ในเมื่อชีวิตของฉัน หลังจากได้เจอกับสามี หลังจากที่เขาฉุดลากออกจาก คนนรกล้านคาราโอเกะ ที่ถูกทางครอบครัว บีบคั้น จนต้องไปทำงาน ร้านดังกล่าวตอนอายุ 22 ปี
แรกๆเขาก็รักฉันดี และ ดูแลฉันเป็นอย่างดี แต่ผ่านไปสัก 2 เดือน พี่สาวของเขาก็ ข่มเหงหัวจิตใจฉัน เขาไม่รู้หรอก ว่าฉันมาจากร้านคาราโอเกะ เพราะสามีไม่ได้บอก เขาบอกแค่ว่า ฉัน มาจากโรงงาน
แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้ชอบฉันอยู่ดี เหตุผลเพราะ เขาเคยได้ผลประโยชน์จากสามีฉัน ด้วยที่ว่า รถพี่เขาขับอยู่ทุกวัน ก็เป็น เงินของสามีฉันช่วยออก มอไซค์ที่เขาขี่ไปทำงานทุกวัน ก็เป็นของสามีฉันที่หาเงินมาซื้อสด
แต่เขายึดทุกอย่างเป็นของเขารวมถึงเงินเดือนที่ต้องส่งให้แม่ทุกเดือนทุกเดือนเขาก็เอาไปยึดไว้เองแล้วบอกแม่ว่า เขาเป็นคนส่งเอง พอมีฉันเข้ามา เขาจึงเกลียดฉัน โดยไม่ต้องหาเหตุผล
มันทำให้ชีวิตฉันตอนนั้นเหมือนหนีเสือปะจระเข้ หนีออกจากร้านคาราโอเกะที่มีแต่ผู้ชายมาลวนลาม ไม่เว้นแต่ละวัน ก็มาเจอ พี่สาวเห็นแก่ได้ของสามี
ฉันเองคิดว่าสามีของฉัน รักฉัน และหลายๆเรื่อง เขาจะมักเข้าข้างฉัน ฉันจึงมั่นใจในสามี ฉันคิดว่า เงินที่เขาให้พี่สาวไม่ว่าจะเป็น ของข้า งวดรถด้วยหรือ ออกมอเตอร์ไซค์ให้พี่สาวขี่ หรือเงินที่ให้ส่งให้แม่เป็นประจำ มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่ฉันจะมาอยู่กับเขาฉันเองปล่อยให้มันเป็นไปโดยไม่ยึดติดกับอะไรทั้งสิ้น
ฉันปล่อยวางทุกอย่างเพราะสามีฉันเป็นคนดีมาก จนกระทั่งถึงวันมาขอฉันแต่งงาน เวลานั้นฉันตั้งท้องได้ประมาณ 4 เดือน
แม่ของ สามี ฉันแม้แต่จะชายตามา มองเขายังไม่มอง เพราะพี่สาวของสามีไปบอกเรื่องเพชรแก่เขารวมถึงเรื่องที่บอกว่า ฉัน ไม่ทำงานทำการ
ตอนนั้นฉันไม่ได้ทำงานจริงๆฉันแพ้ท้องมากอ้วกทั้งวันเดินแทบไม่ไหวกินของเปรี้ยวและเกลือจนแทบจะเป็นไต กินข้าวก็ไม่ได้ เขาก็เคยท้องและเคยแพ้ท้องแต่เขาไม่เข้าใจฉัน
คำพูดของแม่สามีบอกว่า แพ้ท้องไม่ได้ป่วยนิ แล้วเขาก็ยืนการบอกว่า จะไม่ลงไปขอเพราะไม่รู้จักหัวนอนปลาย ตีน มันทำให้เราเสียใจมากแต่ สามีของเราก็เล้าโลมให้แม่ลงไปขอให้ เพื่อไม่ให้มันน่าเกลียด
สุดท้ายแม่สามีก็ลงไป ขอฉัน เงิน 30,000 บาทที่เขาไปขอฉันในสมัยนั้นพ่อและแม่ของฉันคิดว่ามันน้อยนิดมากจึงไม่ชอบสามีฉันตั้งแต่แรกเงิน 30,000 ที่ว่าคือเงินของสามีฉันแต่เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวอะไรกับแม่เขาเลย
และก่อนจะกลับเขายังฝากถึง ฉันด้วยคำพูดที่เจ็บแสบโดยการด่าสามีฉันต่อหน้าฉันว่าให้หลงจุดๆๆไปเถอะจนลืมแม่
ฉันทั้งโกรธทั้งเกลียด แม่สามีและพี่สาวของสามีเป็นอย่างมากมันทำให้ฉันมีเรื่องระหองระแหงกับเขามาตลอด สักพัก ใหญ่
พ่อเห็นว่าเขากลับมาอยู่กับฉันแล้วไม่มีการมีงานทำ ท่านจึง สละโรง สีให้สามีของฉันเป็นคนสีข้าว เพื่อเลี้ยงดูทั้งครอบครัว
และฝันร้ายที่ฉันต้องดิ้นรนหนีมาทั้งชีวิตก็มาเจอกับฉันอีกครั้ง นั่นคือคำยุยงของผู้เป็นแม่ ของฉันเอง กับพี่ชาย ที่ตอนเด็กๆเขาลวนลามและ ตบตีฉัน หมายเหตุลวนลามในที่นี้ยังไม่ถึงกับข่มขืนแค่จับนมและหอมแก้ม และหึงหวง เวลามีผู้ชายหนุ่มๆมากคุยกับฉัน
มันคือความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตที่ฉันต้องเผชิญแม่ยุแยงพ่อบอกว่าสามีของฉันสีข้าวแล้วส่งเงินกลับไปบ้านให้แม่ทั้งที่เขาไม่ได้ทำเลยส่วนพี่ชายก็อิจฉาที่พ่อสละลงสีให้ จึง ถูกด่าฉันแต่ไม่ถึงกับปี
มันทำให้ชีวิตครอบครัวของเราช่วงนั้นคลอนแคลนเป็นอย่างมากมีพ่อคนเดียวที่เข้าใจหมายเหตุเราไม่บอกพ่อเรื่องมันลวนลามเราหรอกเพราะแม่ขอไว้ว่าหากบอกพ่อพ่อจะฆ่าพี่ชายแล้ว เราจะต้องอยู่คนเดียวตอนนั้นเราไว้แค่ 10 กว่าจึงกลัวจอบจนเท่าทุกวันนี้
พ่อท่านเห็นแก่ หน้าเราจึงบอกให้สามีเราเลิกทำให้ไปทำโรงน้ำแข็งแทนเขาก็ทำตามทุกอย่างเพราะเขาคงรักเขามากแหละตอนนั้น
เขาทิ้งให้เราอยู่บ้าน ร่วมกับพี่ชายสารเลวและแม่ที่คอยโลภเอาเงินเอาทองของเราท้องเราโตขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เขาส่งเงินมาจากโรงน้ำแข็งแม่ของเราจะยึดไว้หมด เวลา ขอเงินมากินของอร่อยๆบ้าง
เขาจะบอกไม่มีหมดแล้ว ตอนนั้นเราไม่คิดอะไรมาก เราคิดว่า แม่คงรักพี่ชายจนเอาเงินเราไปปนเปื้อนมัน
วันนั้นสามีเรา ช็อตเงิน เขาโดนโรงน้ำแข็ง โกงเงิน ไม่มีเงินสักบาท ติดรถกับคนรู้จักมาบ้านแล้วเขาก็โทรเอาเงินจากแม่เขาไปทำงานต่อที่กรุงเทพฯ เดือนนั้นทั้งเดือนเราไม่มีเงินสักบาท
เราจึงบากหน้าไปขอ พ่อที่กำลังสีข้าวอยู่ในโรงสี เราขอท่าน 50 บาทเพื่อซื้อสบู่ กับกินก๋วยเตี๋ยว 10 บาทท่านบอกท่านให้แม่หมดแล้ว บอกให้เราไปขอแม่
เราจึงเดินไปขอแม่ที่อยู่อีกที่นึง แม่กำเงินแบงค์พันแบงค์ร้อยเต็มกำและแบงค์ 20 อีกจำนวนหนึ่งเราจึงขอขอตังค์หน่อย ไปกินก๋วยเตี๋ยวและซื้อสบู่
คำตอบของแม่คือ แจกอะไรนักหนา ผัวก็ไม่ส่งเงิน แล้วก็รวบรวมเงินเดือนหนีจากไป
จังหวะนั้นเรานั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น ร้องไปท้องเราก็แข็งไป จนเราคิดว่าร้องต่อไป ลูกคงคลอดก่อนกำหนดแน่ เราจึงหยุดร้องและไปกิน หอยต้ม กับแจ่ว ที่เหลือจากเมื่อวาน
คุณลองคิดดู เราเตรียมเข้าสวย เพื่อจะเอามาบี้กับน้ำก๋วยเตี๋ยวกินเพื่อจะให้เงิน 50 บาทได้นานที่สุดเรามีลูกเราก็เห็นอยากกินนั่นแหละอยากกินนี่เป็นเรื่องธรรมดาของคนท้อง
แต่สิ่งที่แม่พูดคือ ทำลายน้ำใจเรามากทีเงินที่สามีเราส่ง 5,000 บาททุกๆเดือนในสมัยนั้นเอาไปไหนหมดเราเพิ่งรู้ทีหลังว่าท่านเอาไปเล่นการพนันหมด
แต่พอพี่ชายเรามาจากไหนก็ไม่รู้โวยวายโวยวายมาบอกหิวข้าว เขาบอกว่า เขาซื้อ ตับไก่ย่างวางไว้ที่แคร่ไปกินได้เลย
จริงๆเราเห็นอยู่นะว่าเป็นตับไก่ย่างแต่เราไม่กล้ากิน เพราะกลัว ว่ามันไม่ใช่ของเรา
มันทำให้เราร้องไห้ยิ่งกว่าเดิมอีก ร้องและโทรไปบอกสามีสามีจึงยืมเถ้าแก่ส่งมาให้เราพันนึงเพื่อประทังชีวิต
นั่นคือความใจดำของแม่เราและพี่ชายที่เป็นไบโพล่า โรคจิตทำให้เราต้องไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะ ก่อนหน้านี้
ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปด้วยความของสิ่งและเซฟโซนเดียวของเรารองจากพ่อคือสามีของเรา
เราก็อยู่กันมาด้วยความรักและเห็นอกเห็นใจกัน จนเข้าปีพ.ศ 2568 ที่ผ่านมา เมื่อเดือนสิงหาคม พ่อเราเกิดอาการ เส้นเลือดแตกในสมองฉับพลันและท่านจากไปโดยไม่ได้ร่ำลา
