คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 31
ขอปักไว้นะคะ เข้าใจในสิ่งที่ทุกคนบอกนะคะว่าจะไปโฟกัสอะไรกับตรงนี้ ไปสนใจหลักธรรมคำสอนดีกว่ามั้ย ทราบค่ะ แต่ตอนนี้เป้าหมายของเราไม่ใช่การดับทุกข์หรืออะไรค่ะ เราอาจจะมีเป้าหมายต่างกัน เราแค่อยากรู้จริงๆค่ะว่ามีคนอธิบายได้รึเปล่า และที่บอกว่ามันไม่ได้อะไร เราว่าไม่จริงค่ะ เพราะขนาดก้าวได้ 7 ก้าว เป็นเพราะมีคนสงสัยถึงได้มีคนมาอธิบายได้ ถ้าไม่สงสัยเราก็คงไม่มีความรู้เพิ่มเติมมาค่ะ เรามองว่าอย่างน้อยมันก็คงได้ความรู้อะไรมาเพิ่มบ้างเหมือนกัน
ปล.สำคัญมาก เราไม่ได้มีส่วนจะทำให้ศาสนาต้องเสื่อมเสียหรืออะไรทั้งสิ้น เราแค่อยากรู้จริงๆค่ะ หากทำให้ใครไม่สบายใจขออภัยด้วยนะคะ
ปล.สำคัญมาก เราไม่ได้มีส่วนจะทำให้ศาสนาต้องเสื่อมเสียหรืออะไรทั้งสิ้น เราแค่อยากรู้จริงๆค่ะ หากทำให้ใครไม่สบายใจขออภัยด้วยนะคะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
ที่เขาอธิบายเทียบกับลูกวัวเพิ่งคลอดก็สามารถวิ่งได้อะไรทำนองนี้ เป็นเพียงการอุปมาให้คนทั่วไปเข้าใจง่าย ๆ ว่ามันไม่ใช่เรื่องพิสดารขนาดเกิดขึ้นไม่ได้ ประมาณนั้น เพราะถ้าตอบแบบพิสดาร คนที่ไม่ได้ศึกษามาอย่างเพียงพอก็จะนึกไม่ออกและยิ่งสงสัย
เพราะที่จริงศาสนาพุทธก็ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องปาฏิหาริย์อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าจะนำเรื่องนี้มาโปรโมตศาสนา มันไม่จำเป็น ไม่มีเรื่องนี้ หลักธรรมของศาสนาพุทธก็ยังสำคัญกว่าปาฏิหาริย์ แต่ทำไมจึงมีเรื่องทำนองนี้มาสอนล่ะ ก็เพราะมันเป็นเรื่องจริงน่ะสิ ตัดออกก็ไม่ได้ ก็เลยต้องมานั่งอธิบายให้พอหายสงสัยเพื่อจะได้อยากศึกษาธรรมที่เป็นประโยชน์ที่แท้จริง และที่จริงเราข้ามเรื่องนี้ไปเลยก็ได้
เรื่องเหล่านี้ถูกบันทึกไว้เป็นการ "บอกเล่า" เท่านั้น ไม่ใช่สาระสำคัญที่ศาสนาพุทธอยากจะนำเสนอ ไม่เพียงแต่เรื่องนี้เท่านั้น ปาฏิหาริย์ในศาสนาพุทธมีอยู่มากมายจนนับไม่ได้จนเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก ๆ ไปเลย เพียงแต่คนมักจะหยิบยกบางประเด็นที่ได้ยินบ่อย ๆ มาพูดถึงก็เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าเรารู้จักพระพุทธเจ้าดีพอแล้ว แค่เดิน 7 ก้าวตอนประสูติยังน้อยไปด้วยซ้ำ
และถ้าดูจากที่บันทึกไว้ เบื้องหลังของเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบบังเอิญ แต่โกหาหลกันตั้งแต่บนสวรรค์ก่อนลงมาประสูติเลยทีเดียว ทั้งเทวดาและพรหมต่างทูลอัญเชิญให้ลงมาโปรดสรรพสัตว์ ในวันที่ทรงประสูติก็มีพรหมและเทวดามากมายห้อมล้อม คอยเนรมิตสิ่งต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวก พระโพธิสัตว์เองเมื่อประสูติแล้วก็ระลึกชาติได้ว่าสร้างบารมีจนเต็มเปี่ยมแล้ว เห็นว่าชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายจึงเสด็จดำเนิน 7 ก้าวแล้วประกาศความเป็นพุทธะ ซึ่งเป็นประเพณีของพระโพธิสัตว์ในชาติสุดท้ายทุก ๆ พระองค์
