คุณไม่ได้ขี้เกียจ แต่กำลังหมดไฟ! มาเช็คสัญญาณ Burnout Syndrome กันเถอะ!



ถ้าอยากฟังเพลินๆเวอร์ชั่น Podcast
-> https://youtu.be/ZQwDa0oxkkg

#เคยมีอาการประมาณนี้กันบ้างรึเปล่าครับ
"รู้สึกเหนื่อยเพลียไปหมด ไม่อยากทำอะไรเลย"
"อยากนอนเฉยๆทั้งวัน"
"เบื่อสิ่งที่เคยชอบทำมากๆ"
.
มองผิวเผินมันก็ดูไม่มีอะไรนะ คนเราคงจะมีอารมณ์ขี้เกียจบ้าง ใช้ชีวิตเหนื่อยๆ #ทำงานหนักๆก็ต้องพักบ้าง ต้องมีวันที่อยากนอนเฉยๆบนเตียง ไม่ทำอะไรเลย ปล่อยตัวปล่อยใจพักสมองบ้างสิใช่มะ
.
เเต่ถ้าอาการมันหนักกว่าที่คิดล่ะ?
.
รู้รึเปล่าครับว่า จริงๆเเล้วมันมีเส้นบางๆระหว่างอาการ ‘ขี้เกียจ’กับ ‘Burnout’ นะ ตอนนี้เราเข้าข่าย ภาวะหมดไฟ หรือ BURNOUT SYNDROME รึยัง? มาเช็คกันครับ
.
1.#คุณรู้สึกอยากตัดขาดกับสิ่งรอบตัว
.
เริ่มรู้สึกเหมือนเหมือนตื่นนอนมาใช้ชีวิตเเต่ล่ะวันไปงั้นๆอ่ะ ให้มันผ่านไป อย่างกับร่างไร้วิญญาณ อยากให้นาฬิกาเดินไปไวๆให้เวลามันหมดในเเต่ล่ะวัน รู้สึกเฉยชากับสิ่งรอบตัวไปหมด ล่องลอยเหมือนไร้ชีวิตชีวา ไม่สดชื่นเหมือนเคย จากเมื่อก่อนคุณอาจจะชอบเข้าสังคม แต่ตอนนี้เริ่มเก็บตัวเเละตัดขาดจากผู้คน จากคุณเคยเป็นคนชอบเที่ยวเล่นป้าตี้มากๆ เดี๋ยวนี้อาจจะรู้สึกอยากอยู่คนเดียว ใครชวนไปไหนก็ไม่ไป
.
2.#คุณเริ่มแคร์เรื่องต่างๆน้อยลง
.
เมื่อก่อนเคยเป็นคนมีพลังมากๆในการทำเรื่องต่างๆ เเต่ตอนนี้กลับเป็นคนไม่มีเเรงใจจะทำอะไรเลย ทั้งเรื่องงานรึว่าเรื่องชีวิต อ่อนล้าเหนื่อยเพลียไปหมด ไม่อยากทำอะไรเลยทั้งนั้น สูญเสียความมั่นใจในตัวเองไป มองโลกในเเง่ร้ายมากขึ้น สมาธิสั้น เริ่มไม่สามารถสนใจจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ จากเคยเป็นคนสู้ไม่ถอย เดี๋ยวนี้รู้สึกท้อแท้ถอดใจง่าย เริ่มใช้ชีวิตอย่างไร้ความหวัง ไร้เป้าหมาย เคยมีความฝันอะไรในชีวิตก็ล้กเลิก
.
3.#คุณเริ่มไม่สนุกกับสิ่งที่เคยชอบ
.
คิดว่าในทุกๆคนน่าจะมีสิ่งที่ชอบทำกันเป็นชีวิตจิตใจรึเรียกได้ว่าคลั่งไคล้กันเลยใช่ไหม เรื่องที่คุณหลงไหลมากๆ ไม่ว่าจะเป็นกีฬา ดนตรี อ่านหนังสือ สะสมโมเดล เป็นติ่งเกาหลี หรืองานอดิเรกอะไรที่เติมเต็มชีวิตคุณ เช่น บางคนอาจจะชอบเล่นเกมมากๆ ฝึกเล่นเก่งจนเป็นเซียน หรือบางคนชอบดูซีรี่มากๆ ดูได้ทั้งคืนไม่หลับไม่นอน ขออีกตอนๆยันรู้ตัวอีกทีก็เช้าล่ะ เรื่องที่เราอินเเละยากทำมากๆในทุกๆวันโดยไม่ต้องมีใครมาขอให้ทำ แต่คุณเริ่มรู้สึกหมด passion เริ่มเบื่อสิ่งเคยชอบ ทำเเล้วไม่สนุกเหมือนเดิมจนไม่อยากทำมันอีก