เวลานั้น กลับมาบ้าน เมื่อดูแล แม่พี่เป็น โรคไตต้องฟอกไตเป็นประจำ จึงต้องกลับมาดูแลทั้งที่ตอนนั้นสามีของฉัน มีงานทำที่ฉะเชิงเทรา ดีแล้วเงินเดือนตั้ง 15,000 บาท
แต่พ่อ ก็ขยันขยอให้ลงมาดูแลแม่ พ่อจะยกบ้านให้ ตัวเราเองสงสารพ่อที่ต้องแบกรับภาระทั้งสีข้าวทั้งดูแลแม่ที่ป่วย จึงกลับมา พร้อมกับสามีแต่สามีก็ไม่อยากกลับหรอกเพราะเขาเห็นกำพืดของแม่แล้วไม่อยากมา
ตัวเราเองก็ไม่บังคับให้สามีมา หรอกเพราะเรากลัวว่าสามีจะเจ็บปวดอีกครั้ง แต่เรามาอยู่ นาน เกินไปทำให้สามีคิดถึงเขาจึงตามลงมาโดยลาออกจากงาน
การกระทำของเขาในเวลานั้นมันช่างเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสละเงินเดือน 15,000 บาทสละที่จะไม่ไปอยู่กับแม่อีกจังหวัดหนึ่งซึ่งแม่ของเขาก็แก่พอกัน
มันทำให้เราซาบซึ้งจนว่างอยากหนี ไปจากเขาเลย แต่พอมาอยู่ ก็เป็นเหมือนเดิม
แม่เราคงเห็นทั้งเราและเขาใส่ร้ายป้ายสี จะตายวันตายพรุ่งปากก็พูดว่าเราและสามีไม่ดี แต่พ่อของเราเป็นคนเที่ยงธรรมท่านจึงหางานในเทศบาลแถวนั้นให้สามีเราทำ
สามีเราไปสอบเป็นนักดับเพลิงได้สำเร็จและมีงานทำได้เงินเดือนเวลานั้น 7,000 บาท
ส่วนแม่ของเราก็หาเรื่องหาราวให้เราไม่เว้นแต่ละวันทั้งที่เราเป็นคนปรนนิบัติพัดวีไม่ว่าจะเป็นดูแลเรื่องอาหารการกินพาเข้าห้องน้ำ
หรือแม้กระทั่ง เปลี่ยนน้ำออกจากไตให้ ก็เป็นหน้าที่เราทั้งหมด พี่ชายคนที่ทำร้ายเรา ไปเกาหลีช่วงนั้นเฟื่องฟูสุดๆ
แน่นอนฟอกไตอยู่ในห้องปลอดเชื้อโดยที่เราเป็นคนเปลี่ยนน้ำเข้าออกให้ ปากก็พูดว่า ให้พี่ชายกลับมากูจะยกให้เขาหมดเลยเราก็ไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไร เพราะพอได้มอบที่นาที่ควรจะเป็นของเราให้เราแล้ว
เราจึงทำตามหน้าที่ของความเป็นลูกไปอย่างนั้นจริงๆแม่เรามีลูก 6 คนแต่ไม่มีเอาใครเอาสักคน มีเราคนเดียวที่รับภาระเลี้ยงดู
เรามีลูกด้วยกัน 2 คนกับสามี สามีของเรายังเป็นคนดีอยู่นะในเวลานั้น จนกระทั่งพ่อเสียชีวิต กะทันหัน ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนแห้งๆ ทันที
เมื่อไม่มีร่มโพธิ์ร่มไทรที่ฉันอาศัยมาตั้งแต่เด็กๆ ก็เหมือนสามีฉันไม่มีความเกรงใจฉันเลยนึกอยากทำอะไรก็ทำ ทั้งไม่เอาใจใส่ขี้เกียจตัวเป็นคนกินเยอะจนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นกว่า 135 กิโลกรัมตามมาด้วยความดันและอารมณ์ฉุนเฉียว สูบบุหรี่บนที่นอนจนลูกชายไอเรื้อรัง บอกให้ไปเก็บฟืนเที่ยวประหยัด ค่าแก๊สค่าถ่าน ก็ไม่ไป
บอกให้ขุดดินทำแปลงผักให้หน่อยก็ไม่ทำร่างกายแข็งแรงอย่างกับวัวอย่างกับควายให้ทำอะไรก็ไม่ทำ ซ่อมเครื่องซักผ้าซ่อมแล้วซ่อมอีกเสียเงิน ทีละ 800 900 บาท เราบอกว่า ให้ย้ายเข้าร่มให้หน่อยเพราะฝนตกใส่มันจะพัง ก็ไม่ทำ ให้เหตุผลว่าก็ก๊อกน้ำมันอยู่ตรงนั้น
เหตุผลที่เราไม่ทำเองทั้งเรื่องขุดแปลงผักหรือเก็บคืนช่วงนั้นเราปวดหลังเพราะช่วยงานศพของพ่อยกกะละมังขึ้นผิดพลาดทำให้ปวดหลัง
นึกอยากกู้หนี้ยืมสินก็กู้ ไม่ยอมหาเพิ่มเติม เหมือนตอนที่พ่ออยู่ ตอนนี้เราเป็นหนี้อยู่ 8 แสนบาทคุณคิดดูเราจะเอาปัญญาที่ไหนมาจ่ายเรา
ก่อนหน้านั้นเขาก็ยืมแต่ไม่มากมายขนาดนี้ ทำให้เรา ต้องไปทำงานที่อ่อนนุชกรุงเทพฯจนไปเจอคนที่มองเห็นค่าในตัวเรา