อย่างที่บอกว่าปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มีมากจนยกมาไม่หวาดไม่ไหว ตอบเท่าไรก็ไม่หมด และยิ่งตอบก็ยิ่งสงสัย อย่างเช่นพระพุทธเจ้าเหาะได้ ก็แล้วนกมันก็เหาะได้ แม้คนธรรมดาก็เหาะด้วยเครื่องบินได้ ยิ่งสมัยนี้ใช้เจ็ตแพ็คเหาะไปเหมือนไออ้อนแมนก็ได้ แล้วทำไมพระพุทธเจ้าผู้เป็นสัพพัญญูรู้แจ้งโลก ละกิเลสโดยหมดจด จะไม่รู้วิธีเหาะด้วยฤทธิ์เชียวหรือ ฉะนั้น การเหาะจึงไม่ใช่เรื่องแปลกพิสดาร ยิ่งได้รู้ว่าพระพุทธเจ้ารู้อะไรบ้าง ก็ต้องบอกว่า ถ้าพระพุทธเจ้าเหาะได้ก็ไม่แปลก ถ้าพระพุทธเจ้าเหาะไม่ได้สิแปลก ในเมื่อคนสมัยนี้ยังเหาะกันได้เลย
ปัญหามันจึงไม่ใช่ว่าเดิน 7 ก้าวจริงหรือไม่ แต่เราเข้าใจหรือไม่ว่าพระพุทธเจ้าสำคัญอย่างไร หากพระองค์ทรงเป็นมนุษย์ธรรมดา สอนเรื่องธรรมดาที่ใคร ๆ ก็รู้อยู่แล้ว ทำไมเราจึงต้องสรรเสริญพระองค์ว่าเป็นผู้รู้แจ้งโลกด้วยเล่า หรือว่าจะเป็นเพียงการอุปโลกกันเองของคนในโลก
ปัญหานั้นจะจบง่ายด้วยการนำธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้นำไปปฏิบัติจนเรารู้และเห็นผลได้ด้วยตัวเอง ก็ปรากฏว่ามีหลวงพ่อ หลวงพี่ ครูบาอาจารย์หลายท่านที่อุทิศชีวิตปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ และยืนยันกับเราได้ว่า ที่เขาบันทึกไว้นั้นจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนรก สวรรค์ และภพชาติ เป็นต้น แม้ท่านเหล่านั้นจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ตาม แต่ก็ยืนยันเหมือนกันหมด รวมทั้งตัวเราเองที่ตั้งใจปฏิบัติตามท่านเหล่านั้น ก็สามารถยืนยันด้วยตัวเองได้เช่นกัน
รู้หรือไม่ว่าในพระไตรปิฎกมีสอนเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง แม้ว่ามันจะไม่ง่ายก็ตาม
- วิธีแยกร่าง
- วิธีเหาะ
- วิธีดำดิน
- วิธีมองเห็นจักรวาลอื่น ภพอื่น
- วิธีฟังเสียงที่อยู่ไกล ๆ
- วิธีระลึกชาติ อดีต และ อนาคต
- วิธีอ่านใจคนอื่น
- วิธีกำจัดกิเลสให้หมดสิ้นไปจากใจ
เพราะที่จริงศาสนาพุทธก็ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องปาฏิหาริย์อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าจะนำเรื่องนี้มาโปรโมตศาสนา มันไม่จำเป็น ไม่มีเรื่องนี้ หลักธรรมของศาสนาพุทธก็ยังสำคัญกว่าปาฏิหาริย์ แต่ทำไมจึงมีเรื่องทำนองนี้มาสอนล่ะ ก็เพราะมันเป็นเรื่องจริงน่ะสิ ตัดออกก็ไม่ได้ ก็เลยต้องมานั่งอธิบายให้พอหายสงสัยเพื่อจะได้อยากศึกษาธรรมที่เป็นประโยชน์ที่แท้จริง และที่จริงเราข้ามเรื่องนี้ไปเลยก็ได้
เรื่องเหล่านี้ถูกบันทึกไว้เป็นการ "บอกเล่า" เท่านั้น ไม่ใช่สาระสำคัญที่ศาสนาพุทธอยากจะนำเสนอ ไม่เพียงแต่เรื่องนี้เท่านั้น ปาฏิหาริย์ในศาสนาพุทธมีอยู่มากมายจนนับไม่ได้จนเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก ๆ ไปเลย เพียงแต่คนมักจะหยิบยกบางประเด็นที่ได้ยินบ่อย ๆ มาพูดถึงก็เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าเรารู้จักพระพุทธเจ้าดีพอแล้ว แค่เดิน 7 ก้าวตอนประสูติยังน้อยไปด้วยซ้ำ
