สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 11
คำตอบด้านบนผิดทุกความเห็น ตามกฎหมายแล้ว สัญญาจะซื้อขาย การวางมัดจำห้าพันบาท เป็นสัญญาจะซื้อจะขาย ตามมาตรา 456 วรรคสองเรียบร้อยแล้วครับ
เมื่อคุณไม่ขายตามสัญญา คนซื้อฟ้องบังคับให้คุณทำตามสัญญาได้ แต่เมื่อคุณขายคนอื่นไปแล้วคุณคงขายเขาไม่ได้ คนจะซื้อเรียกค่าเสียหายได้ครับ ต่อไปนี้ก็รอว่าเขาจะเอาเรื่องคุณหรือเปล่า
เมื่อคุณไม่ขายตามสัญญา คนซื้อฟ้องบังคับให้คุณทำตามสัญญาได้ แต่เมื่อคุณขายคนอื่นไปแล้วคุณคงขายเขาไม่ได้ คนจะซื้อเรียกค่าเสียหายได้ครับ ต่อไปนี้ก็รอว่าเขาจะเอาเรื่องคุณหรือเปล่า
สมาชิกหมายเลข 2665536 ถูกใจ, poloyo ถูกใจ, Sunset without you ถูกใจ, If I Could Turn Back Time ถูกใจ, OHO309 ถูกใจ, moopeepink ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6962423 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2363856 ถูกใจ, ช่างแอร์ในตำนาน ถูกใจ, RoadRider ถูกใจรวมถึงอีก 7 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 25
ล่าสุดมาอัปเดทนะครับ ผมกำลังโทรไปบอกเขาว่าผมจะขอคืนเงินจองพร้อมค่าเสียเวลาให้
นั่งคิดอยู่พักนึงว่าจะพูดยังไงดี แต่อยู่ดีๆเขาก็โทรก้อน มาบอกผมว่ากู้ไม่ผ่าน ยอดกู้ไม่ถึง
สรุปเคสนี้ จบได้ด้วยดีครับ
ขอบคุณคำติของทุกคนครับ ขอน้อมนับไว้แต่โดยดี
นั่งคิดอยู่พักนึงว่าจะพูดยังไงดี แต่อยู่ดีๆเขาก็โทรก้อน มาบอกผมว่ากู้ไม่ผ่าน ยอดกู้ไม่ถึง
สรุปเคสนี้ จบได้ด้วยดีครับ
ขอบคุณคำติของทุกคนครับ ขอน้อมนับไว้แต่โดยดี
สมาชิกหมายเลข 801640 ถูกใจ, Orange Marmalade ถูกใจ, Sunset without you ถูกใจ, ตายประชดป่าช้า ถูกใจ, IHAYO ถูกใจ, จิน ณ จันทร์ ถูกใจ, มิกกี้แม้ว ถูกใจ, ตัวกินเห็ด ถูกใจ, dajun~ ถูกใจ, khunlovelove ถูกใจรวมถึงอีก 2 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 10
คนที่ไร้สัจจะวาจาแบบ จขกท. ไม่ได้แช่งนะ เงินที่คุณได้มาจากการขายบ้านครั้งนี้จะกลายเป็นเงินร้อนทันที คุณได้ก่อกรรมทั้งทางวจีกรรม-กายกรรม-มโนกรรม ครบทุกข้อแล้วในคราวนี้ สร้างความทุจริตต่อผู้จองบ้านคนแรกไปแล้ว เงินร้อนที่คุณได้มาจะทำให้คุณต้องพบวิบากกรรมในเวลาไม่นานนับจากนี้ ไม่ได้แช่งนะ เห็นมาเยอะ แล้วก็มี ปสก ที่เกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆมาแล้วหลายครั้งจนตอนนี้เชื่อสนิทว่าเวรกรรมมันมีจริงไม่ต้องรอชาติหน้า บอกเลยว่าเงินร้อนจะนำพาความชิปหายรอคุณอยู่ในเวลาไม่นานนับจากนี้
