สวัสดีครับ ผมมีเรื่องของผมมาเล่าให้ฟังครับ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องในอดีตของผมที่เคยทำพลาดครับ แต่ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ผลกรรมของการทำแบบนี้จะเป็นอย่างไร แต่ผมได้ไตร่ตรองมาเบื้องต้นแล้วครับว่าผิดศีลข้อ 2 แน่
ตอนนี้ผมนับถือศาสนาพุทธนะครับ และเริ่มสนใจเรื่องศีล 5 มันได้มีเรื่องหนึ่งในชีวิตที่ผมมักจะหวนกลับไปนึกถึงในบางครั้งช่วงม.ปลาย
เมื่อ 5-6 ปีก่อน ผมเป็นนักเรียนมัธยมคนหนึ่งครับ ที่แม้จะมีความสนใจที่จะทำให้โลกดีขึ้น สร้างประโยชน์ให้สังคม (ซึ่งจุดนี้เองที่ดึงผมเข้ามาหาศาสนาพุทธในภายหลัง ทำให้ผมได้เจอเพื่อนกัลยาณมิตรที่ชักชวนให้ทำบุญสร้างพระ บูรณะพระ เพื่อให้คนทั่วไปกราบไหว้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม) แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มอย่างไร เริ่มตรงไหน ตรงจุดนี้เองที่ทำให้ผมหลงทางบ่อยครั้ง เเละเกิดความเครียด เกิดการเปรียบเทียบกับคนอื่น ซึ่งคุณสามารถไปอ่านกระทู้เก่าของผมได้ตรงนี้ครับ แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญที่ผมจะเอามาเล่าหรอก (ผมลืม password สำหรับเข้า account นั้นไปแล้วนะครับ)
https://pantip.com/topic/34447067
ตอนนั้นผมอยู่ม.4 ผมมีความคิดว่า การรับปริญญานั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญในชีวิต การหางานต่างหากที่สำคัญกว่า โรงเรียนมัธยมของผมอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยครับ
และจำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขารับปริญญาไปแล้ว ซึ่งก็อาจจะยังมีพวกซุ้มหรือป้ายตกแต่งอยู่ ด้วยความเชื่อสุดโต่งและความรู้เท่าไม่ถึงการของผม ผมตัดสินใจไปเก็บกวาดซุ้มเหล่านั้นด้วยตนเอง โดยไม่สนใจว่าจะมีบัณฑิตเหลืออีกกี่คนที่ยังไม่ได้ถ่ายรูป และได้แปะเนื้อเพลง มหาลัย ของคาราบาวไว้ด้วย
วันต่อมา ทางมหาวิทยาลัย ได้ติดต่อมาที่โรงเรียนของผมเพื่อเอาเรื่อง มีการสืบสวนสอบสวน ส่งหนังสือเชิญผู้ปกครอง ซึ่งตรงนี้ผมจะไม่ขอเล่านะครับ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ผมก็เอาตัวรอดมาได้
ยังมีหลายเรื่องในช่วงมัธยมปลาย ที่ผมคิดว่ามันไม่น่าให้อภัยได้ โดยเฉพาะช่วงม.5-6 ผมจิตตกมาก เครียดพยายามฆ่าตัวตายบ่อยครั้ง และตอนนั้นผมไม่ได้นับถือศาสนา ไม่มีที่พึ่งทางใจ จึงหันไปทำลายข้าวของ ทั้งข้าวของส่วนตัว และข้าวของสาธารณะ ข้าวของของโรงเรียนนี่แหละ ที่พ่อแม่ของผมชดใช้ไปรวมกว่าหมื่นบาท เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่มองย้อนกลับไปก็รู้สึกผิดกับพ่อแม่ทุกครั้งที่คิดเรื่องนี้
หลายปีต่อมา ผมได้เริ่มเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม(ที่จริงมันมีเรื่องยาวกว่านี้อีกครับ ว่าทำไมเชื่อ แต่เอาแค่นี้ก็พอ) เริ่มสนใจด้านศาสนา
ผมจึงได้สงสัยว่า การทำลายข้าวของสาธารณะนั้นมีผลกรรมอย่างไร และเราควรจะแก้ไขอย่างไร หลายอย่างแม้จะมีการชดใช้ด้วยเงินทองแล้ว มีการเคลียร์คดีความแล้ว แต่ซุ้มรับปริญญาก็ไม่สามารถเอาคืนกลับมาได้ ของที่ผมทำลายก็เอาคืนมาไม่ได้