สภาพที่เราไปสมัครงาน ที่อ่อนนุช เป็นโรงงานเสื้อผ้าคนนี้ เราคิดถึงพ่อเราจึงใส่รองเท้าแตะที่ไม่มีดอกยางของพ่อไปสมัยงาน ด้วยความเชื่อแน่ๆว่าเราต้องได้งานพอๆต้องช่วยเรา กับเชื่อรัก โลก สีฟ้าคอวี ที่สมัย นี้ เขาไม่ใส่กันแล้ว ไปสมัครงาน
เมื่อสัมภาษณ์เสร็จ เราเดิน มารอ พี่สาวสามีคนที่ 2 ที่โรงอาหาร ด้วยความไม่รู้ว่าโรงอาหารอยู่ที่ไหนเราจึงยืนงงงวยมองซ้ายมองขวาหาพี่สาวสามีสักพัก
มีเด็กหนุ่มผู้ชายไว 23 ปีเนี่ยแหละหาก เดาไม่ผิดเพราะหน้าตาเขาประมาณนั้น ตอนนั้นฉันอายุ 34 ปี เขามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าฉันก็รู้ตัวดีว่าฉันมาจากบ้านนอกคอกนาเนื้อตัวมอมแมมไม่ขาวสะอาดเหมือนเขา
ฉันคิดในใจว่ายังไงเขาก็มองเหยียบฉันอย่างแน่นอนแต่เวลาผ่านไป 3 อาทิตย์เขาก็มองอยู่อย่างนั้นแล้วก็ก้มกินข้าวมองอยู่อย่างนั้นแล้วก็คงกินข้าวเป็นเวลา 3 อาทิตย์ ฉันเพิ่งรู้ว่าเขาอยู่ชั้นบนเหมือนกันกับฉันเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยมองเขาแบบดีเลยนอกจาก การที่เขามองเห็น
ทำให้ฉันแน่ใจมากขึ้นว่าเขาสนใจฉัน เพราะเขามองฉัน โดยที่มือกับเท้าเข็นได้ไปส่งที่แผน เย็บ ชันจึงหันไปถามเพื่อนร่วมงานที่อยู่มาก่อนหน้านี้ว่าไอ้เด็กนั่น มันทำงานแผนกไหน แต่คำตอบพี่ได้เพื่อนดูถูกฉันว่า
อย่าสะเออะไปมองเครื่องบินหน่อยเลย ดูด้วย เหมือนหมา มันพูดแบบนี้จริงๆนะ ฉันอัดเสียงไม่ทัน มันบอกว่ามันเคย หาผู้หญิงสวยๆ ให้ไอ้เด็กนั่นแต่ไอ้เด็กนั่นบอกว่ามันมีเมียแล้วพูดอย่างไม่เสีย แต่กับเรามันทำไมถึงมอง แบบนั้นก็ไม่รู้
ทำให้ใจหนึ่งเราก็คิดว่ามันหวังฟันเล่นๆหรือเปล่าวะว่านอกคอก นา หลอกลวงต้มตุ๋นเราไปฟันหรือเปล่า
เพราะมองจากสายตา และท่าทางของมันช่างแตกต่างจากคำพูดของเพื่อนคนนั้นเหลือเกิน ใจหนึ่งเราก็คิดว่ามันมองเราแบบนี้เพราะว่าเราเป็นคนพิเศษหรือเปล่า
แต่เราก็คิดว่ามันจะชอบเรา 50 50 เราไม่กล้าเปิดใจมาก เพราะเราได้ตั้งปณิธานเอาไว้แล้วว่าเราเบื่อผู้ชายเราจะไม่มีสามีใหม่ตลอดชีวิตหากเราเลือกเรากับสามีคนปัจจุบันแล้วก็ตามด้วยวัยและ ภาระลูกๆเราจึงไม่คิดเรื่องนี้เลย
แล้ววันที่เราได้รู้มากขึ้นก็คือวันที่เราตรวจสุขภาพที่โรงงาน คนเคยได้ยินวลีที่ว่า โลกหยุดหมุนหรือเปล่ากำแพงที่ฉันเคยตั้งเอาไว้สูงลิ่วได้พังลงทีละเล็กทีละน้อยในวันนั้น
การสบตาครั้งนั้นมันเป็นการสบตาที่ยาวนานที่สุดประมาณ 1 นาที หลังจากที่เขาเที่ยวมองเที่ยวสบตาและหลวงตาอยู่เป็นเวลา 3 เดือน
วันนั้นฉันจึงมั่นใจแน่ๆว่า เขาต้องมีใจหรือชอบฉันประมาณ 70% เลย
มันทำให้ฉันทั้งใจฟู และมีความสุขในเวลาเดียวกันฉันถามกับตัวเองว่าฉันมีคุณค่าขนาดนี้เลยฉันมาจากบ้านนอกจนดูถูกจากเพื่อนที่ทำงาน
ขาดความเอาใจใส่จากสามี แต่ ทำไมเขาถึงเห็นค่าฉันเพียงคนเดียว มันทำให้ฉันละลายไปกับความสุขชั่วครู่หนึ่งหมายเหตุนะคะเด็กผู้ชายคนนั้นหล่อโคตรๆโคตรๆๆ
เราคิดว่ามันไม่น่าจะจบหรอก เพราะตัวอักษรที่ฉันจะพิมพ์มันหมดแล้วค่ะ
หากคุณพึ่งรู้ว่าคนมีค่าแค่ไหน คุณจะทำอย่างไร ฉันคิดว่า สิ่งที่ถูกต้องคือ ที่ไหนแล้วสุขใจมากกว่า คุณว่าจริงไหม ?
