JJNY : 5in1 ปชน.รำลึกสลายเสื้อแดง│รักชนกลั่นกลิ่นฮั้วแรง│ภัทรพงศ์โวยปล่อยฝุ่นพิษ│ส.ว.ชิบจี้แก้ขาดดุลจีน│ปชช.ก่ายหน้าผาก

ปชน.รำลึก 16 ปี สลายเสื้อแดง ชูธงแก้กฎหมายหยุดอายุความคดีฆ่าประชาชน
.

.
พรรคประชาชนรำลึกเหยื่อสลายชุมนุมคนเสื้อแดงปี 53 ยันเดินหน้าดึงคดีทหารทำผิดขึ้นศาลพลเรือน 
.
วันที่ 10 เมษายน 2569 ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว พรรคประชาชน นำโดย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค และ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค เข้าร่วมงานรำลึกครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 เพื่อยืนยันอุดมการณ์ในการทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตและครอบครัว ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่คดีจะหมดอายุความในอีก 4 ปีข้างหน้า
.
นายพิจารณ์ระบุว่า เหตุการณ์ปี 2553 คือการใช้อำนาจรัฐเข่นฆ่าประชาชน ซึ่งหากไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบมาลงโทษได้ เหตุการณ์ลักษณะนี้จะวนเวียนเกิดขึ้นซ้ำซาก พรรคประชาชนจึงได้เสนอร่างแก้ไขกฎหมายสำคัญเพื่อเป็นหลักประกันสิทธิให้ประชาชน ประกอบด้วยร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 เพื่อหยุดนับอายุความในกรณีที่ผู้สั่งการหรือเจ้าหน้าที่รัฐหลบหนีไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหารเพื่อให้คดีที่ทหารกระทำความผิดต่อประชาชนต้องขึ้นศาลยุติธรรมปกติ ร่างแก้ไข พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคืนสิทธิให้ประชาชนฟ้องร้องผู้มีอำนาจสั่งการได้โดยตรงที่ศาลอาญา โดยไม่ต้องผ่านองค์กรอิสระที่ขาดความอิสระ
.
ด้านนายวิโรจน์ได้กล่าวอย่างเผ็ดร้อนถึงวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิด (Impunity) โดยชี้ว่าผู้ต้องหาในคดีนี้กลับใช้ชีวิตอย่างผาสุกราวกับมีอำนาจเหนือกฎหมายคุ้มครอง พร้อมหยิบยกประเด็น “ผังล้มเจ้ากำมะลอ” ที่ผู้จัดทำยอมรับต่อศาลว่าเป็นการจินตนาการขึ้นมาเอง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสร้างความเกลียดชังให้เจ้าหน้าที่มองประชาชนไม่ใช่มนุษย์และลั่นไกสังหารได้อย่างโหดเหี้ยม
.
การทวงความยุติธรรมไม่ใช่การฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่คือการสร้างบทเรียนให้ผู้มีอำนาจรู้ว่า ต่อให้ใครหลังม่านสั่งให้ฆ่า ปลายกระบอกปืนนั้นจะกลับมาลงโทษผู้กระทำผิดเสมอ นี่คือนิติรัฐที่แท้จริง” นายวิโรจน์กล่าวและว่า การขับเคลื่อนกฎหมายเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากพรรคประชาชนมีเพียง 120 เสียง ไม่เพียงพอที่จะผ่านวาระในสภาได้ จึงขอความร่วมมือจากพรรคการเมืองเพื่อนบ้านที่เคยร่วมอุดมการณ์ประชาธิปไตย ให้ช่วยสนับสนุนร่างกฎหมายเพื่อให้ทหารที่ทำผิดต่อพลเรือนต้องขึ้นศาลยุติธรรม และคดีทุจริตต้องขึ้นศาลอาญาทุจริตฯ เพื่อหยุดระบบรุ่นพี่รุ่นน้องที่ปกป้องคนผิด และป้องกันไม่ให้อาวุธที่ซื้อจากภาษีประชาชนถูกนำมาใช้สังหารประชาชนซ้ำรอยเหตุการณ์ 14 ตุลา, 6 ตุลา หรือ พฤษภา 35 และ 53 อีกต่อไป
.

