POSTHUMOUS (11)


“คุณเป็นอะไรไหม” เสียงหนึ่งดังขึ้น

ผมค่อยๆหันไปทางต้นเสียง ก่อนที่จะพบเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังจ้องมองผมด้วยสายตาเห็นใจ

น้ำเสียงเล็กๆของเธอฟังดูสงสารผม ในตอนที่ถามผมต่อไปว่า “คุณต้องการความช่วยเหลือไหมคะ”

ผมยังคงไม่ตอบเธอ

นั่นไม่ใช่เพราะผมรังเกียจเธอ -- หากแต่ผมกำลังรู้สึกสับสน มึนงง และหวาดกลัว จากการหลบหนีของตนเองเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

แกคิดว่าผู้คนข้างนอกนั่นจะไม่กลัวแกงั้นหรือ!!!

เสียงของพ่อยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของผม 

ผมมองไปตามผมเปียสีทองที่ถูกถักไว้อย่างลวกๆ ชุดกระโปรงที่มีรอยเปื้อนสกปรก และอะไหล่เก่าๆในมือป้อมๆนั่น

“คุณชอบเท็ดดี้หรือ” เธอถาม เมื่อเห็นผมจ้องมองอะไหล่ชิ้นนั้นนิ่ง “คุณอยากเล่นกับเท็ดดี้ไหม”

เธอยื่นมันมาทางผม หากแต่ผมไม่ได้ยื่นมือไปรับมัน นอกจากนั่งนิ่งอยู่ที่กำแพงในตรอกมืดดั่งเดิม

“เท็ดดี้เป็นตุ๊กตาหมีที่น่ารัก เขาเป็นมิตรกับทุกคน และทุกคนก็รักเขา” เด็กหญิงบอกผม “เขาอาจจะรักษาแผลให้คุณได้ก็ได้นะ”

ตุ๊กตางั้นหรือ --

ผมชำเลืองมองไปตามท่อนแขนที่มีรอยกระจกบาดเป็นทางยาว และใบหน้าอันขาวซีดนั้น -- ก่อนที่จะถามช้าๆว่า “เธอคือเด็กหญิงหรือ”

เด็กหญิงพยักหน้า

ผมยังคงจ้องมองเธอนิ่ง -- คราวนี้พินิจมองอยู่นาน -- และมันคงทำให้เธออึดอัด เพราะเธอถามผมกลับมาว่า “คุณไม่เคยเห็นเด็กหญิงมาก่อนหรือ”

ผมส่ายหน้า

“คุณตลกดี” เธอกระซิบ

“ผมตลก --” ผมกระซิบตามเธอ

ตลกงั้นหรือ --

เธอหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าของผม

“แล้วคุณคือผู้ชายใช่ไหม” เธอยิ้ม “นี่คือเกมทายคำหรือ”

ผมส่ายหน้า “ฉันคือเด็กชาย” ผมตอบ “เด็กชายที่สมบูรณ์แบบ”

เด็กชายที่ควรจะสมบูรณ์แบบ --

“คุณดูไม่เหมือนเด็กชาย” เด็กหญิงบอก

แวบนั้นผมมองแอ่งน้ำฝนตรงหน้าเป็นครั้งแรก พลันเงาสะท้อนอันแปลกตาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าผม --

มันเป็นใบหน้าอันนิ่งสนิท ที่เต็มไปด้วยแผลถลอก -- 

ผมค่อยๆยกมือขึ้น สัมผัสไปตามสันจมูก โหนกแก้ม และริมฝีปากของตนเอง --

นี่คือหน้าของผมงั้นหรือ

“คุณโตเกินกว่าจะเป็นเด็กชาย” เด็กหญิงว่า “เพราะเพื่อนหนูตัวเล็กกว่าคุณทั้งนั้น -- บางคนตัวเล็กกว่าหนูด้วยนะ”

ผมจ้องมองเงาสะท้อนนิ่ง -- มองตอบสายตาอันเบิกโพลงคู่นั้น โดยไม่พูดอะไรออกมาอยู่นาน

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นตัวเอง!

