เป็นนักบำบัดค่ะ เคยบำบัดเคสมือที่ 3 แล้วจบสวยมาก ภรรยาหลวง happy เลยอยากมาแชร์ค่ะ

สวัสดีค่ะ
วันนี้ คุยกันเรื่องสถานการณ์มือที่สามในความสัมพันธ์นะคะ
จากประสบการณ์การบำบัดหรือโค้ชผู้คน ได้เจอกับปัญหามือที่สามในความสัมพันธ์ ผลจากการบำบัด (ในเคสนี้ขอเน้นไปภรรยาหลวงเป็นผู้เข้ารับการบำบัดนะคะ) ทำให้ผู้เข้ารับการบำบัดตระหนักรู้ว่าเค้าสามารถออกจากวังวนของความทุกข์ หรือออกจากรูปแบบความสัมพันธ์ที่ทำให้เค้าทุกข์ได้ เมื่อเค้าหมดทุกข์ คนรอบข้างเค้า ทั้งลูก ทั้งสามี ก็ดีขึ้น สงบสุขมากขึ้น ความสัมพันธ์ดีขึ้น
เมื่อเกิดเหตุการณ์มือที่สาม ก็จะมีคนที่ทุกข์ ทุกข์มาก ตรอมตรม โมโห แค้นใจ โกรธ อยากกรีดร้อง อยากหนีไปให้ไกลๆ แต่ตัดใจไม่ได้หรือถึงขั้นอยากทำร้ายคนอื่น หรือทำร้ายตัวเอง...........
และอีกหนึ่งความคิดหรือความรู้สึกที่มักจะมีร่วมด้วย คือการที่คิดว่าตนเองโดนทำร้าย ไม่ว่าตนเองจะเป็นภรรเช่นภรรยาหลวง คิดว่าสามีนอกใจ ยิ้ม มักง่าย ส่วนภรรยาน้อยก็หน้าด้าน เลว มาแย่งสามีของคนอื่น เห็นแก่เงิน ฯลฯ
ภรรยาน้อย ก็อาจจะบอกตัวเองว่า ตนเองไม่รู้มาก่อนว่าผู้ชายมีภรรยาแล้ว มารู้ตอนนี้ มันสายเกินไป รักเค้าไปแล้ว แต่ภรรยาหลวงมาตามราวีด่าทอเรา ผู้ชายเค้าไม่รัก ยังจะทู่ซี้อยู่กับเค้า ไม่ดูตัวเองว่าไม่เคยให้เกียรติสามี ไม่ดูแล ฯลฯ
ด้านสามี ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาแล้ว สงสารทั้งภรรยาหลวงและภรรยาน้อย ตัดใครไม่ได้ สงสัยแต่ว่าทำไมต่างคนต่างอยู่ไม่ได้ เงินก็ให้แล้วทั้งคู่ ไหนจะลูกที่เกิดมาแล้วอีก ทำไมภรรยาหลวงไม่คิดถึงลูก คิดถึงแต่ตัวเอง ตามจิกตามทึ้งไม่เลิก ทำไมไม่คิดว่าตัวเองน่าเบื่อ ขี้บ่น ไม่เคยเอาใจ ขอแต่เงิน เราซะอีก ดีด้วยทุกอย่าง ยอมทุกอย่าง แค่อยากจะมีที่พักผ่อนหย่อนใจบ้าง แค่นี้ก็มีปัญหา....
