ข้อจำกัดของ 12 ราศี Part II (โอกาส)



ข้อจำกัดของ 12 ราศี Part II (โอกาส)

*สำหรับเนื้อหาในบทความนี้ Part II (โอกาส)   เป็นการลงรายละเอียดแบบเจาะลึกลงไปจาก Part I (ตัวตน) ซึ่งจะสอดคล้องกับธาตุราศีที่ส่งเสริมราศีของตน เรื่องราวของดาวคู่มิตร คู่ธาตุ คู่สมพล และ คู่ศัตรู การผูกเรื่องราวของดาวธาตุต่างๆที่สัมพันธ์ในเรือนภพและเหตุการณ์ให้เกิดความเข้าใจในเบื้องตนของแต่ละราศี เป็นแนวทางในการสร้างโอกาส  และ จะมีเนื้อหา Part III (จุดเสื่อม)ให้ติดตามอ่านกันต่อไป
 

< สำหรับราศีธาตุไฟ >

ราศีเมษ (ราศีแม่ธาตุไฟ) 

คุณสมบัติของแม่ธาตุไฟ ย่อมเป็นไฟที่แรง การแสดงออกทางความคิดและพฤติกรรมจึงค่อนข้างใจร้อน คิดและตัดสินใจไว อารมณ์ร้อน ส่วนที่ดีก็เป็นไปในลักษณะกล้าคิดกล้าทำ มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ธาตุ ลม เป็นธาตุที่ส่งเสริมกัน โดยดาวที่เป็นธาตุลมนั้นได้แก่ ดาวอังคาร(๓) และ ดาวราหู(๘) ซึ่งดาวอังคาร(๓)จะเป็นดาวประจำตัวของราศีเมษ แทนในส่วนนี้จะเป็นการที่ตนนั้นเป็นคนที่จะต้องขับเคลื่อนชีวิตไปด้วยตนเอง มากกว่าการได้รับการช่วยเหลือจากผู้อื่น “กล้าแข็งขยันทายอังคาร” ขาดไม่ได้ในส่วนนี้ย่อมมีทิศทางชีวิตที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อตนนั้นมีความมุมานะ  ดาวราหู(๘)เป็นดาวที่มาจากเรือนลาภะของตน ย่อมให้ความหมายที่เกี่ยวกับลาภผล ในลักษณะของดาวราหู(๘)จะเป็นในเรื่องของไหวพริบปฏิภาณ การสังเกต การพลิกแพลง สิ่งนี้เป็นทักษะที่ควรส่งเสริมสำหรับชาวราศีเมษ ที่กล่าวมานั้นชาวราศีเมษที่รู้จักพัฒนาความขยันและมีไหวพริบ จะเป็นคนที่มากด้วยความสามารถ และ ทำให้เกิดความสำเร็จมีลาภผลได้ดี แต่เมื่อเราถามถึงโอกาส เราต้องมองถึงคนรอบข้างที่จะมาเป็นโอกาสให้กับตนว่ามีอะไรบ้าง ดาวศุกร์(๖)เป็นดาวคู่มิตรกับตน การจะมีมิตรที่ดีและส่งเสริมจะมาจาก คนที่เป็นหุ้นส่วนกับเรา หรือ คนรัก ถ้าการเลือกคบหาผิดก็จะผิดไปตั้งแต่การเริ่มต้น ดาวศุกร์(๖) ยังเป็นดาวเจ้าเรือนการเงิน การที่มีหุ้นส่วน ย่อมได้รับผลดีในเรื่องของการลงทุน หรือ การสนับสนุนในเรื่องการเงิน ในกรณีที่เป็นเขามาร่วมกับเรา จะเป็นการช่วยสนับสนุนเราในเรื่องเงิน แต่เรื่องอื่นๆจะช่วยอะไรไม่ได้มาก ส่วนกรณีที่เราไปร่วมกับเขา เรานั้นจะไปสร้างความมั่นคงให้กับคนอื่นได้เป็นอย่างดี แต่พอไประยะหนึ่งก็จะมีเรื่องราวที่จะต้องแยกทางกันไป นี่ก็จะเป็นข้อดีและเสียแตกต่างกันไป ว่าจะให้เขามาทำกับเรา หรือ เราไปทำกับเขา ในส่วนเรื่องของเพื่อนและสังคม ราศีเมถุน(ราศีธาตุลม)จะเป็นเรือนสหัชชะ(เพื่อน/สังคม/การติดต่อ) มีดาวพุธ(๔)เป็นดาวเจ้าเรือน และ เป็นดาวดวงเดียวกับดาวเจ้าเรือนอริ ในการที่ตนนั้นเข้าสังคม หรือ เข้าหาเพื่อน จะเป็นการสร้างโอกาสได้ดี แต่หากเป็นลักษณะเพื่อนเข้าหาตน จะเป็นการที่นำมาซึ่งโอกาส และ ปัญหาในเวลาเดียวกัน เช่น ปัญหาที่เขาแก้ไม่ได้แต่เราสามารถแก้ไขได้ ถ้าเป็นเรื่องงานอาจจะมีประโยชน์ต่อยอดได้เช่นกัน แต่ไม่ใช่เลือกคบเพื่อนที่นำมาแต่ปัญหาให้ตนเดือดร้อน อันนี้ต้องแยกแยะ สำคัญคือไม่ควรให้เพื่อนมายุ่งกับผลประโยชน์ของตนมากไป เพราะจะทำให้เสียมิตรภาพ เจอการดิสเครดิต การโดนหักหลัง หากการที่จะนำเพื่อนมาเป็นหุ้นส่วนต้องพิจารณาให้ดี มันมีส่วนดีและเสียแตกต่างกัน สำหรับเนื้อหา Part III (จุดเสื่อม)จะมีให้ติดตามอ่านกันต่อไป
 
