JJNY : พท.จวกรบ.ประยุทธ์แพงทั้งแผ่นดิน│ส.ว.คำนูณโวยรมต.หนีสภา│อินเดียบล็อกแอร์ไทย│ข้าวสาร-ข้าวเหนียวนึ่ง จ่อขึ้นราคา

‘เพื่อไทย’ จวก ‘รบ.ประยุทธ์’ ทำของแพงทั้งแผ่นดิน เล็ง ยื่นญัตติด่วนเข้าสภาสัปดาห์นี้
https://www.matichon.co.th/politics/news_3135646
 
 
‘โฆษกเพื่อไทย’ ชี้ ปี 65 คนไทยเจอของแพงทั้งแผ่นดิน สาเหตุมาจากรบ.ประยุทธ์ เตรียมจับมือพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาเข้าสภาในสัปดาห์นี้
 
เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคพท. กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนทั้งประเทศกำลังประสบปัญหาสะสมที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สร้างเอาไว้ ทั้งเรื่องของแพง โรคระบาดในคนและในสัตว์ ซึ่งมีต้นเหตุสำคัญมาจากการปิดบังข้อมูลของรัฐบาล จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ หากมีการบริหารจัดการควบคุมตั้งแต่แรก ปัญหาคงไม่บานปลายขนาดนี้ รัฐบาลรู้มาโดยตลอดแต่ตั้งใจปกปิด  มีเอกสารทางการยืนยันหลายฉบับว่าโรคระบาดนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2562 แต่รัฐบาลกลับไม่แก้ปัญหาปล่อยให้โรคระบาดกลายเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนานกว่า 2 ปี คนไทยบริโภคหมูติดเชื้ออหิวาต์โดยไม่รู้ตัว แต่รัฐเมินเฉย เมื่อมีการเปิดโปง หมูขาดตลาด ทำให้ราคาหมูแพงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ประชาชนต้องบริโภคอย่างอื่น ทำให้ราคาสินค้าอย่างอื่นทยอยขึ้นตามไปด้วย ทุกฝ่ายเดือดร้อนถ้วนหน้า รายได้ไม่มี คนตกงานเพิ่ม ประชาชนกลุ่มเปราะบางที่สุดไม่ได้รับการดูแล
 
น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า วันนี้คนที่ทำของ “แพงทั้งแผ่นดิน” ตัวจริงคือรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เคยสร้างแคมเปญโจมตีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เอาไว้เมื่อปี 2556 วันนี้ระเบิดเวลาได้ย้อนกลับมาทวงคืนการกระทำที่มีผลพวงมาจากการบริหารจัดการที่ล้มเหลวซ้ำซากของรัฐบาลแล้ว ซ้ำยังเอื้อผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องของตน ซึ่งปัญหาทั้งหมดที่รัฐบาลได้ก่อเอาไว้ พรรคพท. และพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาเข้าสู่การประชุมสภาในสัปดาห์นี้
 
“ประเทศไทย มีนายกรัฐมนตรีอยู่หรือไม่ เหตุใดจึงเวิร์กฟรอมโฮม ได้ในเวลาที่ประชาชนเดือดร้อนอย่างนี้ การบริหารที่ไม่บริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยการปกปิดข้อมูล นำมาซึ่งความหายนะของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ หากมีปัญหาอื่นๆ มาอีก ปัญหาก็จะซ้ำรอยเดิมอีก ทั้งหมดคือเหตุผลที่พี่น้องประชาชนอาจต้องพิจารณาตัดสินใจว่าควรจะให้โอกาสรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่” น.ส.ธีรรัตน์ กล่าว
 


ส.ว.คำนูณ โวย รมต. หนีสภา ไม่มาตอบปมโรค ASF ข้องใจ ปกปิดข่าวไหม ใครรับผิดชอบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_3135635
 
“คำนูณ” โวย รัฐมนตรี หนีตอบกระทู้ถามสด จ่อตั้งใหม่จี้ถามปมโรคระบาดหมู ใครเป็นผู้รับผิดชอบ
 
เมื่อวันที่ 17 มกราคม นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีการตั้งกระทู้ถามสดในที่ประชุมวุฒิสภา โดยระบุว่า ตนได้ตั้งกระทู้สดถามด้วยวาจา เรื่องการปกปิดข้อมูลโรคระบาดเอเอสเอฟ (ASF) ในหมู และการแก้ปัญหาราคาหมูแพง โดยเป็นการตั้งถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่เนื่องจากวันนี้มีการตั้งกระทู้สดเกิน 3 กระทู้ จึงตัองจับสลากและตนได้ตั้งกระทู้ถาม โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตอบแทน แต่เจ้าหน้าที่ประสานมาว่านายเฉลิมชัยติดภารกิจ ไม่สามารถมาตอบได้ เช่นเดียวกับกระทู้ถามสดอื่นที่ผ่านการจับสลากได้รับการบรรจุเข้าที่ประชุมวุฒิสภา รัฐมนตรีติดภารกิจกันหมด
 
“กระทู้สดของผมและกระทู้สดอื่น จึงตกไปทั้งหมดตามข้อบังคับ แต่ถ้ายังติดใจอยู่สามารถยื่นใหม่ได้ในสัปดาห์ต่อไป กระทู้สดของผมตกไปในลักษณะดังกล่าวหลายครั้งก่อนหน้านี้ และส่วนหนึ่งไม่ได้ตั้งถามซ้ำ เพราะเมื่อเวลาผ่านไปความสดมันหมดไป โดยเฉพาะในยุคสังคมข้อมูลข่าวสารเช่นทุกวันนี้ แต่กระทู้นี้ผมขอตัดสินใจอีกครั้ง” นายคำนูณระบุ
 