ปล. ตอนนี้ผมขอเร่งทำแต่ความดีครับ และเรื่องในอดีตผมตัดได้เกือบทุกอย่างแล้ว เพราะหลวงพ่อที่นับถือสอนไว้ว่าให้เร่งทำแต่ความดี อย่าไปเอาความชั่วในอดีตมาให้ว้าวุ่นใจ
ผมรู้สึกเสียใจกับกรรมที่เคยทำไปครับ กรรมจากการทำลายข้าวของสาธารณะ
ตอนนี้ผมนับถือศาสนาพุทธนะครับ และเริ่มสนใจเรื่องศีล 5 มันได้มีเรื่องหนึ่งในชีวิตที่ผมมักจะหวนกลับไปนึกถึงในบางครั้งช่วงม.ปลาย
เมื่อ 5-6 ปีก่อน ผมเป็นนักเรียนมัธยมคนหนึ่งครับ ที่แม้จะมีความสนใจที่จะทำให้โลกดีขึ้น สร้างประโยชน์ให้สังคม (ซึ่งจุดนี้เองที่ดึงผมเข้ามาหาศาสนาพุทธในภายหลัง ทำให้ผมได้เจอเพื่อนกัลยาณมิตรที่ชักชวนให้ทำบุญสร้างพระ บูรณะพระ เพื่อให้คนทั่วไปกราบไหว้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคม) แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มอย่างไร เริ่มตรงไหน ตรงจุดนี้เองที่ทำให้ผมหลงทางบ่อยครั้ง เเละเกิดความเครียด เกิดการเปรียบเทียบกับคนอื่น ซึ่งคุณสามารถไปอ่านกระทู้เก่าของผมได้ตรงนี้ครับ แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญที่ผมจะเอามาเล่าหรอก (ผมลืม password สำหรับเข้า account นั้นไปแล้วนะครับ)
https://pantip.com/topic/34447067
ตอนนั้นผมอยู่ม.4 ผมมีความคิดว่า การรับปริญญานั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญในชีวิต การหางานต่างหากที่สำคัญกว่า โรงเรียนมัธยมของผมอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยครับ
และจำได้ว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขารับปริญญาไปแล้ว ซึ่งก็อาจจะยังมีพวกซุ้มหรือป้ายตกแต่งอยู่ ด้วยความเชื่อสุดโต่งและความรู้เท่าไม่ถึงการของผม ผมตัดสินใจไปเก็บกวาดซุ้มเหล่านั้นด้วยตนเอง โดยไม่สนใจว่าจะมีบัณฑิตเหลืออีกกี่คนที่ยังไม่ได้ถ่ายรูป และได้แปะเนื้อเพลง มหาลัย ของคาราบาวไว้ด้วย
วันต่อมา ทางมหาวิทยาลัย ได้ติดต่อมาที่โรงเรียนของผมเพื่อเอาเรื่อง มีการสืบสวนสอบสวน ส่งหนังสือเชิญผู้ปกครอง ซึ่งตรงนี้ผมจะไม่ขอเล่านะครับ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ผมก็เอาตัวรอดมาได้
ยังมีหลายเรื่องในช่วงมัธยมปลาย ที่ผมคิดว่ามันไม่น่าให้อภัยได้ โดยเฉพาะช่วงม.5-6 ผมจิตตกมาก เครียดพยายามฆ่าตัวตายบ่อยครั้ง และตอนนั้นผมไม่ได้นับถือศาสนา ไม่มีที่พึ่งทางใจ จึงหันไปทำลายข้าวของ ทั้งข้าวของส่วนตัว และข้าวของสาธารณะ ข้าวของของโรงเรียนนี่แหละ ที่พ่อแม่ของผมชดใช้ไปรวมกว่าหมื่นบาท เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่มองย้อนกลับไปก็รู้สึกผิดกับพ่อแม่ทุกครั้งที่คิดเรื่องนี้
หลายปีต่อมา ผมได้เริ่มเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม(ที่จริงมันมีเรื่องยาวกว่านี้อีกครับ ว่าทำไมเชื่อ แต่เอาแค่นี้ก็พอ) เริ่มสนใจด้านศาสนา
ผมจึงได้สงสัยว่า การทำลายข้าวของสาธารณะนั้นมีผลกรรมอย่างไร และเราควรจะแก้ไขอย่างไร หลายอย่างแม้จะมีการชดใช้ด้วยเงินทองแล้ว มีการเคลียร์คดีความแล้ว แต่ซุ้มรับปริญญาก็ไม่สามารถเอาคืนกลับมาได้ ของที่ผมทำลายก็เอาคืนมาไม่ได้
ปล. ตอนนี้ผมขอเร่งทำแต่ความดีครับ และเรื่องในอดีตผมตัดได้เกือบทุกอย่างแล้ว เพราะหลวงพ่อที่นับถือสอนไว้ว่าให้เร่งทำแต่ความดี อย่าไปเอาความชั่วในอดีตมาให้ว้าวุ่นใจ