แรกๆเขาก็รักฉันดี และ ดูแลฉันเป็นอย่างดี แต่ผ่านไปสัก 2 เดือน พี่สาวของเขาก็ ข่มเหงหัวจิตใจฉัน เขาไม่รู้หรอก ว่าฉันมาจากร้านคาราโอเกะ เพราะสามีไม่ได้บอก เขาบอกแค่ว่า ฉัน มาจากโรงงาน
แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้ชอบฉันอยู่ดี เหตุผลเพราะ เขาเคยได้ผลประโยชน์จากสามีฉัน ด้วยที่ว่า รถพี่เขาขับอยู่ทุกวัน ก็เป็น เงินของสามีฉันช่วยออก มอไซค์ที่เขาขี่ไปทำงานทุกวัน ก็เป็นของสามีฉันที่หาเงินมาซื้อสด
แต่เขายึดทุกอย่างเป็นของเขารวมถึงเงินเดือนที่ต้องส่งให้แม่ทุกเดือนทุกเดือนเขาก็เอาไปยึดไว้เองแล้วบอกแม่ว่า เขาเป็นคนส่งเอง พอมีฉันเข้ามา เขาจึงเกลียดฉัน โดยไม่ต้องหาเหตุผล
มันทำให้ชีวิตฉันตอนนั้นเหมือนหนีเสือปะจระเข้ หนีออกจากร้านคาราโอเกะที่มีแต่ผู้ชายมาลวนลาม ไม่เว้นแต่ละวัน ก็มาเจอ พี่สาวเห็นแก่ได้ของสามี
ฉันเองคิดว่าสามีของฉัน รักฉัน และหลายๆเรื่อง เขาจะมักเข้าข้างฉัน ฉันจึงมั่นใจในสามี ฉันคิดว่า เงินที่เขาให้พี่สาวไม่ว่าจะเป็น ของข้า งวดรถด้วยหรือ ออกมอเตอร์ไซค์ให้พี่สาวขี่ หรือเงินที่ให้ส่งให้แม่เป็นประจำ มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่ฉันจะมาอยู่กับเขาฉันเองปล่อยให้มันเป็นไปโดยไม่ยึดติดกับอะไรทั้งสิ้น
ฉันปล่อยวางทุกอย่างเพราะสามีฉันเป็นคนดีมาก จนกระทั่งถึงวันมาขอฉันแต่งงาน เวลานั้นฉันตั้งท้องได้ประมาณ 4 เดือน
แม่ของ สามี ฉันแม้แต่จะชายตามา มองเขายังไม่มอง เพราะพี่สาวของสามีไปบอกเรื่องเพชรแก่เขารวมถึงเรื่องที่บอกว่า ฉัน ไม่ทำงานทำการ
ตอนนั้นฉันไม่ได้ทำงานจริงๆฉันแพ้ท้องมากอ้วกทั้งวันเดินแทบไม่ไหวกินของเปรี้ยวและเกลือจนแทบจะเป็นไต กินข้าวก็ไม่ได้ เขาก็เคยท้องและเคยแพ้ท้องแต่เขาไม่เข้าใจฉัน
คำพูดของแม่สามีบอกว่า แพ้ท้องไม่ได้ป่วยนิ แล้วเขาก็ยืนการบอกว่า จะไม่ลงไปขอเพราะไม่รู้จักหัวนอนปลาย ตีน มันทำให้เราเสียใจมากแต่ สามีของเราก็เล้าโลมให้แม่ลงไปขอให้ เพื่อไม่ให้มันน่าเกลียด
สุดท้ายแม่สามีก็ลงไป ขอฉัน เงิน 30,000 บาทที่เขาไปขอฉันในสมัยนั้นพ่อและแม่ของฉันคิดว่ามันน้อยนิดมากจึงไม่ชอบสามีฉันตั้งแต่แรกเงิน 30,000 ที่ว่าคือเงินของสามีฉันแต่เพียงผู้เดียว ไม่เกี่ยวอะไรกับแม่เขาเลย
และก่อนจะกลับเขายังฝากถึง ฉันด้วยคำพูดที่เจ็บแสบโดยการด่าสามีฉันต่อหน้าฉันว่าให้หลงจุดๆๆไปเถอะจนลืมแม่
ฉันทั้งโกรธทั้งเกลียด แม่สามีและพี่สาวของสามีเป็นอย่างมากมันทำให้ฉันมีเรื่องระหองระแหงกับเขามาตลอด สักพัก ใหญ่
พ่อเห็นว่าเขากลับมาอยู่กับฉันแล้วไม่มีการมีงานทำ ท่านจึง สละโรง สีให้สามีของฉันเป็นคนสีข้าว เพื่อเลี้ยงดูทั้งครอบครัว
และฝันร้ายที่ฉันต้องดิ้นรนหนีมาทั้งชีวิตก็มาเจอกับฉันอีกครั้ง นั่นคือคำยุยงของผู้เป็นแม่ ของฉันเอง กับพี่ชาย ที่ตอนเด็กๆเขาลวนลามและ ตบตีฉัน หมายเหตุลวนลามในที่นี้ยังไม่ถึงกับข่มขืนแค่จับนมและหอมแก้ม และหึงหวง เวลามีผู้ชายหนุ่มๆมากคุยกับฉัน
มันคือความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตที่ฉันต้องเผชิญแม่ยุแยงพ่อบอกว่าสามีของฉันสีข้าวแล้วส่งเงินกลับไปบ้านให้แม่ทั้งที่เขาไม่ได้ทำเลยส่วนพี่ชายก็อิจฉาที่พ่อสละลงสีให้ จึง ถูกด่าฉันแต่ไม่ถึงกับปี
มันทำให้ชีวิตครอบครัวของเราช่วงนั้นคลอนแคลนเป็นอย่างมากมีพ่อคนเดียวที่เข้าใจหมายเหตุเราไม่บอกพ่อเรื่องมันลวนลามเราหรอกเพราะแม่ขอไว้ว่าหากบอกพ่อพ่อจะฆ่าพี่ชายแล้ว เราจะต้องอยู่คนเดียวตอนนั้นเราไว้แค่ 10 กว่าจึงกลัวจอบจนเท่าทุกวันนี้
พ่อท่านเห็นแก่ หน้าเราจึงบอกให้สามีเราเลิกทำให้ไปทำโรงน้ำแข็งแทนเขาก็ทำตามทุกอย่างเพราะเขาคงรักเขามากแหละตอนนั้น
เขาทิ้งให้เราอยู่บ้าน ร่วมกับพี่ชายสารเลวและแม่ที่คอยโลภเอาเงินเอาทองของเราท้องเราโตขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เขาส่งเงินมาจากโรงน้ำแข็งแม่ของเราจะยึดไว้หมด เวลา ขอเงินมากินของอร่อยๆบ้าง
เขาจะบอกไม่มีหมดแล้ว ตอนนั้นเราไม่คิดอะไรมาก เราคิดว่า แม่คงรักพี่ชายจนเอาเงินเราไปปนเปื้อนมัน
วันนั้นสามีเรา ช็อตเงิน เขาโดนโรงน้ำแข็ง โกงเงิน ไม่มีเงินสักบาท ติดรถกับคนรู้จักมาบ้านแล้วเขาก็โทรเอาเงินจากแม่เขาไปทำงานต่อที่กรุงเทพฯ เดือนนั้นทั้งเดือนเราไม่มีเงินสักบาท
เราจึงบากหน้าไปขอ พ่อที่กำลังสีข้าวอยู่ในโรงสี เราขอท่าน 50 บาทเพื่อซื้อสบู่ กับกินก๋วยเตี๋ยว 10 บาทท่านบอกท่านให้แม่หมดแล้ว บอกให้เราไปขอแม่
เราจึงเดินไปขอแม่ที่อยู่อีกที่นึง แม่กำเงินแบงค์พันแบงค์ร้อยเต็มกำและแบงค์ 20 อีกจำนวนหนึ่งเราจึงขอขอตังค์หน่อย ไปกินก๋วยเตี๋ยวและซื้อสบู่
คำตอบของแม่คือ แจกอะไรนักหนา ผัวก็ไม่ส่งเงิน แล้วก็รวบรวมเงินเดือนหนีจากไป
จังหวะนั้นเรานั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น ร้องไปท้องเราก็แข็งไป จนเราคิดว่าร้องต่อไป ลูกคงคลอดก่อนกำหนดแน่ เราจึงหยุดร้องและไปกิน หอยต้ม กับแจ่ว ที่เหลือจากเมื่อวาน
คุณลองคิดดู เราเตรียมเข้าสวย เพื่อจะเอามาบี้กับน้ำก๋วยเตี๋ยวกินเพื่อจะให้เงิน 50 บาทได้นานที่สุดเรามีลูกเราก็เห็นอยากกินนั่นแหละอยากกินนี่เป็นเรื่องธรรมดาของคนท้อง
แต่สิ่งที่แม่พูดคือ ทำลายน้ำใจเรามากทีเงินที่สามีเราส่ง 5,000 บาททุกๆเดือนในสมัยนั้นเอาไปไหนหมดเราเพิ่งรู้ทีหลังว่าท่านเอาไปเล่นการพนันหมด
แต่พอพี่ชายเรามาจากไหนก็ไม่รู้โวยวายโวยวายมาบอกหิวข้าว เขาบอกว่า เขาซื้อ ตับไก่ย่างวางไว้ที่แคร่ไปกินได้เลย
จริงๆเราเห็นอยู่นะว่าเป็นตับไก่ย่างแต่เราไม่กล้ากิน เพราะกลัว ว่ามันไม่ใช่ของเรา
มันทำให้เราร้องไห้ยิ่งกว่าเดิมอีก ร้องและโทรไปบอกสามีสามีจึงยืมเถ้าแก่ส่งมาให้เราพันนึงเพื่อประทังชีวิต
นั่นคือความใจดำของแม่เราและพี่ชายที่เป็นไบโพล่า โรคจิตทำให้เราต้องไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะ ก่อนหน้านี้
ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปด้วยความของสิ่งและเซฟโซนเดียวของเรารองจากพ่อคือสามีของเรา
เราก็อยู่กันมาด้วยความรักและเห็นอกเห็นใจกัน จนเข้าปีพ.ศ 2568 ที่ผ่านมา เมื่อเดือนสิงหาคม พ่อเราเกิดอาการ เส้นเลือดแตกในสมองฉับพลันและท่านจากไปโดยไม่ได้ร่ำลา