 
ราศีสิงห์(กลางธาตุไฟ)  

คุณสมบัติของราศีกลางธาตุไฟ ย่อมเป็นไฟที่มีความสมดุล ไม่เบา หรือ มากเกินไป ทำให้มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความมุ่งมั่นตังใจ สำหรับราศีธาตุลมที่เป็นเรือนส่งเสริมจะมี ราศีตุลย์(เรือนสหัชชะ) แทนเรื่องเพื่อนสังคม การติดต่อ ราศีกุมภ์(เรือนปัตนิ) แทนหุ้นส่วน คนรัก ราศีเมถุน(เรือนลาภะ) แทนลาภผล พอเราไปผูกเรื่องราวสัมพันธ์กันจะเห็นว่าชาวราศีสิงห์ ย่อมมีเพื่อนฝูงมาก แต่ตนนั้นเวลาเข้าหาเพื่อน หรือ การหาโอกาสจากเพื่อนย่อมไม่ค่อยได้รับการตอบรับ หรือ เห็นคุณค่าของตนเท่าไรหนัก หรือ การที่ตนนั้นไปมีหุ้นส่วน ก็จะเหนื่อยมากกว่าการทำอะไรด้วยตนเอง หรือ โดนหลอกใช้ประโยชน์ และ ที่กล่าวมาจะรู้สึกว่าตนเองด้อยค่าลงเวลาที่ต้องไปพึ่งพาคนอื่น คนราศีสิงห์โดยส่วนที่โดดเด่น มักจะเป็นคนที่พึ่งพาตัวเองเป็นหลัก ดาวอาทิตย์(๑)เป็นดาวประจำตัวของราศีสิงห์ ให้คิดถึงดวงอาทิตย์ เป็นจุดศูนย์กลางที่ดาวทุกดวงโคจรรอบ ตนเองก็เป็นเหมือนความสว่างและพลังงานที่ใครๆก็เข้ามาพึ่งพาอาศัย แต่เมื่อหมดผลประโยชน์ก็จะโดนเมินใส่ เหมือนเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ และ เป็นที่พึ่งพามากกว่าการที่ต้องเป็นคนคล้อยตามผู้อื่น หากเป็นเหมือนจุดกลาง ต้องรู้จักการเลือกคบหาคน เพราะที่เข้ามาจะเป็นพวกเอาประโยชน์จากเราเป็นส่วนมาก แต่ถ้าเป็นคนที่ให้เกียรติ เห็นความสำคัญของเรา อย่าละเลยคนแบบนี้เพราะนี่เป็นมิตรแท้ของคุณ โอกาสอยู่รอบตัวและการโดนเอาเปรียบก็อยู่ด้วยเช่นกัน ดาวพุธ(๔)เป็นดาวเจ้าเรือนการเงินและดาวเจ้าเรือนลาภะของตน “เจรจาอ่อนหวานทายพุธ” สิ่งนี้สมควรมุ่งเน้นให้มากเพราะจะเป็นเหมือนสิ่งที่นำมาซึ่งเงินทองและลาภผล เน้นการเจรจา การพูดจาให้ดี ศึกษาเรื่องการโฆษณา การติดต่อสื่อสารต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบที่ตนเองสามารถพัฒนาได้ย่อมนำมาซึ่งประโยชน์มาก คนสิงห์ย่อมเป็นคนที่โดดเด่นในการนำ แต่ชีวิตบางครั้งก็จำเป็นต้องมีตัวช่วย ดาวพฤหัสบดี(๕)เป็นดาวคู่มิตรกับตน ซึ่งเป็นดาวที่มาจากเรือนปุตตะ(บริวาร/ความคาดหวัง/โปรเจค) ผู้ที่จะมาช่วยเหลือย่อมเป็นลูกน้องบริวาร หรือ ผู้ใหญ่เจ้านาย หากได้คนดีมาช่วยเหลือคุณจะไปได้สุดกับสิ่งที่ทำจริงๆ แต่มันก็อยู่ไม่ค่อยนานส่วนมากช่วยได้ไม่นานก็จะต้องย้ายเปลี่ยนออกไป ถ้าเจอไม่ดีก็นำปัญหามาให้ทำให้ไม่ก้าวหน้า สิ่งสำคัญในนิยามของดาวพฤหัสบดี คือ “ปัญญาบริสุทธิ์ทายพฤหัสบดี”  ขาดไม่ได้คือการเรียนรู้ คนสิ่งต้องเพื่อความรู้ตนเองอยู่เสมอ หรือ คบมิตรที่เป็นเหมือนปราชญ์ คนมีความรู้ ย่อมส่งเสริมได้อย่างชัดเจน สำหรับเนื้อหา Part III (จุดเสื่อม)จะมีให้ติดตามอ่านกันต่อไป
 