“แม่หนูบอกว่าไม่มีอะไรบนโลกที่สมบูรณ์แบบ” เด็กหญิงส่ายหน้า ก่อนที่จะอุ้มอะไหล่รูปร่างพิลึกนั่นขึ้นมาระดับอก “แต่หนูคิดว่าเท็ดดี้ คือตุ๊กตาหมีที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก เขาจะเป็นหมีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในป่า และอาศัยอยู่ในกระท่อมกับหนู --”

“สิ่งนั้นไม่มีชีวิต” ผมพูดขึ้น จ้องมองลูกตาสีดำแวววาวของหมีตัวนั้น “ไม่มีกลไก หรือระบบอะไรเลย -- นอกจาก --”

“คุณไม่รู้หรอก” เด็กหญิงแทรกขึ้น อุ้มตุ๊กตาหมีมากอดไว้แน่น “ทุกวันนี้อะไรก็เป็นไปได้ -- สิ่งที่ไม่มีชีวิต ก็สามารถมีชีวิตได้ -- ทุกอย่างเป็นไปได้ ถ้าเรายังมีความหวังอยู่ ต่อให้โอกาสนั้นจะริบหรี่แค่ไหนก็ตาม -- แม่หนูบอกอย่างนั้นอยู่บ่อยๆ”

“แม่หรือ” ผมกระซิบออกมาโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าของแม่ที่จ้องมองผมปรากฏขึ้นมาในใจอย่างรวดเร็ว

เด็กหญิงพยักหน้า

ผมคิดตามเล็กน้อย “มันมีชีวิตหรือ” ผมถาม มองไปยังตุ๊กตาตัวนั้น

เด็กหญิงหน้านิ่วขึ้นมา “เขา” เด็กหญิงว่า “เท็ดดี้มีชีวิต และคุณจะเรียกเท็ดดี้ว่าเขา หรือเธอ ก็ได้ -- แต่อย่าเรียกว่ามัน -- แม่หนูบอกว่า เราไม่ควรเรียกสิ่งมีชีวิตว่า มัน

ผมพยักหน้ารับ “ตกลง” ผมว่า “ถ้าอย่างนั้น เท็ดดี้เป็นหญิงหรือเป็นชายกันหรือ”

“หนูไม่รู้” เธอยักไหล่ ใบหน้าสีซีดกลับมาอมยิ้มอีกครั้ง “เขาจะมีทั้งสองอย่างก็ได้ แล้วแต่เท็ดดี้เลย”

ผมมองใบหน้าของเธออยู่นาน ก่อนจะถามออกมาช้าๆว่า “เธอชื่ออะไรหรือ”

เด็กหญิงดูระวังตัวขึ้นมาเล็กน้อย “แม่บอกว่าหนูไม่ควรพูดกับคนแปลกหน้า” เธอว่า หากแต่ไม่ได้ถอยหนีไปไหน

ผมคิดตาม ก่อนจะแนะนำตัวออกไปเป็นครั้งแรก

“หนูชอบชื่อคุณ” เด็กหญิงยิ้ม “มันแปลว่าอะไรหรือ”

“ทะเล”

“ทำไมคุณถึงชื่อทะเลกัน” เด็กหญิงมีสีหน้าครุ่นคิด

ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ “ฉันก็แค่ -- รู้ --”

เพราะมีคนเรียกผมด้วยชื่อนั้นมาก่อนเท่านั้นเอง

“หนูไม่เคยเห็นทะเล” เธอยักไหล่ ท่าทีระวังตัวหายไปอย่างรวดเร็ว “แม่บอกว่าตอนนี้การเดินทางอันตรายมาก มีพวกหัวรุนแรงอยู่ทุกแห่ง จากทั้งฝ่ายเรา และอีกฝ่าย -- แม่บอกว่าเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเราจะถูกมนุษย์ด้วยกันเองโจมตีไหม หรือจะถูกทำร้ายจากพวกหุ่นยนต์ --”

ผมขมวดคิ้ว

“หมายถึงอะไรกันหรือ” ผมถาม “ทำไมพวกเขาต้องทำร้ายกัน --”

