขาย ใช้หนี้ ส่วนที่คุณพ่อยืมทุกบาท ตามที่ป้ากับลูกของป้ามีสัญญา  แต่เราก็ไม่ได้คำตอบค่ะ ถามว่าพ่อค้ำประกันให้ใคร  ตอบว่า ค้ำให้ลูกสาวป้า 
---------------เมื่อไม่บอก เราก็สืบเองค่ะ -------------
-เริ่มสืบทรัพย์จากที่ดิน พบว่า คุณพ่อใช้หลักทรัพย์จดจำนองเป็นประกัน ให้ ลูกเขยคุณป้า กู้เงิน ธกส จดจำนอง จำนวนเงิน 1.3 แสน เมื่อปี 2553 ซึ่งไม่ตรงตามที่ป้าและลูกสาวบอกในตอนแรก  ทั้งชื่อคนกู้และ จำนวนเงิน 
-เรายื่นต่อศาลขอเป็นผู้จัดการมรดก 
-สืบที่ ธกส  พบว่า มีการ เอาโฉนดออกไปตั้งแต่ ปี 2563 โดย คนกู้ มาปิดยอดและนำโฉนดออกไป  ธกส บอกว่า ไม่ต้องกังวล เพราะเขาไม่สามารถ โอนได้
-เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ว่าโฉนด ถูกนำออกไป เราก็โทรหาลูกสาวของป้าอีก  คราวนี้ยอมรับ  เขาก็บอกว่ายอมรับนะว่าที่ดินจะเป็นของเรา ตามกฏหมาย แต่พ่อเธอเป็นหนี้  จ่ายหนี้มาก่อน  เราก็บอกจะจ่าย ขอดูสัญญา  บอกว่ามีอยู่ แต่ไม่ให้ดู อยากดูให้มาดูเอง จะกางให้ดู
และ ยื่นข้อเสนอให้เรา จ่ายเงิน มา 2 แสนสิ  ถึงจะยอมคืนโฉนด เพราะไม่งั้น  ก็จะไปฟ้อง ครอบครองปรปักษ์เหมือนกัน 
-นัดดูสัญญาเงินกู้ นัดไว้ที่ทำงานลูกสาวของป้า เราขับรถจากจังหวัดที่เราอยู่ นัดกันเที่ยงตรง  ถึงเวลานัด เราโทรไม่รับสายเราโทรอีก 3 ครั้ง ไม่รับสาย เราจึง ไปพบ ในที่ทำงาน  ที่ทำงานบอกว่า ลูกสาวป้ามาเมื่อเช้าแต่ขอลางานไปทำธุระที่สำนักงานที่ดิน เมื่อตอน 9 โมง ลากระทันหัน แล้วที่นัดเราล่ะ ไม่รับสาย ไม่โทรกลับ หนีไปดื้อๆ 

.....จุก จนพูดไม่ออก นาก็ให้ทำ เพราะ พ่อไปๆ มาๆ หรือพ่อมีการหยิบยืมเงินกันจริง แต่คุณพ่อเชื่อใจ ไป เซนค้ำประกันให้ คุณอาเล่าว่า ตอนไปเซนให้ เขาให้ เงินกำนัลมาเล็กน้อย 
ต้องบอกก่อน ว่า คุณย่า คุณอา ยืนยัน ว่า นี้คือที่ดินของคุณพ่อ แต่เขาทำกิน เพราะพ่อ ไม่ค่อยอยู่ แล้วก็อ้างแต่พ่อเป็นหนี้ 

เขาฟ้องได้จริงเหรอ  ครอบครองปรปักษ์
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
ยิงอ่าน ยิ่งงง  เรื่องเงินกู้ สรุปใครกู้ใครครับ

====
ผมสรุปได้แค่ว่า  
- ลูกเขยป้ากู้เงินจาก ธกส. 1.3 แสนบาท  แล้วใช้ที่ดิน 6  ไร่ของพ่อของเจ้าของกระทู้คำ้ประกันให้ เป็นสัญญากู้ฉบับที่ 1
- ในขณะเดียวกันพ่อของเจ้าของกระทู้ก็กู้เงินจากป้า เป็นฉบับที่ 2
- ลูกเขยป้านำเงินไปไถ่ถอนโฉนดจาก ธกส. เอง
- ป้าอยากให้พ่อของเจ้าของกระทู้ใช้หนี้ตามฉบับที่ 2 จึงจะยึดที่ดิน 6 ไร่เป็นประกัน
- ปัญหาคือ ไม่รู้ยอดจริงๆของสัญญากู้ฉบับที่ 2
ผมเข้าใจว่าสัญญาเงินกู้ทั้ง 2 ฉบับเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน  และมีการปิดยอดหนี้ฉบับแรกกับ ธกส.ไปเมื่อปี 2563
======
        การครอบครองปรปักษ์  ต้องใช้เวลาติดต่อกัน 10 ปี(1) + ครอบครองโดยสงบ(2) + เปิดเผย(3) + ครอบครองเพื่อตนเอง(4) ต้องครบ 4 องค์ประกอบพร้อมกันด้วยนะ   วิเคราะห์แนวทางต่อสู้
    1.เวลาติดต่อกัน 10 ปี   ที่ดินที่เข้าคำ้ประกันกับ ธกส.เมื่อปี 2553 ซึ่งคุณพ่อฯคงจะไปทำงานต่างประเทศ และไม่ได้กลับไปดูแลที่ดินเลยจนกระทระทั่งผ่านไปถึงปี 2563  ข้อนี้ถ้านำสืบไม่ได้ว่าคุณพ่อฯได้กลับไปดูแลที่ดิน 6 ไร่นี้ตลอด 10 ปีผ่านมาเลย  ข้อนี้สู้ยาก นำ้หนักเอียงไปทางป้า
   2.ครอบครองโดยสงบ  ไม่มีการขู่เข็นจากเจ้าของเดิมว่าห้ามกลับมาที่ดินตรงนะไม่งั้นจะโดนดีแน่ อะไรพวกนี้ ข้อนี้ก็สู้ยาก นำ้หนักเอียงไปทางป้า
   3.เปิดเผย + 4.ครอบครองเพื่อตนเอง  ชาวบ้านแถวนั้น(รวมถึงญาติพี่น้องทุกคน)รับรู้ว่าป้าเข้าครองครอบที่ดินตรงนั้นเพื่อตังป้าเองหรือไม่
   **  ผมแนะนำว่า การที่ป้าบอกว่าจะเข้าทำกินในที่ดิน 6 ไร่นั้น เพื่อเป็นการทำนาต่างดอกเบี้ย (ของสัญญาเงินกู้ฉบับที่ 2) = ป้ายอมรับว่าที่ดินตรงนั้นเป็นของคุณพ่อฯ และผลผลิตจากที่ดินตรงนั้น( 100% ) = เป็นเงินค่าดอกเบี้ยที่คุณพ่อฯจ่ายให้ป้าทุกปี
ถ้าจะสู้ให้สู้ในประเด็นที่ 4

=======
เรื่องเขาถือใบโฉนดตัวจริงไม่ต้องกังวล ตัวเจ้าของกระทู้เป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิขอออกใบแทนโฉนดได้เสมอ  เมื่ออกใบแทนแล้วโฉนดใบนั้นก็จะถูกยกเลิกครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่