.
รักชนก ลั่นกลิ่นฮั้วแรงมาก บ. เครือข่าย คนภท. รับจบหลายโครงการรัฐ สิริพงศ์ ลุกโต้ ไม่เกี่ยวชี้เป็นเพียงญาติ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5673566
.
“รักชนก” ข้องใจ บ. เครือข่าย คนภท. รับจบหลายโครงการรัฐ ปัดชี้จุดว่าฮั้ว-ทุจริต แต่กลิ่นฮั้วแรงมาก ด้าน “สิริพงศ์” แจงไม่เกี่ยวข้อง บ.ได้งาน เป็นเพียงญาติ บอก ปี 2568 ไร้อำนาจในฝ่ายบริหาร
 .
เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 10 เมษายน ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายต่อที่ประชุมรัฐสภาวาระให้รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ต่อประเด็นการปราบทุจริตคอร์รัปชัน ที่ไม่เชื่อว่าจะทำได้จริง เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าการจัดจ้างภาครัฐ รวมถึงการประมูลในโครงการต่างๆ นั้นพบว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคนในพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มักจะชนะประมูลโครงการรัฐหลายรายการ
.
ไม่มีการกล่าวหาว่าฮั้วประมูล ไม่ได้บอกว่าส่อเค้าทุจริต แค่เปิดข้อมูลให้ชาวบ้านคิดเอง ว่าจากที่ฟังทั้งหมดนั้นคิดถึงอะไร ดิฉันคิดออกคำหนึ่งคือ รวย รวยไม่ไหวแล้ว โบราณเขาว่าแข่งบุญแข่งวาสนาแข่งได้ แต่แข่งโครงการรัฐกับพรรคภูมิใจไทยอย่าแข่งเลย” น.ส.รักชนกกล่าว
.
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า ตนไม่แปลกใจที่ดัชนีคอร์รัปชันของไทยแย่ลง ทุกบริษัทที่เกี่ยวกับคนของพรรคภูมิใจไทยซึ่งตนเชื่อว่าไม่ทำอะไรผิด แต่คำแถลงนโยบายรัฐบาลที่สวยหรู จะกล้าทำหรือไม่ การทำโครงการแม้ไม่มีอะไรผิด แต่กลิ่นฮั้วประมูลแรง ดังนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะตั้งกรรมการสืบสวน สอบหาความจริงหรือไม่ และจะเลือกใช้ยาที่ตนเสนอ คือ ยาขับรัฐมนตรีที่มีมลทิน และยาเปิดเผยข้อมูลภาครัฐเพื่อให้ดัชนีคอร์รัปชันประเทศไทยเพิ่มขึ้นจะดำเนินการหรือไม่
.
จากนั้น นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า ตนไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่น.ส.รักชนกกล่าวอ้าง เพราะแม้จะนามสกุลเดียวกันแต่ไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เพราะเป็นลูกพี่ลูกน้อง ไม่ใช่มารดาเดียวกันกับบิดาของ ทั้งนี้ตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจใดๆ อีกทั้งในปี2568 ตนไม่มีอำนาจบริหารใดๆ ส่วนปี 2566 ตนไม่ได้เป็นสส. เนื่องจากสอบตก
.
เรื่องนี้คิดว่าเป็นเรื่องพิสูจน์ได้ว่า ไม่เกี่ยวกัน แต่ขอบคุณที่โยงให้ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นข้อมูลปรากฏในโซเชียลเช่นกัน ดังนั้นเมื่อนำข้อมูลจากโซเชียลเอามาอ่าน ก็ขอบคุณที่ได้ชี้แจง ผมขอย้ำว่าไม่เกี่ยวกัน และคงไม่ต่างกับคนของพรรคท่าน คือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบัน คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” นายสิริพงศ์กล่าว
.

.
“สส.ภัทรพงศ์” โวย "รัฐบาล" ปล่อยฝุ่นพิษ PM 2.5 ท่วมภาคเหนือ ชาวเชียงใหม่เลือดกำเดาไหลทั้งเมือง
https://news.ch7.com/detail/866676
.
