🇹🇭มาลาริน💛28ก.พ.ไทยไม่ติดTop10โลก/ป่วย22,311คน หายป่วย17,470คน เสียชีวิต42คน/นายกฯ และนายอนุทินยืนยัน เตียงพอ ยาพอ


https://www.bangkokbiznews.com/social/990781



โฆษกรัฐบาล เผย “นายกฯ” ยืนยันรัฐบาลบริหารเวชภัณท์ เตียง ยารักษาโควิด-19 มีเพียงพอรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วประเทศ ขณะที่เริ่มหลักเกณฑ์การเดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ TEST AND GO ใหม่ เริ่มต้น 1 มีนาคม นี้

วันนี้ (28 ก.พ.) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่วันนี้ รวม 22,311 ราย จำแนกเป็นผู้ป่วยจากในประเทศ 22,175 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 136 ราย ผู้ป่วยสะสม 668,492 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) หายป่วยกลับบ้าน 17,470 ราย หายป่วยสะสม 486,855 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) ผู้ป่วยกำลังรักษา 213,645 ราย เสียชีวิต 42 ราย ล่าสุด การให้บริการวัคซีน โควิด-19 สะสมอยู่ที่ 123,555,557 โดส เข็มที่ 1 ฉีดสะสม 53,532,236 โดส เข็มที่ 2 ฉีดสะสม 49,705,225 โดส เข็มที่ 3 ฉีดสะสม 18,675,388 โดส เข็มที่ 4 ฉีดสะสม 1,642,708 โดส

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันรัฐบาลบริหารจัดการยา เวชภัณท์ ที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเพียงพอ โดยกำชับไปยังองค์การเภสัชกรรม ได้มีการบริหารจัดการสำรอง “ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)” ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ได้มีการสำรองไว้ จำนวน 24 ล้านเม็ด และทำการผลิตเพิ่มเติมอีก จำนวน 60 ล้านเม็ด รวมการสำรองทั้งสิ้น 84 ล้านเม็ด ขณะเดียวกัน กทม. ยังรายงานว่า มีเตียงว่างสำหรับรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใน Community isolation (CI) อีกกว่า 1,300 เตียง และยังเตรียมเปิดเพิ่มอีก 9 แห่ง จำนวน 1,000 เตียง ยืนยันเตียง CI ใน กทม. ยังมีว่างพอรองรับผู้ติดเชื้อ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังห่วงใยถึงกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้มีความเสี่ยงสูงในการได้รับเชื้อ ฝากเตือนไปยังครอบครัวที่มีสมาชิกที่จัดอยู่ในกลุ่มของผู้มีความเสี่ยงในการได้รับเชื้อโควิด-19 ให้เพิ่มความระมัดระวังสูงสุด จัดสรรพื้นที่ภายในบ้านเพื่อลดการติดเชื้อในครอบครัวด้วย

ทั้งนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังย้ำหลักเกณฑ์การเดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ TEST AND GO จากการปรับมาตรการใหม่ ที่จะเริ่มต้นในวันที่ 1 มีนาคม 2565 โดยมีขั้นตอนการลงทะเบียน ดังนี้...👇

1. ลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass ที่ https://tp.consular.go.th/ โดยจะใช้เวลาในการพิจารณา 3-7 วัน

2. ตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ผลตรวจภายใน 72 ชม. (ก่อนเดินทาง)

3. เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ผ่านจุดตรวจ และเดินทางไปยังโรงแรมด้วยพาหนะโรงแรมในรูปแบบ sealed route

4. ตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ในวันแรกและรอผลตรวจที่โรงแรม

และ 5. ตรวจ ATK self-test ด้วยตัวเองในวันที่ 5-6 และรายงานผลตรวจผ่านช่องทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ทั้งนี้ ย้ำ ผู้เดินทางต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และได้รับอย่างน้อย 14 วัน ก่อนเดินทาง

https://mgronline.com/politics/detail/9650000020003


 
“อนุทิน” ตอกกลับ “แพทย์ชนบท” กล่าวหายารักษาโควิดขาดแคลน ยัน “ฟาวิพิราเวียร์” มีเพียงพอ ลั่น มีสิทธิแสดงความเห็น แต่ต้องเชื่อคนทำงาน

วันนี้ (28 ก.พ.) เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวกรณีที่ชมรมแพทย์ชนบท ระบุ ยาฟาวิพิราเวียร์ ขาดแคลน ว่า.....👉