 
ราศีธนู(ปลายธาตุไฟ) 

คุณสมบัติของราศีปลายธาตุไฟ ย่อมเป็นเหมือนไฟที่แผ่วเบา ติดๆ ดับๆ จึงทำให้ขาดความต่อเนื่อง ความมุ่งมั่นตั้งใจมาเป็นพักๆ ดังนั้นต้องมีส่วนอื่นที่มาส่งเสริมธาตุของตน เช่น ธาตุลม จะเป็นโอกาสในการสนับสนุนได้เป็นอย่างดี ในความสำคัญดาวประจำตัวของราศีธนู คือ ดาวพฤหัสบดี(๕) “ปัญญาบริสุทธิ์ทายพฤหัสบดี” ส่งส่งผลให้ชาวราศีธนูนั้นเป็นเหมือนปราชญ์ ผู้ชอบศึกษาหาความรู้ หรือ เป็นเหมือนครูอาจารย์ที่ถ่ายทอดสิ่งที่รู้ให้กับผู้อื่น ดั่งนั้นสิ่งที่จะขาดไม่ได้คือความรู้ ย่อมเป็นสิ่งที่ส่งผลดีกับตนอย่างชัดเจน หรือ ห้ามขาดในเรื่องของความยุติธรรม ศีลธรรม เวลาใดที่ตัวตนของคุณเสื่อมลง ย่อมนำมาพร้อมความเสื่อมให้กับคนในครอบครัวเช่นเดียวกัน  เมื่อเรามาพูดถึงโอกาส ราศีที่เป็นธาตุลมจะมี ราศีกุมภ์(สหัชชะ) ราศีเมถุน(ปัตนิ) ราศีตุลย์(ลาภะ) จะเห็นได้ว่าการที่ตนนั้นจะไปทำอะไรร่วมกับคนอื่น ควรจะเป็นการทำร่วมกันกับที่บ้าน ธุรกิจครอบครัว หรือ ร่วมกับคนรักจะส่งผลดีกว่า หากนำเพื่อนมาทำร่วมกันย่อมเกิดปัญหามากที่จะแตกหัก หรือ เสียเครดิต แต่ถ้าเป็นการหาโอกาสให้เพื่อนมาสนับสนุน หรือ ให้เพื่อนช่วยเหลือ จะส่งผลดีกว่าการมาทำร่วมกัน ชาวราศีธนูเป็นนักคิดวางแผน ถ้าจะดีย่อมต้องมองหา บริวาร ลูกน้อง ดาวอังคาร(๓) เป็นดาวคู่สมพลกับดาวพฤหัสบดี(๕) เป็นดาวเจ้าเรือนปุตตะ และ ดาวเจ้าเรือนวินาศ จะเป็นในรูปแบบต่างคนต่างได้ประโยชน์ ไม่ใช่เป็นการคบหาแบบมิตรภาพช่วยเหลือ ต้องจัดสรรในเรื่องผลประโยชน์ให้ดีถึงจะมีลูกน้อง บริวารที่จะอยู่กันนาน ดาวอังคาร(๓) ยังเป็นดาวธาตุลม ให้ผลในการขับเคลื่อน ดังนั้นการมีลูกน้องบริวารดี ย่อมขับเคลื่อนในสิ่งที่ทำไปได้ไกลจนสุดทาง รวมถึงชาวราศีธนูต้องมีความกล้าและขยันให้มาก คิดและลงมือทำ มากกว่าการคิดแต่ไม่ทำ ตามนิยาม “กล้าแข็งขยันทายอังคาร” เนื่องจากราศีของตนเป็นปลายธาตุไฟ มันจึงส่งผลกับพฤติกรรมที่แสดงออกมาแบบไม่ต่อเนื่อง หมดไฟได้ง่าย หรือ ต้องมีอะไรมากระตุ้นถึงจะฮึดเป็นพักๆ ดังนั้นโอกาสย่อมมาจาก ความรู้ที่ต้องเพิ่มพูน และ การบริหารลูกน้องบริวาร หากตนทำงานคนเดียวไม่มีบริวารย่อมต้องเป็นผู้ที่ใช้สิ่งที่รู้นำไปถ่ายถอด หรือ โน้มน้าว เน้นทักษะการสื่อสารจะส่งผลดีในสิ่งที่ทำอย่างชัดเจน สำหรับเนื้อหา Part III (จุดเสื่อม)จะมีให้ติดตามอ่านกันต่อไป
 