“สส.ภัทรพงศ์” โวย “สุชาติ” ทำงานไม่เป็น ชาวบ้านต้องสูดฝุ่นพิษ PM 2.5 แนะประกาศเขตภัยพิบัติ นำเงินมาช่วยชาวบ้าน  โต้ “ศุภจี” ชาวบ้านไม่ได้รวยเหมือนนักการเมือง จะได้ย้ายบ้านหนีฝุ่น
.
วันนี้ (10 เม.ย.69) นายภัทรพงศ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายนโยบายรัฐบาล ระบุ การแก้ปัญหาฝุ่น  PM 2.5 ในภาคเหนือ เคยเตือนนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 จำเป็นต้องจัดสรรงบกลาง เพื่อใช้แก้ปัญหา แต่ไม่ทำ พอเกิดปัญหาปีนี้ อ้างแต่ไม่มีงบประมาณ
.
ลืมไปหรือเปล่าว่าคุณคือรัฐมนตรี นี่คือหน้าที่ของคุณผมบอกไปแล้วตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ทีมไฟป่าไม่มีเงินเพราะคุณสุชาติไม่ทำงานอย่ามาอ้างแบบนี้ ตอนนี้พวกเราชาวเหนือต้องเจอฝุ่นพิษอย่างหนักและไม่มีเงินมาช่วยพวกเราเลย นี่คือภัยจากรัฐบาลที่ทำงานไม่เป็น ขาดไปจากคำแถลงนโยบายเล่มนี้” นายภัทรพงศ์ กล่าว
.
กรณีการไม่ประกาศเขตควบคุมมลพิษ เพื่อนำงบประมาณมาใช้แก้ปัญหา โดยนายสุชาติ อ้างว่า ไม่ต้องการให้กระทบกับการท่องเที่ยว และ กระทรวงทรัพย์ฯ ยังให้ข้อมูลด้วยว่า ฝุ่นพิษในปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว 45 % ในขณะที่ชาวเชียงใหม่เลือดกำเดาไหลทั้งเมืองแล้ว
.
กรณีที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงนโยบาย "365 วันมหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน" ต่อรัฐสภา ระบุ ไม่คาดหวังให้ภาคเหนือมีคนมาเที่ยวตลอด 365 วัน ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่การท่องเที่ยว แต่กระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในภาคเหนือ ย้ำชาวบ้านไม่ได้มีเงินรวยเหมือนนักการเมือง จึงจะย้ายบ้าน ย้ายที่ทำงาน ย้ายครอบครัวหนีฝุ่นได้ ชาวบ้านต้องอยู่ที่นั่น 365 วัน ถ้ารัฐบาลลงมาอยู่ข้างประชาชน รัฐบาลจะไม่กล้าพูดแบบนี้ 
.
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า พยายามจะตีความคำแถลงนโยบายของนายกฯ ให้เข้ากับเรื่องของมลพิษ แต่กลับไม่มีเนื้อหาที่สะท้อนถึงความรุนแรง และผลกระทบที่ประชาชนกำลังเจออยู่ เราต้องการผู้นำที่ทำนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน ไม่ใช่ผู้นำที่กลัวการแก้ปัญหาที่ต้นตอแ ละไม่กล้าตัดสินใจในทุกวิกฤต เราไม่ต้องการเห็นผู้นำที่น้ำท่วมภาคใต้ แต่ตนเองไม่กล้าลงไปบัญชาการ เราไม่ต้องการเห็นผู้นำที่ฝุ่นพิษท่วมภาคเหนือ แต่ตนเองไม่กล้าขึ้นมาจัดการด้วยตนเอง เราไม่ต้องการเห็นผู้นำที่แต่งตั้งคนที่ทำงานไม่เป็นมาเป็นรัฐมนตรี
.