เวลานั้น กลับมาบ้าน เมื่อดูแล แม่พี่เป็น โรคไตต้องฟอกไตเป็นประจำ จึงต้องกลับมาดูแลทั้งที่ตอนนั้นสามีของฉัน มีงานทำที่ฉะเชิงเทรา ดีแล้วเงินเดือนตั้ง 15,000 บาท
แต่พ่อ ก็ขยันขยอให้ลงมาดูแลแม่ พ่อจะยกบ้านให้ ตัวเราเองสงสารพ่อที่ต้องแบกรับภาระทั้งสีข้าวทั้งดูแลแม่ที่ป่วย จึงกลับมา พร้อมกับสามีแต่สามีก็ไม่อยากกลับหรอกเพราะเขาเห็นกำพืดของแม่แล้วไม่อยากมา
ตัวเราเองก็ไม่บังคับให้สามีมา หรอกเพราะเรากลัวว่าสามีจะเจ็บปวดอีกครั้ง แต่เรามาอยู่ นาน เกินไปทำให้สามีคิดถึงเขาจึงตามลงมาโดยลาออกจากงาน
การกระทำของเขาในเวลานั้นมันช่างเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสละเงินเดือน 15,000 บาทสละที่จะไม่ไปอยู่กับแม่อีกจังหวัดหนึ่งซึ่งแม่ของเขาก็แก่พอกัน
มันทำให้เราซาบซึ้งจนว่างอยากหนี ไปจากเขาเลย แต่พอมาอยู่ ก็เป็นเหมือนเดิม
แม่เราคงเห็นทั้งเราและเขาใส่ร้ายป้ายสี จะตายวันตายพรุ่งปากก็พูดว่าเราและสามีไม่ดี แต่พ่อของเราเป็นคนเที่ยงธรรมท่านจึงหางานในเทศบาลแถวนั้นให้สามีเราทำ
สามีเราไปสอบเป็นนักดับเพลิงได้สำเร็จและมีงานทำได้เงินเดือนเวลานั้น 7,000 บาท
ส่วนแม่ของเราก็หาเรื่องหาราวให้เราไม่เว้นแต่ละวันทั้งที่เราเป็นคนปรนนิบัติพัดวีไม่ว่าจะเป็นดูแลเรื่องอาหารการกินพาเข้าห้องน้ำ
หรือแม้กระทั่ง เปลี่ยนน้ำออกจากไตให้ ก็เป็นหน้าที่เราทั้งหมด พี่ชายคนที่ทำร้ายเรา ไปเกาหลีช่วงนั้นเฟื่องฟูสุดๆ
แน่นอนฟอกไตอยู่ในห้องปลอดเชื้อโดยที่เราเป็นคนเปลี่ยนน้ำเข้าออกให้ ปากก็พูดว่า ให้พี่ชายกลับมากูจะยกให้เขาหมดเลยเราก็ไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไร เพราะพอได้มอบที่นาที่ควรจะเป็นของเราให้เราแล้ว
เราจึงทำตามหน้าที่ของความเป็นลูกไปอย่างนั้นจริงๆแม่เรามีลูก 6 คนแต่ไม่มีเอาใครเอาสักคน มีเราคนเดียวที่รับภาระเลี้ยงดู
เรามีลูกด้วยกัน 2 คนกับสามี สามีของเรายังเป็นคนดีอยู่นะในเวลานั้น จนกระทั่งพ่อเสียชีวิต กะทันหัน ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนแห้งๆ ทันที
เมื่อไม่มีร่มโพธิ์ร่มไทรที่ฉันอาศัยมาตั้งแต่เด็กๆ ก็เหมือนสามีฉันไม่มีความเกรงใจฉันเลยนึกอยากทำอะไรก็ทำ ทั้งไม่เอาใจใส่ขี้เกียจตัวเป็นคนกินเยอะจนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นกว่า 135 กิโลกรัมตามมาด้วยความดันและอารมณ์ฉุนเฉียว สูบบุหรี่บนที่นอนจนลูกชายไอเรื้อรัง บอกให้ไปเก็บฟืนเที่ยวประหยัด ค่าแก๊สค่าถ่าน ก็ไม่ไป
บอกให้ขุดดินทำแปลงผักให้หน่อยก็ไม่ทำร่างกายแข็งแรงอย่างกับวัวอย่างกับควายให้ทำอะไรก็ไม่ทำ ซ่อมเครื่องซักผ้าซ่อมแล้วซ่อมอีกเสียเงิน ทีละ 800 900 บาท เราบอกว่า ให้ย้ายเข้าร่มให้หน่อยเพราะฝนตกใส่มันจะพัง ก็ไม่ทำ ให้เหตุผลว่าก็ก๊อกน้ำมันอยู่ตรงนั้น
เหตุผลที่เราไม่ทำเองทั้งเรื่องขุดแปลงผักหรือเก็บคืนช่วงนั้นเราปวดหลังเพราะช่วยงานศพของพ่อยกกะละมังขึ้นผิดพลาดทำให้ปวดหลัง
นึกอยากกู้หนี้ยืมสินก็กู้ ไม่ยอมหาเพิ่มเติม เหมือนตอนที่พ่ออยู่ ตอนนี้เราเป็นหนี้อยู่ 8 แสนบาทคุณคิดดูเราจะเอาปัญญาที่ไหนมาจ่ายเรา