.
4.#คุณอารมณ์เสียหงุดหงิดง่าย
.
อยู่ๆช่วงนี้เกิดเป็นคนขี้หัวร้อน หงุดหงิดง่าย ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ อะไรมาสะกิดนิดหน่อยเดือดไปหมดกับเเม้เเต่กับเรื่องอะไรเล็กๆน้อยๆ เช่นใครมาพูดอะไรไม่เข้าหูนิดเดียวก็เกิดหัวเสียขึ้นมาซะอย่างงั้น ทั้งที่เหมือนก่อนเราก็เป็นคนอารมณ์ดี ใจเย็น ยิ้มง่าย ร่าเริงเสมอมา
.
5.#คุณไม่ดูเเลตัวเอง
.
คุณเริ่มมีปัญหาด้านการนอน นอนไม่ค่อยหลับ กินน้อยลงหรือกินหนักมากขึ้นกว่าเดิม จากเคยเเต่งตัวหล่อสวยก็เริ่มปล่อยตัว ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการไม่ทำอะไรเลย หรือเมื่อก่อนเคยรักตัวเอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พยายามพัฒนาตัวเอง ทำทุกอย่างให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นในทุกด้าน เเต่ตอนนี้กลับ ทิ้งเลิกทำหมดเลย เมินเฉย ใช้ชีวิตเเบบละเลยตัวเอง ปล่อยผ่านไปวันๆ
.
#อ่านมาถึงตรงนี้เเล้วมีข้อไหนที่ตรงกับตัวเองบ้างไหมครับ?
.
ถ้าคุณไม่เคยเป็นอาการพวกนี้มาก่อนเลย เเล้วเริ่มมีอาการเหล่านี้มากกว่า 3 ข้อขึ้นไปนานๆวันเข้าเริ่มบ่งบอกเเล้วนะว่า อาจจะเข้าข่ายเป็น ‘Burnout’ เเล้วก็ได้
.
ข้อเเตกต่างระหว่างอาการขี้เกียจกับBurnoutคือ ถ้าขี้เกียจเราจะรู้สึกเฉยๆมาก ปล่อยตัวปล่อยใจได้ปกติ ร่าเริง ยิ้มง่าย ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อให้ไม่ทำอะไรเลย กินๆนอนๆเล่นไป พอเริ่มเเรงกระตุ้นให้กระตือรือร้นก็กลับมาทำงานทำอะไร กลับมาลุยกับชีวิตได้เหมือนเดิม ความขี้เกียจหน่ะเป็น #เเค่ความรู้สึกชั่วคราว ที่ไม่ส่งผลกระทบอะไรได้นาน เพราะเราก็เเค่อยากพักบ้างเน๊อะใช้ชีวิตมาเหนื่อยๆ
.
เเต่อาการ Burnout เนี้ยเริ่มจากความเครียดสะสมเรื้อรังเเล้วค่อยๆหนักขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนนะ มันจะค่อยๆเก็บสะสมไปเรื่อยๆ #จนอาจจะส่งผลกระทบให้เป็นโรคซึมเศร้าเเบบไม่รู้ตัวได้เลยล่ะ
.
ควรหมั่นตรวจเชคสุขภาพจิตใจของตัวเองบ้างก็ดีไม่น้อยเลย ลองตอบตัวเองกันดูนะครัล ว่าจริงๆเเล้วเราเเค่‘ขี้เกียจ’หรือกำลัง ‘Burnout’ กันแน่
.
#ลับสมอง #LubSamong
source: psytogo

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่