 

< สำหรับราศีธาตุดิน >

ราศีมังกร(แม่ธาตุดิน) 

มีคุณสมบัติธาตุดินที่ส่งผลให้มีความหนักแน่น อดทน มั่นคง แต่ในขณะเดียวกันราศีแม่ธาตุดิน ย่อมเป็นดินที่แข็ง ยากต่อการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและการกระทำ มีความดื้อรั้น เป็นตัวเองสูง การที่จะมีน้ำมาปรับเปลี่ยนย่อมมีผลแต่ไม่ค่อยมากนัก จะมีดาวพุธ(๔) และ ดาวศุกร์(๖) ที่เป็นดาวธาตุน้ำ จะส่งเสริมได้ดี แทนความหมายของดาวพุธ(๔) “เจรจาอ่อนหวานทายพุธ” และ ความหมายของดาวศุกร์(๖) “กิเลส กำดัด ทายศุกร์”  โดยสิ่งนี้ย่อมเป็นเหมือนน้ำเติมเต็มให้เกิดความอุดมสมบูรณ์กับชาวราศีมังกร ในส่วนที่เป็นดาวพุธ(๔)จะเรื่องของการเจรจา ทักษะการสื่อสาร การวิเคราะห์เก็บรายละเอียด การรวบรวมข้อมูลประมวลผล จึงเป็นสิ่งที่ต้องมุ่งเน้นพัฒนา มีความสำคัญอย่างมาก และ ในส่วนของดาวศุกร์(๖) ในความหมายของดาวศุกร์(๖) จะส่งผลในเรื่องของความรู้สึก อารมณ์ หรือ ความปรารถนา สิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อน เห็นผลได้ชัดเจนในเรื่องของการงาน เนื่องจากดาวศุกร์(๖)จะเป็นดาวเจ้าเรือนการงานและดาวเจ้าเรือนปุตตะ สิ่งที่เป็นงานของชาวราศีมังกร มักจะออกมาในรูปแบบของงานที่ต้องมีศาสตร์และศิลป์ในการถ่ายทอด ไม่ว่าจะด้วยการพูด หรือ เป็นชิ้นงาน งานโปรเจค สินค้าประเภทอาหาร/เสื้อผ้า แต่ที่กล่าวมานั้นสามารถทำได้แต่ถ้าทำแล้วดี คือ ต้องมาจากความชอบและสนุกกับสิ่งที่ทำ สังเกตเวลาที่ตัวเองทำงานมักจะมีปัญหาที่เกิดจากอารมณ์ของตน ไม่ชอบ หรือ ไม่สนุกกับงาน ทั้งที่งานไม่ได้มีปัญหาอะไรก็ยังส่งผลให้ตนต้องย้ายเปลี่ยนงาน เพราะอารมณ์ในการทำงานมันไม่ได้ ส่วนเรื่องของโอกาสของชาวราศีมังกร ย่อมเกิดจากตนเองมากกว่าการพึ่งพาคนอื่น คิดและทำเองจะเห็นผลชัดเจน สิ่งที่ได้เปรียบจะเป็นประสบการณ์ของตน และ ความอดทนที่มีมากย่อมไปถึงเป้าหมายที่ตนวางไว้ไม่ช้าก็เร็ว รวมถึงการมีมิตรหรือผู้ใหญ่ช่วยหนุนอยู่เบื้องหลัง หรือ ช่วยในเรื่องของสังคมของตน  สำหรับเนื้อหา Part III (จุดเสื่อม)จะมีให้ติดตามอ่านกันต่อไป
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่