คุณอนุทินไม่ได้ขาดอำนาจ แต่คุณขลาด คุณกลัวที่ต้องตัดสินใจสิ่งสำคัญ ที่ส่งผลกระทบกับชีวิตประชาชน คุณหนีปัญหาและผลักความรับผิดชอบให้คนอื่น ทุกครั้งทุกภัยพิบัติ มีใครเคยเห็นคนที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะบัญชาการเป็นผู้นำอย่างเด็ดขาดแล้วพาประเทศพ้นวิกฤติบ้าง นี่คือต้นเหตุที่ทำให้ประเทศเจอกับภัย 5 ด้าน ได้แก่ ภัยเศรษฐกิจ ภัยสังคม ภัยสิ่งแวดล้อม ภัยความมั่นคง และภัยจากรัฐบาลอนุทินที่ทำงานไม่เป็น” นายภัทรพงศ์ กล่าว
.

.
ส.ว.ชิบ จี้รัฐแก้ขาดดุลจีนทะลุปีละ 2 ล้านล้าน ชี้ไทยไร้ยุทธศาสตร์รับมือ เสนอทีม ‘China Man’ สู้ศึกเชิงลึก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5673572
.
ส.ว.ชิบ จี้รัฐแก้ขาดดุลจีนทะลุปีละ 2 ล้านล้าน ชี้ไทยไร้ยุทธศาสตร์รับมือ เสนอทีม ‘China Man’ สู้ศึกเชิงลึก
.
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อภิปรายถึงสถานการณ์การขาดดุลการค้าระหว่างไทยกับจีนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามถึงแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และเสนอให้จัดตั้งทีมเฉพาะกิจ “China Man” เพื่อวางกลยุทธ์เชิงรุกในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ
.
นายชิบ กล่าวว่า ประเด็นการเชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก การสร้างพันธมิตรทางการค้า และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นเรื่องที่พูดกันมาหลายรัฐบาลแล้ว แต่คำถามคือทำอย่างไร ด้วยยุทธศาสตร์แบบไหน และทำไมประเทศไทยยังขาดดุลการค้ากับจีนในระดับสูงเช่นนี้
.
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 6 แสนล้านบาทในปี 2558 จนล่าสุดปี 2567 สูงถึง 2.02 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเพียงเดือนมกราคมปีนี้เดือนเดียว ขาดดุลไปแล้วกว่า 2.6 แสนล้านบาท สะท้อนว่าปัญหานี้ยังไม่มีแนวโน้มจะลดลง” นายชิบ กล่าว
.
นายชิบ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาไทยมักอธิบายว่าการขาดดุลเกิดจากการนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ แต่ข้อเท็จจริงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สินค้าที่ขาดดุลอันดับหนึ่งคืออุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟน รวมมูลค่าเกือบ 1.2 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
.
นายชิบ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งดิจิทัล เอไอ หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์สมัยใหม่ อาหารแปรรูป และพลังงานสะอาด แต่ยังไม่มีความชัดเจนในเชิงระยะเวลาและเป้าหมายการแข่งขันกับจีน
.
ผมขอถามตรง ๆ ว่าอีกกี่ปีเราจะสามารถแข่งขันกับจีนได้ และเราจะชนะในอุตสาหกรรมไหน หนทางดูตีบตันจนแทบมองไม่เห็นว่าเราจะลดการขาดดุลได้อย่างไร” นายชิบ กล่าว
.
นายชิบ กล่าวอีกว่า แม้ไทยจะตั้งเป้าผลิตสินค้าคุณภาพสูง แต่จีนก็ยกระดับการผลิตไปสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มเช่นกัน ภายใต้นโยบาย “Made in China” ที่เน้นทั้งคุณภาพและต้นทุนที่แข่งขันได้
.
เมื่อจีนสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงในต้นทุนที่ต่ำกว่า แบบนี้เราจะแข่งขันอย่างไร” นายชิบ กล่าว
.
นายชิบ กล่าวถึงแนวทางของต่างประเทศว่า หลายประเทศใช้มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา แคนาดา หรือยุโรป รวมถึงอินโดนีเซียที่มีมาตรการควบคุมสินค้านำเข้าและอีคอมเมิร์ซอย่างเข้มงวด เช่น การกำหนดราคาขั้นต่ำของสินค้านำเข้าที่ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และการจำกัดรูปแบบธุรกรรมบนโซเชียลมีเดีย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่