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะแถลงเรื่องนี้เวลา 13.30 น.ในวันเดียวกันนี้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ มีปริมาณเพียงพอ เนื่องจากไทยสามารถผลิตเองได้ และนำเข้ามาเสริมและยังมีการนำเข้ายาอีก 2 ยี่ห้อมาเสริม ทั้งโมโนพิราเวียร์ และ Asanovic ซึ่งมีอยู่ครบทุกหมวด นอกจากนี้ ยังมีการผลิตฟ้าทะลายโจร เรื่องยาต้องเชื่อทางการแพทย์ ส่วนคนที่ไม่เกี่ยวข้องจะมาให้ความเห็น ไม่ได้อยู่หน้างาน แต่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ที่รับผิดชอบสาธารณสุขทั้งประเทศ และยังรับผิดชอบการจัดซื้อจัดหาเวชภัณฑ์ เพื่อที่จะมารักษา และตนได้ตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม ซึ่งเป็นโรงงานผลิตยาของกระทรวงสาธารณสุข ที่ใหญ่ที่สุด ได้รายงานตลอดว่ามีปริมาณยาที่เพียงพอ หากไม่เชื่อหมอแล้วจะเชื่อใคร

“เขาเป็นชมรมแพทย์ชนบท เป็นเพียงตัวแพทย์ แต่ละคนถือว่าเป็นข้าราชการของกระทรวงสาธารณสุข ต้องรับนโยบายของกระทรวง ถ้าออกมาเป็นความเห็นชมรม ก็ต้องไปพิสูจน์กันว่าที่ออกมาบอกว่ายาไม่เพียงพอ ไม่ตรงกับสิ่งที่เป็นความจริงในทุกวันนี้ ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องเชื่อคนที่ทำงาน คนที่อยู่หน้างาน” นายอนุทิน กล่าว

https://mgronline.com/politics/detail/9650000020150

นานาเรียนติดตามข่าวโควิดวันนี้ค่ะ

....pompom
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 16

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
"อว. เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 ฉีดวัคซีนแล้ว 123,462,330 โดส และทั่วโลกแล้ว 10,701 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 966.9 ล้านโดส โดยกรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ฉีดวัคซีนเข็ม 1 มากสุด (113.5%)

(27 กุมภาพันธ์ 2565) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 10,701 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 26.3 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 552 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 215 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว"

ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 966.9 ล้านโดส โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (94.9% ของประชากร) ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 342.9 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 123,462,330 โดส

ในการฉีดวัคซีน จำนวน 10,701 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

1) ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565  
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม  123,462,330 โดส ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
-เข็มแรก 53,516,065 โดส (80.9% ของประชากร)
-เข็มสอง 49,707,279 โดส (75.1% ของประชากร)
-เข็มสาม 20,238,986 โดส (30.6% ของประชากร)

2) อัตราการฉีดวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ. 64 – 27 ก.พ. 65 พบว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้ว 123,462,330 โดส ฉีดเพิ่มขึ้น 303,092 โดส (อัตราการฉีดล่าสุดเฉลี่ย 3 วันย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64 ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ 268,381 โดส/วัน

3) อัตราการฉีดวัคซีน ประกอบด้วย
วัคซีน Sinovac
- เข็มที่ 1 22,899,847 โดส
- เข็มที่ 2 3,599,106 โดส
- เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน AstraZeneca
- เข็มที่ 1 13,880,551 โดส
- เข็มที่ 2 28,448,588โดส
- เข็มที่ 3 4,964,509 โดส

วัคซีน Sinopharm
- เข็มที่ 1 7,541,700 โดส
- เข็มที่ 2 7,234,720 โดส
- เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน Pfizer
- เข็มที่ 1 8,446,705 โดส
- เข็มที่ 2 9,589,598 โดส
- เข็มที่ 3 12,156,563 โดส

วัคซีน Moderna
- เข็มที่ 1 747,262 โดส
- เข็มที่ 2 835,267 โดส
- เข็มที่ 3 3,117,914 โดส

4) 10 จังหวัดที่มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ครอบคลุมประชากรสูงที่สุด
1. ภูเก็ต เข็มที่1 91.5% เข็มที่2 87.3% เข็มที่3 79.3%
2. กรุงเทพมหานคร เข็มที่1 113.5% เข็มที่2 104.9% เข็มที่3 62.7%
3. นนทบุรี เข็มที่1 82.3% เข็มที่2 78.5% เข็มที่3 57.2%
4. สมุทรปราการ เข็มที่1 92.1% เข็มที่2 81% เข็มที่3 54.1%
5. อยุธยา เข็มที่1 74.6% เข็มที่2 71.6% เข็มที่3 40.6%
6. ลำพูน เข็มที่1 81.3% เข็มที่2 77.4% เข็มที่3 39.7%
7. ระยอง เข็มที่1 84.8% เข็มที่2 80.8% เข็มที่3 39.5%
8. ชลบุรี เข็มที่1 83.2% เข็มที่2 79.3% เข็มที่3 35.2%
9. นครปฐม เข็มที่1 77.5% เข็มที่2 76.2% เข็มที่3 33.9%
10. ฉะเชิงเทรา เข็มที่1 82.1% เข็มที่2 69.7% เข็มที่3 33.4%