นายคำนูณ ระบุต่อว่า สำหรับประเด็นที่จะตั้งคำถาม คือ มีการปกปิดข่าวโรคเอเอสเอฟที่เริ่มปรากฏในไทยในช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้จริงหรือไม่ รัฐบาลหรือฝ่ายการเมืองรู้เห็นเป็นใจกับการปกปิดข่าวหรือไม่อย่างไร และความเสียหายที่เกิดขึ้นคิดเป็นมูลค่าเท่าไร รวมถึงการแก้ปัญหา การรับผิดชอบจากฝ่ายข้าราชการประจำละฝ่ายการเมือง
 
https://www.facebook.com/kamnoon/posts/4744553405588576
 

 
อินเดียบล็อกแอร์ที่มีสารทำความเย็นของไทย ก.อุตฯ ร้อง WTO ช่วย!
https://www.matichon.co.th/economy/news_3135577

ก.อุตฯ เร่งช่วยเหลือผู้ส่งออกเครื่องปรับอากาศของไทย เหตุอินเดียห้ามนำเข้าเครื่องปรับอากาศที่มีสารทำความเย็น สั่ง สมอ. เตรียมขึ้นถกในเวทีโลก WTO เดือนมีนาคมนี้ พร้อมเรียกร้องให้ขยายเวลาบังคับใช้กฎระเบียบเคมีภัณฑ์
 
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายส่งเสริมการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยอำนวยความสะดวกด้านมาตรการทางกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ ล่าสุดประเทศอินเดียกำหนดมาตรการห้ามนำเข้าเครื่องปรับอากาศที่บรรจุสารทำความเย็น ออกกฎระเบียบการนำเข้าเคมีภัณฑ์และปิโตรเคมี และระงับการตรวจประเมินโรงงานผลิตสินค้าในต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งเคมีภัณฑ์ของไทย
 
“ได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในฐานะผู้แทนประเทศไทยในคณะกรรมการว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (Committee on Technical Barriers to Trade : TBT) ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) หยิบยกประเด็นดังกล่าวเข้าในการประชุม Committee on TBT เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยต่อไป”นายสุริยะกล่าว
 
นายจุลพงษ์ ทวีศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า คณะกรรมการว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ได้หารือถึงกรณีดังกล่าวว่าได้ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกเครื่องปรับอากาศของไทยซึ่งต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากการจ้างโรงงานในประเทศอินเดียบรรจุสารทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศ ในขณะที่เครื่องปรับอากาศที่ผลิตในประเทศอินเดียสามารถบรรจุสารทำความเย็นและจำหน่ายได้ทันที อีกทั้งยังออกประกาศใช้กฎระเบียบการนำเข้าเคมีภัณฑ์และปิโตรเคมี โดยให้เวลาในการเตรียมการเพียง 180 วันเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำเนินการ โดยภาคอุตสาหกรรมขอให้ขยายเวลาเป็น 360 วัน
 
นอกจากนี้ ยังระงับการมาตรวจประเมินโรงงานในประเทศไทย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การส่งออกเครื่องปรับอากาศและเคมีภัณฑ์ต้องหยุดชะงัก มติการประชุมในครั้งนี้ จึงขอให้ สมอ. ในฐานะผู้แทนประเทศไทยใน Committee on TBT หยิบยกประเด็นดังกล่าวในการประชุม Committee on TBT ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 มีนาคม 2565 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิสตามพันธกรณีความตกลงที่ประเทศสมาชิกต้องถือปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน
 
ด้าน นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ. ในฐานะผู้แทนประเทศไทยในคณะกรรมการว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ได้เจรจาทวิภาคีกับอินเดียเพื่อหารือร่วมกันในการลดปัญหาอุปสรรคทางการค้าแล้ว แต่อินเดียยังไม่ยกเลิกมาตรการดังกล่าว จึงจำเป็นต้องยกระดับการเจรจา โดย สมอ. จะหยิบยกประเด็นมาตรการดังกล่าวนี้ รวมทั้งข้อเสนอของประเทศไทยในการประชุม Committee on TBT ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 มีนาคม 2565 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยจะเรียกร้องให้อินเดียยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าเครื่องปรับอากาศที่บรรจุสารทำความเย็น เนื่องจากขาดเหตุผลทางวิทยาศาสตร์และเป็นการปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันระหว่างสินค้าที่ผลิตในประเทศกับสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ
 
รวมทั้งขอให้ขยายเวลาการบังคับใช้กฎระเบียบควบคุมคุณภาพเกี่ยวกับการนำเข้าเคมีภัณฑ์และปิโตรเคมี จาก 180 วัน เป็น 360 วัน เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีเวลาในการเตรียมความพร้อม นอกจากนี้ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขอให้อินเดียพิจารณาการตรวจประเมินโรงงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (remote audit) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้า
 
นอกจากประเด็นมาตรการของอินเดียแล้ว ยังมีประเด็นเสนอให้อินโดนีเซียพิจารณาการใช้กลไกความตกลง ASEAN Harmonized Electrical and Electronic Equipment Regulatory Regime (AHEEERR) ในการรับรองผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศที่ส่งออกไปยังอินโดนีเซีย เพื่อไม่ต้องมีการตรวจสอบซ้ำ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่าย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่