และถ้าดูจากที่บันทึกไว้ เบื้องหลังของเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบบังเอิญ แต่โกหาหลกันตั้งแต่บนสวรรค์ก่อนลงมาประสูติเลยทีเดียว ทั้งเทวดาและพรหมต่างทูลอัญเชิญให้ลงมาโปรดสรรพสัตว์ ในวันที่ทรงประสูติก็มีพรหมและเทวดามากมายห้อมล้อม คอยเนรมิตสิ่งต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวก พระโพธิสัตว์เองเมื่อประสูติแล้วก็ระลึกชาติได้ว่าสร้างบารมีจนเต็มเปี่ยมแล้ว เห็นว่าชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายจึงเสด็จดำเนิน 7 ก้าวแล้วประกาศความเป็นพุทธะ ซึ่งเป็นประเพณีของพระโพธิสัตว์ในชาติสุดท้ายทุก ๆ พระองค์
อย่างที่บอกว่าปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มีมากจนยกมาไม่หวาดไม่ไหว ตอบเท่าไรก็ไม่หมด และยิ่งตอบก็ยิ่งสงสัย อย่างเช่นพระพุทธเจ้าเหาะได้ ก็แล้วนกมันก็เหาะได้ แม้คนธรรมดาก็เหาะด้วยเครื่องบินได้ ยิ่งสมัยนี้ใช้เจ็ตแพ็คเหาะไปเหมือนไออ้อนแมนก็ได้ แล้วทำไมพระพุทธเจ้าผู้เป็นสัพพัญญูรู้แจ้งโลก ละกิเลสโดยหมดจด จะไม่รู้วิธีเหาะด้วยฤทธิ์เชียวหรือ ฉะนั้น การเหาะจึงไม่ใช่เรื่องแปลกพิสดาร ยิ่งได้รู้ว่าพระพุทธเจ้ารู้อะไรบ้าง ก็ต้องบอกว่า ถ้าพระพุทธเจ้าเหาะได้ก็ไม่แปลก ถ้าพระพุทธเจ้าเหาะไม่ได้สิแปลก ในเมื่อคนสมัยนี้ยังเหาะกันได้เลย
ปัญหามันจึงไม่ใช่ว่าเดิน 7 ก้าวจริงหรือไม่ แต่เราเข้าใจหรือไม่ว่าพระพุทธเจ้าสำคัญอย่างไร หากพระองค์ทรงเป็นมนุษย์ธรรมดา สอนเรื่องธรรมดาที่ใคร ๆ ก็รู้อยู่แล้ว ทำไมเราจึงต้องสรรเสริญพระองค์ว่าเป็นผู้รู้แจ้งโลกด้วยเล่า หรือว่าจะเป็นเพียงการอุปโลกกันเองของคนในโลก
ปัญหานั้นจะจบง่ายด้วยการนำธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้นำไปปฏิบัติจนเรารู้และเห็นผลได้ด้วยตัวเอง ก็ปรากฏว่ามีหลวงพ่อ หลวงพี่ ครูบาอาจารย์หลายท่านที่อุทิศชีวิตปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ และยืนยันกับเราได้ว่า ที่เขาบันทึกไว้นั้นจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนรก สวรรค์ และภพชาติ เป็นต้น แม้ท่านเหล่านั้นจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ตาม แต่ก็ยืนยันเหมือนกันหมด รวมทั้งตัวเราเองที่ตั้งใจปฏิบัติตามท่านเหล่านั้น ก็สามารถยืนยันด้วยตัวเองได้เช่นกัน
รู้หรือไม่ว่าในพระไตรปิฎกมีสอนเรื่องเหล่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง แม้ว่ามันจะไม่ง่ายก็ตาม
- วิธีแยกร่าง
- วิธีเหาะ
- วิธีดำดิน
- วิธีมองเห็นจักรวาลอื่น ภพอื่น
- วิธีฟังเสียงที่อยู่ไกล ๆ
- วิธีระลึกชาติ อดีต และ อนาคต
- วิธีอ่านใจคนอื่น
- วิธีกำจัดกิเลสให้หมดสิ้นไปจากใจ
แสดงความคิดเห็น
พระพุทธเจ้าประสูติแล้วเดินได้โดยที่มีดอกบัวรองรับ
ขอแก้ไขเพิ่มเติม
เข้าใจในสิ่งที่ทุกคนบอกนะคะว่าจะไปโฟกัสอะไรกับตรงนี้ ไปสนใจหลักธรรมคำสอนดีกว่ามั้ย ทราบค่ะ แต่ตอนนี้เป้าหมายของเราไม่ใช่การดับทุกข์หรืออะไรค่ะ เราอาจจะมีเป้าหมายต่างกัน เราแค่อยากรู้จริงๆค่ะว่ามีคนอธิบายได้รึเปล่า และที่บอกว่ามันไม่ได้อะไร เราว่าไม่จริงค่ะ เพราะขนาดก้าวได้ 7 ก้าว เป็นเพราะมีคนสงสัยถึงได้มีคนมาอธิบายได้ ถ้าไม่สงสัยเราก็คงไม่มีความรู้เพิ่มเติมมาค่ะ เรามองว่าอย่างน้อยมันก็คงได้ความรู้อะไรมาเพิ่มบ้างเหมือนกัน
ปล.สำคัญมาก เราไม่ได้มีส่วนจะทำให้ศาสนาต้องเสื่อมเสียหรืออะไรทั้งสิ้น เราแค่อยากรู้จริงๆค่ะ หากทำให้ใครไม่สบายใจขออภัยด้วยนะคะ