สังเกตไหมคะ ว่า 3 คนนี้ มีปัญหาเดียวกันเลยค่ะ คือความรู้สึกว่า “ตนเองเป็นเหยื่อ”
คำว่า “เป็นเหยื่อ” คือโดนกระทำ โดนรังแก โดนเอาเปรียบ โดนทำร้ายจิตใจหรือร่างกาย พอประมวลผลแล้วว่าตนเองเป็นเหยื่อ สิ่งที่มาคู่กันคือ โกรธ เสียใจ เกลียด รู้สึกผิด หรืออารมณ์ลบใด ๆ ก็ตามที่ล้วนทำให้เกิดทุกข์ค่ะ
ภรรยามาพบกับนักบำบัด เพราะต้องการที่จะแก้ปัญหาความทุกข์ใจแสนสาหัสของตัวเอง การพบนักบำบัดเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ในเมื่อทุกข์มาก ก็ควรลดทอนความทุกข์ กำจัดความทุกข์ออกไปก่อน เพื่อให้สติมาปัญญาเกิด แล้วความสงบสุขจะตามมา จัดการตัวเองก่อนเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
คุณภรรยาเล่าว่า..
สามีมีคนอื่น แล้วเรากับลูกล่ะ ทำไมเค้าถึงทำแบบนี้ เราควรจะทำยังไงต่อ ถ้าเลิกกันแล้วจะบอกลูกว่ายังไง ลูกก็รักเค้า เค้าก็รักลูก ฉันทุกข์ใจ เสียใจ ตอนแรกก็แค่ส่งสัย จึงได้จ้างนักสืบให้คอยสะกดรอยตามสามี แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เค้ามีคนอื่นจริง ๆ ผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนของเค้า พวกเค้ารวมหัวกันหลอกฉัน ฉันอยากทำร้ายพวกเค้า ฉันโกรธ แค้นใจ กินไม่ได้ นอนไม่ได้ ใช้เวลาไปกับการส่องหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพื่อที่จะหาข้อมูล ทั้งข้อมูลปัจจุบัน ข้อมูลย้อนหลัง หาวิธีจับผิด คิดว่าถ้าจับได้ จะทำยังไง จะพูดยังไง ในเมื่อหาเองก็ไม่ทันใจ จึงจ้างนักสืบ เสียเงินเป็นแสน.. ไม่เป็นไร ถ้าฟ้องหย่า น่าจะได้เงินมากกว่านั้น นักสืบใช้เวลา 2 สัปดาห์ ตามเจอว่า คุณสามีมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งจริง ๆ พอเห็นภาพด้วย ก็ยิ่งเจ็บ แน่นอก เคียดแค้น ฯลฯ ฉันเป็นเมียและแม่ที่ดี แต่คนพวกนั้นทำร้ายฉัน...
เมื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัด นักบำบัดหรือ Life coach จะพาคุณกลับเข้าสู่ตัวเอง ตัดปัจจัยภายนอกในปัจจุบันที่ทำให้คุณทุกข์ ตัดสามีหรือคนอื่น ๆ ออกไปก่อน และร่วมกันค้นหาว่า อะไรในตัวคุณ ที่ทำให้คุณต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งจะเรียกสิ่งนี้ว่า “ปม”
ปมนั้น เกิดขึ้นเมื่อไหร่ มีใครอยู่ในสถานการณ์นั้นบ้าง เมื่อเจอแล้ว ก็จะรู้ เข้าใจตนเองและคนอื่นมากขึ้น นำไปสู่การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ
