เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่แต่เหนื่อยใจกับคนนี่รู้สึกเป็นทุกข์เหลือเกินค่ะ ช่วงนี้งานหายากมากค่ะก็เลยมีความคิดที่ว่าได้งานอะไรจะทำไปก่อน(ไม่อยากอยู่เฉยๆ) เรื่องมีอยู่ว่า จขกท.ได้ทำงานที่ร้านพิซซ่าแห่งหนึ่ง ซี่งเป็นตำแหน่ง ผู้จัดการร้านฝึกหัด แน่นอนว่าตำแหน่งนี้เราจะต้องทำเป็นทุกอย่างในร้านทั้งในส่วนของพนักงานและเมเนเจอร์ ส่วนตัวจขกท.เพิ่งมาทำงานได้ยังไม่ครบเดือนเลยค่ะ แต่ก็รู้สึกว่าหลายๆอย่างมันกดดันเกินไปจนทำให้เราเป็นทุกข์ ทั้งเพื่อนร่วมงานขี้นินทา ชอบโบ้ย เอาเปรียบชอบโยนงาน อู้งานเจ้าอารมณ์ แถมยังมาเจอหัวหน้างานที่อีโก้สูงไปอีก ช่วงแรกเรารู้สึกจอยมากค่ะ สองสามวันแรกผจก.ร้านให้เราไปเรียนทำเมคก่อน แน่นอนค่ะเรายังใหม่ทำไม่ทันบ้าง ผิดบ้าง หลายๆครั้งคือรู้สึกได้เลยว่าเพื่อนในร้านเขาไม่พอใจเรา หลังๆมาเหมือนผจก.ให้เราไปเรียนนุ๋นนี่ในร้านที่พนักงานต้องทำจนมาถึงเรื่องงานเอกสารของเมเนเจอร์อะค่ะ (ปกติกะบ่ายเลิก 23:00 แต่ล่าสุดเลิก 00:00เลยไม่รู้ว่าเรียนตำแหน่งงานเมเนต้องเลิกดึกแบบนี้เป็นเรื่องปกติรึป่าวเพราะบางทีสแกนนิ้วตรงเวลาแต่ต้องอยู่ต่อจนกว่าเขาจะสอนงานเสร็จ) อีกอย่างไม่รู้ว่าเขาคาดหวังกับเรามากไปรึป่าว เหมือนระยะเวลาในการเรียนของเราแต่ละเรื่องมันใช้เวลาแค่เรื่องละวันสองวัน แต่คือผจก.ต้องการให้เราเป็นงานทุกอย่างเร็วๆในระยะเวลาอันสั้น และใช่ค่ะ!!!!เราไม่ใช่อัจฉริยะ เวลาเขาถามเราบางอย่างตอบได้เราตอบแต่พอตอบไม่ได้โดนตำหนิหนักมากพูดเหมือนเราไม่ใส่ใจยังไงยังงั้นทั้งๆที่เราก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ณ ตอนนั้นแล้ว (เขาย้ำบ่อยๆด้วยนะคะว่าถามอะไรต้องตอบให้ได้!!!!) ความกดดันเพิ่มขึ้นทุกวันทั้งจากเมเนเจอร์และเพื่อนในร้านก่อนหน้านี้โดนเตือนเรื่องการใช้คำพูด(อาจจะด้วยการใช้น้ำเสียงที่นิ่งๆของเรามันเลยฟังดูห้วน)ซึ่งแน่นอนค่ะเรื่องนี้เราก็รับฟังและก็รับปากไปแล้วว่าจะปรับปรุง บางทีลืมตัวจริงค่ะ แต่บางทีก็ตั้งใจเพราะเพื่อนในร้านบางคนพูดจาไม่ดีใส่เรา แต่เราก็ไม่ได้เอาเรื่องนี้มาพูดให้ผจก.ฟังหรอกค่ะเพราะรู้สึกว่ายิ่งพูดมีแต่ตัวเองที่เสียเปรียบT^T ทนอยู่มาได้จนถึงอาทิตย์ที่สี่ เหมือนว่าช่วงนี้เราจะได้มาทำงานเอกสารของเมเนเจอร์กับแคชเชียร์ค่ะ ลองได้มาคีย์ออเดอร์ในแคชเชียร์จริงๆเป็นเวลาสามวันรวมวันนี้ด้วยก็เป็นวันที่สี่ แต่ตลอดระยะเวลาที่มาประจำสเตชั่นนี้คีย์ผิดคีย์ถูกบ้างค่ะ คนที่สอนแคชเชียร์เรามีสองคนคนนึงใจเย็นอีกคนขี้หงุดหงิดแต่ส่วนใหญ่จะได้เจอคนที่ขี้หงิดหงุดค่ะ สงครามเย็นจึงบังเกิด อย่างที่บอกอะค่ะเวลาในการเรียนงานแต่ละเรื่องมันน้อยการคีย์ออเดอร์แคชเชียร์ก็เช่นกัน หลายๆครั้งต้องมาตรัสรู้เองพอทำพลาดก็โดนว่าค่ะ แต่ก็ต้องเก็บไว้ มาถึงเรื่องของการเก็บเอกสารของเมเนเจอร์เราเพิ่งมาได้ทำจริงๆสามวันค่ะสองวันแรกที่ทำงานเอกสารนี้มีผจก.คอยเช็คให้ค่ะ มาวันที่สามเนี่ยล่ะคะที่ต้องมาปิดร้านกับผู้ช่วยเมเน เรายังไม่เป็นงานแต่คงไม่ได้ดั่งใจเขาถามอะไรก็หงุดหงิดทำรำคาญใส่มีการประชดประชันเกิดขึ้นทั้งจากคำพูดและการกระทำซึ่งมีน้องที่อยู่ในร้านก็เห็นค่ะ จึงทำให้มีปากเสียงกันค่ะ เราได้ทำการแจ้งเรื่องไปทางเมเนแล้วแต่ดูๆไปเหมือนเราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากกว่า เพราะเรามีประเด็นเรื่องการใช้คำพูดอยู่ ส่วนตัวจขกท.เองคิดว่าเมเนคงคิดว่าเราเป็นไปพูดจาไม่ดีใส่เขาก่อน แต่พูดตรงๆตั้งแต่มาทำงานวันแรกจนถึงวันนี้ทำดีไม่ค่อยเข้าตาค่ะเขาจำแต่ข้อผิดพลาดของเราและก็จำแต่ตอนตัวเองถูกกระทำ อึดอั้นมากจนน้ำตาแตก คิดว่าที่ผ่านมามันพีคแล้วมาวันนี้พีคกว่าอีกค่ะ วันนี้ก็สุดทนค่ะเพราะต้องไปทำหลายอย่างในเวลาเดียวกันทั้งคัตทั้งเมคทั้งรับออเดอร์ วิ่งวุ่นอยู่คนเดียวจนทำไม่ทัน โดนตำหนิไม่หยุดจนต้องตัดสินใจลาออกจริงๆค่ะเสียสุขภาพจิตมาก เรารู้สึกได้เลยอะคะว่าที่ผ่านมาจนถึงวันนี้อะโดนตบหัวแล้วลูบหลังตลอด
ปล.เหนื่อยจิต
เคยเจอมั้ย เพื่อนร่วมงานแบบนี้
ปล.เหนื่อยจิต