ก่อนหน้านั้นเขาก็ยืมแต่ไม่มากมายขนาดนี้ ทำให้เรา ต้องไปทำงานที่อ่อนนุชกรุงเทพฯจนไปเจอคนที่มองเห็นค่าในตัวเรา
สภาพที่เราไปสมัครงาน ที่อ่อนนุช เป็นโรงงานเสื้อผ้าคนนี้ เราคิดถึงพ่อเราจึงใส่รองเท้าแตะที่ไม่มีดอกยางของพ่อไปสมัยงาน ด้วยความเชื่อแน่ๆว่าเราต้องได้งานพอๆต้องช่วยเรา กับเชื่อรัก โลก สีฟ้าคอวี ที่สมัย นี้ เขาไม่ใส่กันแล้ว ไปสมัครงาน
เมื่อสัมภาษณ์เสร็จ เราเดิน มารอ พี่สาวสามีคนที่ 2 ที่โรงอาหาร ด้วยความไม่รู้ว่าโรงอาหารอยู่ที่ไหนเราจึงยืนงงงวยมองซ้ายมองขวาหาพี่สาวสามีสักพัก
มีเด็กหนุ่มผู้ชายไว 23 ปีเนี่ยแหละหาก เดาไม่ผิดเพราะหน้าตาเขาประมาณนั้น ตอนนั้นฉันอายุ 34 ปี เขามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าฉันก็รู้ตัวดีว่าฉันมาจากบ้านนอกคอกนาเนื้อตัวมอมแมมไม่ขาวสะอาดเหมือนเขา
ฉันคิดในใจว่ายังไงเขาก็มองเหยียบฉันอย่างแน่นอนแต่เวลาผ่านไป 3 อาทิตย์เขาก็มองอยู่อย่างนั้นแล้วก็ก้มกินข้าวมองอยู่อย่างนั้นแล้วก็คงกินข้าวเป็นเวลา 3 อาทิตย์ ฉันเพิ่งรู้ว่าเขาอยู่ชั้นบนเหมือนกันกับฉันเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันไม่เคยมองเขาแบบดีเลยนอกจาก การที่เขามองเห็น
ทำให้ฉันแน่ใจมากขึ้นว่าเขาสนใจฉัน เพราะเขามองฉัน โดยที่มือกับเท้าเข็นได้ไปส่งที่แผน เย็บ ชันจึงหันไปถามเพื่อนร่วมงานที่อยู่มาก่อนหน้านี้ว่าไอ้เด็กนั่น มันทำงานแผนกไหน แต่คำตอบพี่ได้เพื่อนดูถูกฉันว่า
อย่าสะเออะไปมองเครื่องบินหน่อยเลย ดูด้วย เหมือนหมา มันพูดแบบนี้จริงๆนะ ฉันอัดเสียงไม่ทัน มันบอกว่ามันเคย หาผู้หญิงสวยๆ ให้ไอ้เด็กนั่นแต่ไอ้เด็กนั่นบอกว่ามันมีเมียแล้วพูดอย่างไม่เสีย แต่กับเรามันทำไมถึงมอง แบบนั้นก็ไม่รู้
ทำให้ใจหนึ่งเราก็คิดว่ามันหวังฟันเล่นๆหรือเปล่าวะว่านอกคอก นา หลอกลวงต้มตุ๋นเราไปฟันหรือเปล่า
เพราะมองจากสายตา และท่าทางของมันช่างแตกต่างจากคำพูดของเพื่อนคนนั้นเหลือเกิน ใจหนึ่งเราก็คิดว่ามันมองเราแบบนี้เพราะว่าเราเป็นคนพิเศษหรือเปล่า
แต่เราก็คิดว่ามันจะชอบเรา 50 50 เราไม่กล้าเปิดใจมาก เพราะเราได้ตั้งปณิธานเอาไว้แล้วว่าเราเบื่อผู้ชายเราจะไม่มีสามีใหม่ตลอดชีวิตหากเราเลือกเรากับสามีคนปัจจุบันแล้วก็ตามด้วยวัยและ ภาระลูกๆเราจึงไม่คิดเรื่องนี้เลย
แล้ววันที่เราได้รู้มากขึ้นก็คือวันที่เราตรวจสุขภาพที่โรงงาน คนเคยได้ยินวลีที่ว่า โลกหยุดหมุนหรือเปล่ากำแพงที่ฉันเคยตั้งเอาไว้สูงลิ่วได้พังลงทีละเล็กทีละน้อยในวันนั้น
การสบตาครั้งนั้นมันเป็นการสบตาที่ยาวนานที่สุดประมาณ 1 นาที หลังจากที่เขาเที่ยวมองเที่ยวสบตาและหลวงตาอยู่เป็นเวลา 3 เดือน
วันนั้นฉันจึงมั่นใจแน่ๆว่า เขาต้องมีใจหรือชอบฉันประมาณ 70% เลย
มันทำให้ฉันทั้งใจฟู และมีความสุขในเวลาเดียวกันฉันถามกับตัวเองว่าฉันมีคุณค่าขนาดนี้เลยฉันมาจากบ้านนอกจนดูถูกจากเพื่อนที่ทำงาน
ขาดความเอาใจใส่จากสามี แต่ ทำไมเขาถึงเห็นค่าฉันเพียงคนเดียว มันทำให้ฉันละลายไปกับความสุขชั่วครู่หนึ่งหมายเหตุนะคะเด็กผู้ชายคนนั้นหล่อโคตรๆโคตรๆๆ
เราคิดว่ามันไม่น่าจะจบหรอก เพราะตัวอักษรที่ฉันจะพิมพ์มันหมดแล้วค่ะ