เมื่อเข้าสู่กระบวนการ จึงพบว่า ปมของคุณภรรยา เกิดขึ้นตอนยังเป็นเด็ก และอยู่กับพ่อแม่ ภาพความทรงจำคือแม่ไม่ได้ทำงาน อยู่บ้านเลี้ยงลูกและดูแลค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน ในทุกๆ เดือน พ่อจะให้เงินแม่ และแม่จะบอกว่า มันน้อยเกินไป ใช้ไม่พอ และขอเพิ่ม ลูกซึ่งเห็นเหตุการณ์ รู้สึกเห็นใจแม่ คิดว่าพ่อให้เงินแม่ไม่พอ พ่อควรให้เพิ่ม เวลาแม่ขอเพิ่ม พ่อจะหงุดหงิด แล้วก็จะทะเลาะกัน พ่อขึ้นเสียงใส่แม่ แม่ปึงปัง ร้องไห้ พ่อจะเข้าไปง้อ และให้เงิน.... เด็กน้อยเห็นแบบนี้ ชีวิตวนเวียนอยู่แบบนี้
พ่อของคุณภรรยา ก็เป็นเหมือนผู้ชายหลายคนในยุคก่อน เป็นผู้นำครอบครัว ทำงานนอกบ้านเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว เสียงดัง โวยวาย ตะโกนในบ้าน หงุดหงิด นี่คือสิ่งที่เด็กน้อยเห็น และประมวลผลว่า ผู้ชายแบบนี้ ผู้ชายที่หาเงิน ให้เงิน เสียงดัง โวยวาย นี่คือรูปแบบของคนที่เป็นสามี และพ่อของลูก
เมื่อคุณภรรยาแต่งงานกับสามีในปัจจุบัน ซึ่งเป็นคนเรียบร้อย ไม่ค่อยพูด เสียงเบา เค้าให้เงินทุกเดือน.....ซึ่งคุณภรรยานั้น เมื่อยังเป็นเด็กน้อย เค้าเคยประมวลผลไว้ว่า สามีคือคนที่ต้องเสียงดัง โวยวาย มีหน้าที่หาเงิน ให้เงิน แต่ผู้ชายที่เค้าแต่งงานด้วยไม่ได้เป็นแบบนั้น เค้าเรียบร้อยเกินไป จิตใต้สำนึกของคุณภรรยาบอกว่า นี่ไม่ใช่สามีที่ฉันต้องการ จิตใต้สำนึกที่เคยประมวลผลรูปแบบของคนเป็นสามีไว้ ไม่ยอมรับสามีในปัจจุบันคนนี้
แต่คุณภรรยา ที่ไม่ชอบพ่อที่เสียงดัง โวยวาย เค้าเลือกผู้ชายที่พูดเสียงเบา สุภาพ แต่ว่า สิ่งที่คุณภรรยาไม่รู้คือ จิตใต้สำนึก “มักจะชนะ” จิตใต้สำนึกของคุณภรรยาไม่ต้องการผู้ชายแบบนี้ และเค้าอยากได้เงินเพิ่ม เค้าควรจะได้เพิ่มขึ้นอีกเหมือนที่เค้าเห็นว่าแม่เค้าได้หลังจากการทะเลาะกัน
จิตใต้สำนึกจึงหาทางให้ทะเลาะกัน..... สามีไม่ค่อยพูด เรียบร้อย ไม่ทะเลาะด้วย ภรรยาต้องหาวิธี อ้อ ถ้าเค้ามีปัญหาเรื่องผู้หญิง ก็จะทะเลาะกัน สามีเป็นฝ่ายผิด เค้าต้องชดใช้ เพราะฉันนั้น สามีต้องไปมีผู้หญิงอื่น แล้วเมื่อฉันรู้ ฉันก็จะได้เงิน
ทำยังไงให้เค้าไปมีผู้หญิงอื่นล่ะ ... บ่นเยอะ ๆ ตำหนิบ่อย ๆ ทำยังไงก็ได้ให้เค้าเบื่อ พอเค้าไปมีคนอื่น ภรรยาจับได้ ขอเลิก สามีไม่อยากเลิกกัน จึงให้เงินเพื่อเป็นสิ่งชดเชยความผิด
