เงินเฟ้อ ขึ้นดอก GDPลด

กระทู้คำถาม
เพื่อลดเงินเฟ้อ จึงขึ้นดอก เนื่องจากสินค้าที่เป็น Core ปรับสูงขึ้น
มันก็ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว เพราะสมการทางคณิตศาสตร์มันเป็นเช่นนั้น

ทีนี้ลองมาดูผลกระทบถ้าขึ้นดอกแก้เงินเฟ้อ

1. ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้นสำหรับบริษัทเอกชนที่ต้องกู้มาดำเนินธุรกิจ
2. ต้นทุนภาครัฐสูงขึ้นที่ต้องออกพันธบัตรใหม่ เพื่อได้เงินมาขยายโครงสร้างพื้นฐาน
3. ดอกเบี้ยเงินฝากก็ต้องสูงขึ้นตาม

แล้วยังไงต่อ ขอไปพูดถึง GDP ก่อน สมการที่คุณคิดกันมาคือ
GDP = C + I + G + ( X - M)
อ่าวแล้วมันเกี่ยวอะไร ในเมื่อคุณขึ้นดอก ต้นทุนทั้งของเอกชน + รัฐ ขึ้นทั้งคู่
GDP คุณก็ต้องลดอยู่แล้ว แล้วที่สำคัญเศรษฐกิจสหรัฐส่วนใหญ่เน้นการบริโภค
ไม่ต้องไปคิดด้าน ( X - M ) เพราะตามสถิติหลายปีมานี้ ตรงนั้นติดลบ ฉะนั้นเลิกคิด

ถ้าจะขยาย GDP คุณก็ต้องโฟกัสที่ 3 ตัว คือ C + I + G
แล้วถ้าคุณขึ้นดอก มันส่งผลกระทบกับ I + G เพราะต้นทุนขึ้นทั้งคู่
เหลือแต่ C เป็นเดอะแบก GDP ไม่แปลกใจที่จะ Recession

พูดจนปากเปียกปากแฉะ ว่าคุณต้องใช้การขึ้นภาษีนิติบุคคล
เอาภาษีมาล้างหนี้ เอาภาษีมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
เพื่อรอเวลาส่งไม้ต่อกลับไปให้เอกชนทำต่อ

ที่ให้เก็บจากนิติบุคคล มีเหตุผลที่ไม่ต้องการไปลดการบริโภคตัว C
เราต้องให้ตัว C คือการบริโภคคงตัว ถ้าไปขึ้นภาษีบุคคลธรรมดา รายได้ลด
การบริโภคก็ลด กระทบ GDP อีก

กลับมาที่การขึ้นดอก ถ้าคุณไปขึ้นดอก แล้วรายได้ประชาชนเยอะ
เงินส่วนที่เหลือบางส่วนเขาเอาไปซื้อพันธบัตร
กลายเป็นว่าเอาเงินไปซื้อสินทรัพย์ทางการเงิน ไม่ได้เอาไปใช้จ่าย
แล้วถ้าไม่ได้เอาไปใช้จ่าย มันก็ไม่เกิดเงินเฟ้อที่เกิดจากการหมุนของระบบเงิน
แถมยังเป็นภาระที่ต้องหาเงินไปจ่ายดอก

ถ้าขึ้นดอกแล้วกระทบต้นทุนทั้ง ภาครัฐ และ เอกชน สู้ขึ้นภาษีไม่ขึ้นดอกดีกว่า?
เพราะภาครัฐไม่โดนผลกระทบ แล้วเมื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานได้
ฐานแข็งแรงพร้อมจะทะยาน ก็ค่อยลดภาษีนิติบุคคล ส่งไม้ต่อให้เอกชนไม่ดีกว่า?

ป.ล. ยืนยันคำเดิม แต่ยังจะเล่นเกมปั้นมูลค่าเศรษฐกิจเติบโต
ยังไงก็ต้องไปนอกโลกล่ะ เพราะมันมีข้อจำกัดที่ทรัพยากร

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่