JJNY : ครอบครัวชินวัตรมาเลือกตั้ง!│“ตั้ง อาชีวะ”แนะจับตาอาจมีบัตรเขย่ง!│สงครามทุบอสังหาQ1แป้ก│WHOคาดป่วยฝีดาษลิงเพิ่ม

ครอบครัวชินวัตรมาเลือกตั้ง! อุ๊งอิ๊ง ตื่นเต้น มือสั่น ได้ใช้สิทธิ์ตามระบบประชาธิปไตย
https://www.khaosod.co.th/politics/news_7062947

ครอบครัวชินวัตรมาเลือกตั้ง! อุ๊งอิ๊ง ตื่นเต้น ได้ใช้สิทธิ์ตามระบบประชาธิปไตย ปลุกคนกรุง ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อให้กรุงเทพฯดีขึ้น
  
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 พ.ค.2565 ที่เต็นท์ลานกีฬา 1 เคหะธานี 3 หน่วยเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว ครอบครัวชินวัตร ประกอบด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดา และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และ ส.ก.เขตคันนายาว โดยน.ส.แพทองธาร อยู่ลำดับที่ 453
 
น.ส.แพทองธาร ให้สัมภาษณ์ภายหลังใช้สิทธิ์ว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้นานกว่า 9 ปี ส่วน ส.ก.นานกว่า 12 ปี ยอมรับว่าตนเองเตรียมตัวมาเลือกตั้งและศึกษาข้อมูลมาแล้ว แต่พอถึงเวลาจริงก็ตื่นเต้นมาก มือสั่น แต่ก็ผ่านไปด้วยดี และขอเชิญชวนคนกรุงเทพฯ ให้ออกมาใช้สิทธิ เราก็เป็นส่วนเล็กๆ ในการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น เพื่อให้เราภูมิใจที่ได้ผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.ที่เราภูมิใจ เพื่อให้กรุงเทพฯ ดีขึ้น มีโอกาสมากขึ้น ทั้งนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้ฝากอะไรเป็นพิเศษ แต่ได้บอกพ่อว่า มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามระบบประชาธิปไตย
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ครอบครัวชินวัตรมาถึง มีประชาชนที่มาใช้สิทธิ์ ในหน่วยเลือกตั้งเดียวกัน ได้เข้ามาพูดคุยทักทาย และขอถ่ายภาพเซลฟี่ ร่วมกับทั้งครอบครัวอย่างเป็นกันเอง สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งในบริเวณดังกล่าว มีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง
 
ทั้งนี้ ในช่วงเย็น น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าพรรคเพื่อไทย เพื่อไปร่วมลุ้นผลการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.ด้วย
 


“ตั้ง อาชีวะ” งง โดนไล่ออกนอกประเทศ แต่มีชื่อเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ แนะจับตาอาจมีบัตรเขย่ง!
https://www.catdumb.com/thai-news/81638

ตั้ง อาชีวะ หรือ นายเอกภพ เหลือรา ผู้ลี้ภัยคดี ม.112 ที่ประเทศนิวซีแลนด์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก บอกตนมีสิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพได้ยังไง ไหนประยุทธ์บอกเองว่า ตนไม่ใช่คนไทยแล้ว??

ตั้ง อาชีวะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Eakapop Luara บอกว่าตนมีสิทธิ์สามารถเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพได้ ทั้งๆ ที่หลังจากรัฐประหารปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรัฐประหารขณะนั้น ได้สั่งให้ตัดชื่อตนออกจากทะเบียนราษฎร์ไปแล้ว 

“อ้าวเห้ย!!! สิทธิ์ผมไปโผล่ที่สนามการเลือกตั้งผู้ว่า กทม ได้ยังไง เพราะเมื่อตอนหลัง รัฐประหาร ในปี2557 ประยุทธ์ให้มหาดไทไปคัดชื่อผมออกจากทะเบียนราษฎร์ไปแล้ว พอถอนทะเบียนราษฎร์เสร็จ นั้นหมายความว่า มิได้มีรายชื่ออยู่ในบ้านเลขที่และภูมิลำเนานั้นอีกต่อไป”
 