******คำอธิบายเพิ่มเติม*******
ความต้องการเงินมากขึ้น ไม่ใช่สิ่งผิด มันเป็นรูปแบบซึ่งเกิดจากการประมวลผลในวัยเด็ก เมื่อประมวลแล้ว ก็ถูกฝังลงไป ซึ่งการประมวลผลในแต่ละเหตุการณ์นั้น มีทั้งทางบวกและทางลบ ซึ่งจะส่งผลกับสภาวะการณ์ของชีวิตในปัจจุบัน เช่น ถ้าประมวลผลว่าฉันเป็นคนเก่ง ก็จะโตขึ้นเป็นคนที่ทำอะไรก็สำเร็จได้ง่าย ๆ ภูมิใจในตัวเอง การประมวลผลแบบนี้ ก็จะส่งผลต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตไปเรื่อย ๆ ทำให้เติบโตขึ้น อาจจะเป็นคนที่ชอบลอง ชอบลงมือทำ เชื่อมั่นในตัวเอง
การประมวลผลนี้เกิดขึ้นเกือบจะทุกเหตุการณ์ในชีวิตนะคะ ประมวลผลเสร็จก็จะจัดอัตโนมัตเลย ว่าสิ่งนี้ คนแบบนี้ เหตุการณ์แบบนี้ ทำให้เรารู้สึกบวกหรือลบ แล้วก็ฝังลงไป กลายเป็นปมร้อยต่อกันไปเรื่อย ๆ ถ้าสามารถแกะหรือเลาะปมนึงได้ ปมแบบเดียวกันก็จะหลุดออกหมด เหมือนสร้อยไข่มุกขาดเลยนะคะ ซึ่งการแกะหรือเลาะปมนี่ นักบำบัดสามารถช่วยได้ค่ะ
**********************
กลับมาที่เรื่องของคุณภรรยา
จิตใต้สำนึกของเค้าประมวลผลรูปแบบของคนเป็นสามีไว้ว่าเป็นผู้ชายที่โวยวาย หาเงิน ให้เงินเพิ่มเรื่อย แต่สามีของเค้า เป็นคนที่พูดเบา เรียบร้อย ซึ่งไม่ใช่คนที่เค้าต้องการ
การที่คุณภรรยามาพบนักบำบัด จะทำให้ตัวเค้า ค้นพบปมเดิมของเค้าด้วยตัวเอง ย้ำนะคะ ว่าเป็นการค้นเจอด้วยตัวเอง นักบำบัดเป็นเพียงผู้ชี้ทางว่า ทำยังไง ถึงจะเจอปมนั้นและประมวลผลใหม่ในทางที่เป็นผลดีกับคุณภรรยา แล้วคุณภรรยาจะย้ายตัวเองจากฝั่งที่เป็นเหยื่อ กลายไปเป็นผู้ที่ได้เลือกหรือผู้กระทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น (เพื่อที่เค้าจะได้ในสิ่งที่เค้าต้องการ คือ ได้เงิน และได้เลิกกับคนที่ไม่ใช่สามีในอุดมคติ)
สิ่งที่ตามมาคือ เมื่อคนเรารู้แล้วว่าเราไม่ใช่เหยื่อ แต่เราเป็นผู้เลือก คนอื่น ๆ ต่างหาก ล้วนเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เราสมหวัง ... ความโกรธแค้นก็หายไป
“น่าเห็นใจสามีและภรรยาน้อยจริง ๆ” ภรรยาหลวงได้กล่าวไว้หลังจากที่การบำบัดจบลง
ภรรยาหลวงหมดทุกข์ในทันใด เข้าใจตนเองอย่างลึกซึ้ง เกิดความเห็นใจสามีและภรรยาน้อย เลิกเคียดแค้น และต้องการหย่าโดยสงบ กลับบ้านไปด้วยความสงบเย็น เลิกตามติดเฟสบุคของภรรยาน้อย คุยกับสามีด้วยสติ สามียอมหย่า ภรรยาหลวงให้ทนายเป็นผู้ดำเนินการในด้านทรัพย์สินและค่าเลี้ยงดู ทุกอย่างจบลงด้วยดี เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันค่ะ

ใครคิดเห็นยังไงกับการจบเรื่องอย่างสงบสุขแบบนี้ แชร์กันได้นะคะ

(สามารถอ่านเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ในเพจ universeoflifes)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่