10 จังหวัดที่มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ครอบคลุมประชากรต่ำที่สุด
1. ปัตตานี เข็มที่1 56.9% เข็มที่2 45.5% เข็มที่3 6.2%
2. นราธิวาส เข็มที่1 55.7% เข็มที่2 44.9% เข็มที่3 6.3%
3. ยะลา เข็มที่1 63.2% เข็มที่2 52.4% เข็มที่3 8.7%
4. บึงกาฬ เข็มที่1 64.3% เข็มที่2 56.4% เข็มที่3 9%
5. หนองบัวลำภู  เข็มที่1 63.2% เข็มที่2 57.9% เข็มที่3 10.4%
6. สตูล เข็มที่1 64.8% เข็มที่2 60.1% เข็มที่3 10.9%
7. สกลนคร เข็มที่1 65.7% เข็มที่2 59.4% เข็มที่3 11.8%
8. แม่ฮ่องสอน เข็มที่1 58.7% เข็มที่2 49.5% เข็มที่3 12.1%
9. กาฬสินธุ์ เข็มที่1 66.8% เข็มที่2 60.4% เข็มที่3 12.3%
10. อำนาจเจริญ เข็มที่1 70.4% เข็มที่2 65.1% เข็มที่3 12.6%

5) ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 966,998,314 โดส ได้แก่
1. อินโดนีเซีย จำนวน 344,260,964 โดส (69.1%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, AstraZeneca, Moderna และ Sinopharm
2. เวียดนาม จำนวน 193,274,685 โดส (81.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca, Pfizer, Moderna และ Sinopharm
3. ฟิลิปปินส์ 134,927,975 โดส (56%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, Pfizer, Sputnik V, Moderna, J&J และ AstraZeneca  
4. ไทย จำนวน 123,462,330 โดส (80.9%* ของประชากร)  ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm
5. มาเลเซีย จำนวน 66,986,213 โดส (82.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, AstraZeneca และ Sinovac  
6. พม่า จำนวน 44,208,482 โดส (42.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
7. กัมพูชา จำนวน 36,245,738 โดส (86%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, AstraZeneca, J&J และ Sinovac
8. สิงคโปร์ จำนวน 13,452,417 โดส (92%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Moderna และ Sinovac
9.  ลาว จำนวน 9,174,337 โดส (66.2%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sputnik V, Pfizer, J&J, Sinovac และ AstraZeneca
10. บรูไน จำนวน 1,005,173 โดส (94.9%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
* คำนวณจากจำนวนฉีด/จำนวนประชากร อย่างน้อย 1 เข็ม

6) จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค
1. เอเชียและตะวันออกกลาง 69.62%
2. ยุโรป 10.16%
3. อเมริกาเหนือ 8.66%
4. ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 7.21%
5. แอฟริกา 3.73%
6. โอเชียเนีย 0.63%

7) ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 5 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 70% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก
1. จีน จำนวน 3,114.62 ล้านโดส (220.2% ของจำนวนโดสที่ฉีดต่อประชากร)
2. อินเดีย จำนวน 1,773.53 ล้านโดส (128.6%)
3. สหรัฐอเมริกา จำนวน 551.90 ล้านโดส (164.6%)
4. บราซิล จำนวน 391.25 ล้านโดส (184.8%)
5. อินโดนีเซีย  จำนวน 344.26 ล้านโดส (124.8%)

8) ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)
1. คิวบา (331.1%) (ฉีดวัคซีนของ  Abdala และ Soberana02)
2. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (259.8%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
3. ชิลี (249%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, CanSino, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
4. กาตาร์ (234.8%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Moderma)
5. มัลดีฟส์ (234.7%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinopharm)
6. บาห์เรน (230.4%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)
7. เกาหลีใต้  (229.7%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech J&J AstraZeneca/Oxford และ  Moderna)
8. สิงคโปร์ (228.5%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna และ Sinovac)
9. บรูไน (228%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford และ Sinopharm)  
10. เดนมาร์ก (226.1%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna และ J&J)

แหล่งข้อมูล Bloomberg Vaccine Tracker, กระทรวงสาธารณสุข
ประมวลข้อมูลโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
https://www.facebook.com/nrctofficial/posts/266273072360799
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่