นอกจากจะถูกตัดชื่อออกจากทะเบียนราษฎร์แล้ว ตั้ง อาชีวะ ยังบอกอีกว่าตนก็ถูกยกเลิกหนังสือเดินทางด้วย ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่ารัฐบาล คสช. (ตอนนั้น) ตัดสิทธิ์ความเป็นคนไทยของตนไปแล้ว แถม พล.อ.ประยุทธ์ เองก็เคยออกมาพูดชุดว่า ตั้ง อาชีวะ ไม่ใช่คนไทยแล้ว 

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
อย่างไรก็ตามในการออกมาโพสต์ครั้งนี้ ตั้ง อาชีวะ ตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการโกงเลือกตั้ง และขอให้ช่วยจับตาดูให้ดีอาจมีคนสวมชื่อตนเข้าไปใช่สิทธิ์เลือกตั้งก็เป็นได้
 
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=2151698544997077&id=100004708576942
  


สงครามทุบอสังหา Q1แป้ก 36 บิ๊กเนมรายได้-กำไรร่วง
https://www.prachachat.net/property/news-936258

สำรวจผลประกอบการอสังหาริมทรัพย์ 36 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยไตรมาสแรกของปี 2565 ยอดรับรู้รายได้หด ติดลบ 2.86% กำไรร่วง ติดลบ 18.97% เพราะสงครามรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อเกินคาดหลังลุยลงทุนเปิดโครงการเพียบ จับตา 10 บริษัทกวาดแชร์ 76%
 
สงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเริ่มเปิดฉากเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2565 และยืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อโครงการที่อยู่อาศัยอย่างชัดเจน เมื่อประเมินจากผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทอสังหาริมทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 36 บริษัท

โดยก่อนหน้านี้ สถานการณ์โควิด 2 ปี (2563-2564) ที่คลี่คลายลงจากการฉีดวัคซีน ทำให้ตั้งความหวังว่าปี 2565 เศรษฐกิจมีแนวโน้มเริ่มฟื้น ดีเวลอปเปอร์จึงกลับมาเปิดตัวบ้านและคอนโดมิเนียมมากขึ้น โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดสงคราม
 
กำไรสุทธิลดลง -18.97%
 
นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด (LPN Wisdom หรือ LWS) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมการเปิดตัวโครงการในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล 4 เดือนแรก (มกราคม-เมษายน 2565) มียอดเปิดตัวใหม่ 28,564 หน่วย เพิ่มขึ้น 120% เทียบกับ4 เดือนแรกปี 2564 คิดเป็นมูลค่า 103,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% มีอัตราการขายเฉลี่ย ณ วันเปิดตัว 25% ของจำนวนหน่วยที่เปิดขาย
 
ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/65 ภาพรวม 36 บิ๊กแบรนด์ในตลาดหลักทรัพย์ฯพบว่า รายได้รวมและกำไรสุทธิลดลง โดยมีรายได้รวมกัน 67,724.22  ล้านบาท ลดลง 2.86% มีกำไรสุทธิ 7,327.59 ล้านบาท ลดลง 18.97% 
 
10 บริษัทกุมรายได้ 76%
 
โฟกัส 10 บิ๊กแบรนด์ที่มีรายได้สูงสุดประจำไตรมาส (ดูตาราง) มีรายได้รวม 51,768.70 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 76.44% ของรายได้ 36 บริษัทรวมกัน
ทั้งนี้ บมจ.เอพี ไทยแลนด์ มีรายได้สูงสุด 10,857.78 ล้านบาท โต 17.68% เทียบไตรมาส 1/64 ส่วนแชมป์ทำกำไรสุทธิสูงสุดยังคงเป็นของ บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำนวน 1,932.07 ล้านบาท เติบโต 10.90%

ความสามารถในการทำกำไร (net profit margin) ลดลงเหลือ10.81% เทียบกับไตรมาส 1/64 สามารถทำกำไรเฉลี่ย 12.97%
 
สต๊อกสะสมบวม 2.47%

สถิติที่น่าสนใจในไตรมาส 1/65 ยังรวมถึงสินค้าคงเหลือ+สินค้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอยู่ในช่วงขาขึ้น เปรียบเทียบกับไตรมาส 4/64 ณ 31 ธันวาคม 2564 สินค้าสะสมของ 36 บริษัทอยู่ที่ 544,867.65 ล้านบาท ขณะที่สถิติจบไตรมาส 1/65 เพิ่มขึ้น 2.47% อยู่ที่ 558,332.74 ล้านบาท
 