วิธีแก้ (ถ้าคุณเชื่อ) จงไปสารภาพกับคนจองคนแรกซะว่าคุณแอบขายบ้านไปแล้ว และขอให้เขาอโหสิกรรมให้ พร้อมจ่ายค่ามัดจำ 5,000 บวกค่าสินไหมทดแทนไปอีกซัก 5,000 ขอเพียงให้เค้าอโหสิกรรมให้จากใจจริง แล้วเงินร้อนก้อนนี้จะหมดกรรมต่อกัน ไม่มีกรรมผูกพันต่อกันอีกต่อไปทั้งในชาตินี้และชาติไหน
วิธีแก้ (ถ้าคุณเชื่อ) จงไปสารภาพกับคนจองคนแรกซะว่าคุณแอบขายบ้านไปแล้ว และขอให้เขาอโหสิกรรมให้ พร้อมจ่ายค่ามัดจำ 5,000 บวกค่าสินไหมทดแทนไปอีกซัก 5,000 ขอเพียงให้เค้าอโหสิกรรมให้จากใจจริง แล้วเงินร้อนก้อนนี้จะหมดกรรมต่อกัน ไม่มีกรรมผูกพันต่อกันอีกต่อไปทั้งในชาตินี้และชาติไหน
I am Kid ขำกลิ้ง, เรือที่แล่นไปไม่มีวันจม ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6860598 ถูกใจ, AsWeChange ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6962423 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2363856 ถูกใจ, ช่างแอร์ในตำนาน ถูกใจ, ต๊องต๊อง กะ บ๊องบ๊อง ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 6140766 ถูกใจ, ไม่ต้องขอ ถูกใจรวมถึงอีก 2 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
อสังหาริมทรัพย์
ที่ดิน
การเงิน
กฎหมายชาวบ้าน
ผมรับเงินจองบ้านของอีกคน แต่ขายบ้านให้อีกคนไปแล้ว ผมคืนเงินจองเรื่องก็จบใช่ไหมครับ
เริ่มเริ่มเลยนะครับ
คือเรื่องมันมีอยู่ว่าผมประกาศขายบ้านหลังนึง แล้วมีผู้ซื้อรายนึงติดต่อมาจะขอซื้อบ้าน แต่ระหว่างนั้นเขาทำเรื่องกู้ซื้อบ้าน ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการเดินบัญชี 3 เดือน เขาทำเรื่องวางเงินจองกับผมจำนวน5,000บาท แต่เราไม่ได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรกันเอาไว้ เป็นเพียงการสนทนากันผ่านแชทว่าผู้จะซื้อจะขอวางเงินจองบ้านไว้ก่อน ซึ่งผมก็ส่งเลขบัญชีไปเพื่อรับเงินจองนั้นไว้ ซึ่งเอาจริงๆแล้วผมก็บอกกับเขาไปว่าผมไม่อยากรับเงินจอง เพราะเวลาตั้ง 3 เดือนผมจะเสียโอกาสขายบ้านให้คนอื่น และถ้าเกิดเขากู้ไม่ผ่าน ผมจะเสียเวลาไป 3 เดือนแลกกับเงิน 5,000ซึ่งมันไม่คุ้มกันซักเท่าไหร่ แต่เขาก็ยันยืนยันที่จะขอวางเงินจองบ้าน ผมก็เลยรับเงินจองเขาเอาไว้
ต่อมามีผู้จะซื้ออีกรายมาขอติดต่อซื้อบ้านกับผม ซึ่งพร้อมกว่าและไม่ต้องรอนานเป็นเวลา3เดือน และผมได้ทำการซื้อขายบ้านไปเรียบร้อยแล้ว
แบบนี้ผมต้องจ่ายเงินมัดจำให้ผู้จะซื้อบ้านคนแรกเรื่องก็เป็นอันจบใช่ไหมครับ เขามีสิทธิ์เรียกร้องใดๆเพิ่มได้หรือไม่ครับ