มีอะไรบางอย่างที่ผมไม่รู้ และไม่เข้าใจอยู่ --

ทว่าเด็กหญิงเองก็ดูไม่รู้ และไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน “แม่บอกว่าในย่านนี้ ก็มีมนุษย์ถูกทำร้ายสาหัสเมื่อไม่กี่วันก่อน เพราะถูกเข้าใจว่าเป็นหุ่นยนต์ -- แม่บอกว่าเขาคิดเลขเร็วเกินไป จนทำให้ผู้คนสงสัยในตัวเขา -- ย่านเราไม่ค่อยมีคนคิดเลขเร็วเท่าไหร่นัก” เด็กหญิงพึมพัม “แต่สักวันหนึ่ง หนูกับเท็ดดี้จะไปทะเลให้ได้ -- ว่ากันว่าทะเลนั้นสวยมาก -- มากกว่าในตัวเมืองนี้มากๆ -- แม่บอกว่าอากาศที่นั่นดีกว่าในเมือง ดีกับระบบหายใจ และสุขภาพของหนู”

ทะเลงั้นหรือ --

“ฉันจะยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่ไหม ถ้าเธอรู้จักชื่อฉันแล้ว” ผมถาม

เด็กหญิงส่ายหน้า “ไม่” เธอว่า ก่อนจะยื่นมือตนเองออกมาเบื้องหน้า “หนู เวนดี้ค่ะ”

เวนดี้ --

“เวนดี้” ผมทวน “ยินดีที่ได้รู้จักเวนดี้”

ผมยื่นมือออกไปจับมือเล็กๆของเวนดี้ แล้วเธอก็เขย่ามือผมเล็กน้อย

“เพื่อน” ผมพูดออกมา “นั่นคือความหมายของเวนดี้”

เวนดี้หัวเราะคิกคักออกมาอย่างชอบใจ “คุณรู้ได้อย่างไรกัน”

ผมส่ายหน้า “ฉัน -- ก็แค่รู้ --”

“คุณฉลาด และตลก” เวนดี้บอก “ย่านของหนูไม่ค่อยมีคนแบบคุณเท่าไหร่”

ผมไม่เข้าใจที่เธอพูดทั้งหมด

“หนูชอบชื่อคุณ” เธอบอกเสียงใส “และเท็ดดี้ก็ชอบคุณ”

เป็นตอนนั้นเองที่ผมนิ่งชะงักไป -- ผมพินิจมองฝ่ามือเล็กๆนั่น ก่อนที่จะเลื่อนสายตาไปยังใบหน้าอันขาวซีดของเธอ

“เวนดี้” ผมกระซิบ “เธอ --”

หากแต่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากทางถนนที่มืดสลัว “เวนดี้!!”

หญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับวิ่งฝ่าฝนมายังตรอกแห่งนี้อย่างรวดเร็ว

เธอปราดเข้ามารั้งตัวเวนดี้ออกไปจากผม พร้อมกับจ้องมองมาอย่างโกรธเกรี้ยว

“ถอยออกไป!!!” เธอคำรามลั่น “อย่ามายุ่งกับลูกสาวของฉัน!!!”

ในชั่วขณะที่ผมสับสนนั้น เธอก็ก้มลงบอกเวนดี้เสียงดังลั่นว่า “แม่บอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ให้ยุ่งกับพวกหุ่นยนต์!!! พวกมันอันตราย!!!”

“เขา” ผมแทรกขึ้นอัตโนมัติ

เธอสะดุ้ง แล้วหันขวับมาทางผม ราวกับไม่ทันคิดว่าผมจะพูดอะไรออกมา “อะไรนะ --”

“เขา” ผมย้ำ “สิ่งมีชีวิตไม่ควรถูกเรียกว่า มัน -- คุณเรียกผมว่า เขา ก็ได้ -- หรือ เธอ ก็ได้”

เวนดี้บอกผม ว่าแม่เธอพูดเอาไว้แบบนั้นไม่ใช่หรือ --
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่