แนวทางประเมินสถิติที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นผลจากบริษัทอสังหาฯเร่งเปิดตัวโครงการใหม่ในไตรมาส 1/65 นั่นเอง
 
เจาะรายละเอียดสต๊อกบ้านและคอนโดฯพบว่า มี 14 บริษัทจาก 36 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯที่มีสต๊อกสะสมมูลค่าเกิน 10,000 ล้านบาท ได้แก่ บมจ.เอพี ไทยแลนด์, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, พฤกษา เรียลเอสเตท, ศุภาลัย, แสนสิริ, เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น, ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้, เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย, แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ หรือ LPN, ควอลิตี้เฮ้าส์, พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค, โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์, อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ และเสนา ดีเวลลอปเม้นท์

ในที่นี้ ดึงข้อมูลท็อป 5 ที่มีสต๊อกสูงสุด ประกอบด้วย 1.บมจ.ศุภาลัย มูลค่า 62,865.76 ล้านบาท 2.บมจ.แสนสิริ มูลค่า 57,056.38 ล้านบาท 3.บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท มูลค่า 55,291.82 ล้านบาท 4.บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มูลค่า 47,789.43 ล้านบาท และ 5.บมจ.เอพี ไทยแลนด์ มูลค่า 47,144.89 ล้านบาท

Q2 ขาใหญ่ส่งซิกบุกหนัก
 
นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ไตรมาส 1/65 สร้างรายได้รวมจากแนวราบ กลุ่มคอนโดมิเนียม (100% JV) และธุรกิจอื่น ๆ สูงถึง 13,084 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2564 กำไรสุทธิ 1,730 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.3% สัดส่วนหนี้สินต่อทุน 0.49 เท่า
 
ดังนั้น ไตรมาส 2/65 เชื่อว่าจะมีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้น จากปัจจัยลูกค้าคลายกังวลโควิด บวกกับนโยบายเปิดประเทศสร้างความเชื่อมั่น เอพีเตรียมเปิดตัวใหม่ 11 โครงการ มูลค่า 16,240 ล้านบาท แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว 1 โครงการ 3,400 ล้านบาท ทาวน์โฮม 8 โครงการ 7,240 ล้านบาท คอนโดฯ 2 โครงการ 5,600 ล้านบาท

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ. ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า เน้นเจาะลูกค้าเรียลดีมานด์ ทำให้มียอดรับรู้รายได้เติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาสแรกมีอัตรากำไรสุทธิ 20.7% อัตรากำไรขั้นต้น (GP-gross profit) 39.1%
 
ปี 2565 ตั้งเป้าลงทุนเปิดตัวใหม่ 10-12 โครงการ มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท ในไตรมาส 2/65 เปิดตัวแล้วและเตรียมพรีเซลรวม 8 โครงการ มูลค่า 6,000 ล้านบาท
 
นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า การเปิดประเทศเป็นโอกาส เพราะอนันดาฯเป็นผู้นำตลาดคอนโดฯ ติดรถไฟฟ้า คาดว่าไตรมาส 2/65 จะเริ่มทำยอดขายและรับรู้รายได้ก้าวกระโดดจาก 2 โครงการสร้างเสร็จล่าสุด มูลค่า 6,000 ล้านบาท
และมี 6 โครงการเตรียมปิดการขาย มูลค่า 9,812 ล้านบาท อาทิ อาร์เทล เอกมัย-รามอินทรา 1,531 ล้านบาท, ไอดีโอ สาทร-วงเวียนใหญ่ 2,352 ล้านบาท ฯลฯ ควบคู่กับแผนเปิดตัวใหม่ 7 โครงการ มูลค่า 29,098 ล้านบาท พร้อมออกหุ้นกู้ 3,000 ล้านบาทในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
 
แสนสิริทะลุเป้
 
นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ. แสนสิริ เปิดเผยว่า ยอดขาย 4 เดือนทะลุ 10,500 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 30% จากเป้า 35,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 7,400 ล้านบาท สัดส่วน 70% และคอนโดมิเนียม 3,100 ล้านบาท สัดส่วน 30%
แผนลงทุนไตรมาส 2/65 แสนสิริวางแผนเปิดตัวใหม่ 11 โครงการ มูลค่ารวม 13,800 ล้านบาท ไฮไลต์ทำเลกรุงเทพกรีฑา เป็นโครงการที่ 3 โดยร่วมทุนกับกลุ่มโตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่