ทำไมบางคนจึงเชื่อว่าภาวะโลกร้อนไม่มีจริง เป็นเพียง agenda

พวกเขาไม่เชื่อว่ามีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆปริมาณมหาศาลสู่ชั้นบรรยากาศเหรอ

ถึงเชื่อว่าภาวะโลกร้อนเป็นสิ่งที่จะไม่เกิดขึ้น

ลองดูในกลุ่ม telegram รู้ทัน climate change ลวงโลก https://t.me/ClimateChangeAwake นี่คือคำอธิบายของกลุ่ม "Agenda ของกลุ่ม Elite ในการหลอกลวง ข่มเหงมนุษย์ ผ่าน World Economic Forum/ UN นอกจากเรื่องวัคซีน: Climate Change Hoax"

หากวันนึง น้ำแข็งขั้วโลกละลายจนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจนท่วมกรุงเทพและเมืองชายฝั่ง พวกเขาจะยังเชื่อแบบเดิมไหมว่า ภาวะโลกร้อนไม่มีจริง เป็น

เพียง agenda ของพวกชนชั้นสูงที่คิดจะควบคุมเรา
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
ขอบคุณจขกท.นะคะ ที่พยายามสื่อสารด้วยความใจเย็น แต่คนบางกลุ่มเขายึดมั่นเรื่องสิ่งแวดล้อมแบบผูกพันแน่นหนากับความเชื่อส่วนตัวค่ะ ประหนึ่งเป็นลัทธิ

ทำไงเขาก็ไม่ฟัง ไม่ทำความเข้าใจใดๆ อธิบายโลกร้อน เขาก็เอาเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวมาโยงไปมาเป็น logic fallacy ไปได้อีก อะไรที่ทำให้ตัวพวกเขาเองดูผิด ถูก blame เขาจะไม่สนใจ ไม่รับรู้ใดๆ ทั้งนั้นค่ะ

บางครั้งคนเหล่านี้ชอบดูถูกว่าจีนสกปรก มลพิษเยอะ แต่เขาเหล่านี้ไม่ได้เห็นกับตามาแบบเราว่าในเวลาเพียง 7 ปีมานี้ จีนปลูกป่า ระดมปลูกต้นไม้ บำบัดน้ำเสีย ทำความสะอาดที่สาธารณะจนสะอาดแซงไทยไปมา 3-4 ปีละค่ะ พูดเลยว่ายกเว้นช่วง full lockdown 2-3 ปีนี้ไทยบางจังหวัดอย่างกทม. มลพิษทางอากาศสาหัสกว่าจีนอีกค่ะ

พวกเขาไม่อยากเผชิญความจริง เพราะกลัวพวกเขาเองจะสูญเสียหรือถูกบั่นทอนความสะดวกสบายและเคยชินไปค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
คิดว่ามันทั้งวัฏจักรของโลกและทั้งมนุษย์ทำด้วย สมดุลคาร์บอนก็เกี่ยวกับอุณหภูมิโลกซึ่งกิจกรรมของมนุษย์ก็ไปเปลี่ยนแปลงสมดุลของมัน

โลกมีวัฏจักรอุณหภูมิโลกเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่ได้คงที่ตลอด ถ้าในแต่ละปีมีหน้าร้อน หน้าหนาว อุณหภูมิโลกก็มีวัฏจักรอย่างนั้นเหมือนกันแต่เป็นในวงรอบที่มากกว่า 1 ปี ลองดูกราฟอุณหภูมิโลกย้อนหลัง

อันนี้ย้อนหลังไป 150,000 ปี




อันนี้อุณหภูมิย้อนหลัง 3,000 ปี





จะเห็นว่าช่วงก่อนหน้านี้ก็มีช่วงที่อุณหภูมิสูงกว่าช่วงปัจจุบันนี้อีก ช่วงยุคกลางเป็นช่วงหน้าร้อน ช่วงล่าอาณานิคมเป็นช่วงหน้าหนาว และตอนนี้ก็กำลังจะออกจากหน้าหนาว

อันนี้เป็นกราฟอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเทียบกับกิจกรรมของดวงอาทิตย์และการใช้ถ่านหิน,น้ำมันของมนุษย์



จากรูปนี้จะเห็นว่าอุณหภูมิโลกจะสัมพันธ์กับกิจกรรมของดวงอาทิตย์ ส่วนการใช้ถ่านหิน, น้ำมัน จะมีส่วนเกี่ยวกับอุณหภูมิโลกน้อยกว่า

ถึงกราฟจะบอกว่าการใช้ถ่านหิน, น้ำมันไม่ค่อยสัมพันธ์กับอุณหภูมิโลกมาก แต่ส่วนตัวเชื่อว่าในระยะยาวน่าจะมีส่วนอะไรบ้าง

ที่มา
http://ossfoundation.us/projects/environment/global-warming/natural-cycle

http://cloud.mrlegal.com.au/mrhomepage.nsf/0d6f50f1d7b71ca7482582240033242e/e419e9665b5d3fd4c8257510005084fe/$FILE/Environmental%20Effects%20of%20Increased%20Atmospheric%20Carbon%20Dioxide%20-%20Global%20Warming%20Petition%20Project.htm

https://worldcyclesinstitute.com/same-wheel-different-hamsters-a-typical-172-year-cycle/
ความคิดเห็นที่ 3
โลกมีวัฏจักรเปลี่ยนวนไปมาตลอดครับ   เดี๋ยวสภาพอากาศก็ร้อนเดี๋ยวสภาพอากาศก็เย็น   สิ่งที่มนุษย์ทำลงไปมันก็มีผลนะแต่จัดว่าค่อนข้างน้อยกว่าความเปลี่ยนแปลงของโลกเอง

และต่อให้เราไม่ทำอะไร    ช่วงอบอุ่นปัจจุบันหรือที่เรียกกันว่า Holocene ก็จะสิ้นสุดลงในอีก 3,000-8,000 ปี   แล้วโลกจะกลับสู่ยุคน้ำแข็งอีกครั้ง   ถึงเวลานั้นก็เลิกกลัวเรื่องโลกร้อนไปได้เลย
ความคิดเห็นที่ 5
จริง ๆ โลกมันก็เป็นวัฏจักรอยู่แล้วนะ แต่มนุษย์มาเร่งให้มันเร็วขึ้น
อย่างไอ้ที่เขาประโคมกัน พายุไต้ฝุ่น เฮอร์ริเคนรุนแรงขึ้นทุกปีอะ โดยอ้างผลจากภาวะโลกร้อน อันนี้ก็แอบฮานิดนึง ผมสังเกตพายุหมุนเขตร้อนแทบจะทุกปี มันไม่ได้แรงขึ้นทุกปี มันก็แรงบ้างเบาบ้างสลับไปกันไป อย่างปีนี้แปซิฟิกพายุซุปเปอร์ไต้ฝุ่นน้อยมาก ไม่มีพายุที่ก่อให้เกิดความเสียหายมากแบบในอดีตด้วยซ้ำ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่