เนื่องด้วยว่าเราคบกันมา 3 ปี และเพิ่งแต่งงานกับฝ่ายชายได้ 2 เดือนค่ะ ฝ่ายชายได้ซื้อบ้านเป็นของตัวเอง(ซื้อก่อนที่จะคบกับเรา) แยกอยู่กับพ่อแม่พี่สาว และแน่นอนบ้านหลังนี้มีเราอยู่ด้วย เราอายุห่างกัน 14 ปีค่ะ เราอายุ27ปี (มีงานทำประจำ) ฝ่ายชายอายุ 41ปี(ทำงานฟรีแลนซ์) และด้วยเศรษฐกิจตอนนี้ทำให้ฝ่ายชายมีรายรับน้อยลงจนเกือบไม่มีรายรับ ค่าใช้จ่ายหนี้บ้าน รถ เป็นเราที่ต้องช่วยเกือบทุกเดือนตั้งแต่ที่คบกันมา ฝ่ายชายเป็นเสาหลักของบ้านพ่อแม่ฝ่ายชาย เหตุผลที่ฝ่ายชายซื้อบ้านหลังใหม่ เป็นเพราะแม่ฝ่ายชายต้องการบ้านที่ใหญ่ขึ้น เป็นหน้าเป็นตาของครอบครัว แต่พอมาปีนี้เริ่มแบกหนี้ไม่ไหว เลยตัดสินใจจะขายบ้านหลังนี้ แต่ทางแม่ของฝ่ายชายไม่ยอมให้ขาย คัดค้าน ร้องไห้ฟูมฟายไม่ให้ขายท่าเดียว ต้องขอบอกก่อนว่าแม่ฝ่ายชายเป็นโรคประสาท ต้องทานยาประจำ แต่ก็สามารถใช้ชีวิตปกติสุขได้เหมือนคนปกติทั่วไป แต่ให้ทานยาประจำตามที่หมอสั่ง ฝ่ายชายเลยจำยอมไม่ขาย แบกหนี้พร้อมเราที่ต้องช่วยต่อไป จนตอนนี้เราไม่มีเงินเหลือเก็บ ไม่มีเงินใช้จ่ายของที่อยากได้ พอใช้จ่ายในการดำรงชีวิตเท่านั้น พอมาถึงจุดนี้ เราก็คิดได้ว่า ถ้าเราไม่มีหนี้ก้อนใหญ่บ้านหลังนี้ เราก็จะมีเงินใช้ มีเงินเหลือเก็บสร้างอนาคตได้ อนาคตจะมีลูกด้วยกัน แต่ฝ่ายชายก็ยังขอเวลาอีก1ปีกับบ้านหลังนี้ เพื่อความสุขของแม่ แต่ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้หลังจากผ่านไป1ปี ฝ่ายชายสัญญาจะตัดสินใจขายบ้านหลังนี้ค่ะ เพราะเรื่องนี้ เลยทำให้เราเริ่มไม่ชอบแม่ฝ่ายชายค่ะ มันทำให้ฝ่ายชายเครียด กดดัน ไม่มีความสุข แล้วเราก็ไม่มีความสุขไปด้วย ตอนนี้เรามองไม่เห็นอนาคตการสร้างครอบครัวเลยค่ะ
1. อยากขอความคิดเห็นว่าฝ่ายชายทำเป็นนี้มันคือทางที่ดีที่สุดของเรา2คนกับทางพ่อแม่ฝ่ายชายใช่มั้ยคะ
2. อยากสอบถามว่า เราเห็นแก่ตัวหรือเปล่า ที่บังคับให้ขายบ้าน แล้วยังไปทำลายความสุขของแม่ฝ่ายชายหรือเปล่า
ขอขอบคุณทุกคำตอบนะคะ
ขอความคิดเห็นเกี่ยวกับฝ่ายชายเป็นเสาหลักของพ่อแม่ค่ะ
1. อยากขอความคิดเห็นว่าฝ่ายชายทำเป็นนี้มันคือทางที่ดีที่สุดของเรา2คนกับทางพ่อแม่ฝ่ายชายใช่มั้ยคะ
2. อยากสอบถามว่า เราเห็นแก่ตัวหรือเปล่า ที่บังคับให้ขายบ้าน แล้วยังไปทำลายความสุขของแม่ฝ่ายชายหรือเปล่า
ขอขอบคุณทุกคำตอบนะคะ