อยากสอบถามเพื่อนๆ หน่อยครับ
เรื่องที่ 1 ผมไปหาหมอ : เนื่องจากผมเพิ่งไปหาหมอ รพ.กรุงเทพxx แผนกกระดูกและข้อ เนื่องจากปวดหัวไหล่ทั้ง 2 ข้าง เป็นมาร่วมๆ 2 เดือนไม่หาย หมอจับๆ คลำๆ แล้วถามว่าเจ็บมั๊ย ซึ่งบางจังหวะเจ็บก็บอกเจ็บ หมอก็ถามไปทำอะไรมา ยกของหนักหรืออะไรหรือเปล่า ผมบอกเปล่า แต่จำได้ว่าเริ่มเจ็บตอนฉีด Az เข็มที่ 2 (SV เข็มแรก ไม่เจ็บ) ร่างกายระบมไปหมด พอหายไข้ ปวดเมื่อย แต่หัวไหล่ไม่ยักหาย และเจ็บมาเรื่อยๆ นอนตะแคงไม่ได้เลยทรมานมาก และให้ข้อมูลหมอเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ผมเคยมาหาหมอกระดูกที่ รพ.นี้ล่ะ เพราะปวดข้อนิ้ว ทั้งมือและเท้า โดยคิดว่าตัวเองเป็นรูมาตอย หรือเก๊า แต่มาตรวจเลือดหมอบอกว่าขาดวิตามิน D
ทีนี้ผมถามหมอบ้าง ตกลงผมเป็นอะไรครับ
หมอตอบว่าผมก็ไม่รู้ หากอยากรู้ต้อง MRI
ผมสตั๊นไปพักนึง แล้วถามว่าค่าสแกนเท่าไรครับ
หมอบอกว่าข้างละ 15000 บาท แม่เจ้า 2 ข้าง 3 หมื่น ???
ผมเลยบอกว่าคงยังไม่ทำหรอกครับ และถามต่อว่าเท่าที่หมอตรวจคนไข้มา พอจะสันนิฐานว่าเป็นอะไรครับ
หมอตอบว่าผมก้ไม่รู้ อยากรู้ต้อง MRI เท่านั้น
ผมถามต่อแล้ว แล้วยังไงต่อครับ
หมอบอกงั้นให้ยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบ กับวิตามิน D ไปแล้วกัน (แก้อักเสบ เพราะผมเจ็บแขน ส่วนวิตามิน D คงให้เพราะผมให้ข้อมูลหมอไป)
สรุป 1 : ตกลงเดี๋ยวนี้วิชาชีพหมอ และประสบการณ์การรักษา ไม่ต้องใช้แล้วหรอครับ จรรยาบรรณไม่มีแล้วหรอ เอะอะจะจับสแกน MRI ท่าเดียว แถมไม่ให้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์เลย ผมต้องการมาหาหมอเพื่อให้หมอช่วยดูว่าเป็นอะไร เพราะผมคิดว่าเป็นการเจ็บป่วยธรรมดาในความคิดผม ซึ่งการสแกน MRI มันน่าจะทำในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหนักๆ มา เช่นรถชน หรือ เกิดจากการรักษาโรคบางที่เจ็บมานานๆ เช่นเจ็บหลัง หรืออะไรแบบเรื้อรัง ไม่หาย ซึ่งเป็นได้ว่ากระดูกทับเส้นประสาท ประมาณนั้นครับ และอีกอย่างค่า MRI ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีเงินจ่ายได้ และท้ายสุดผมได้ยามากิน 1 สัปดาห์ ซึ่งยังไม่หาย
เรื่องที่1-2 : พอไม่หายผมก็ไปหาหมอคิลิกแถวบ้านซึ่งเป็นหมอลุคชาวบ้านๆ แต่ดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 ศิริราชพยาบาล (เห็นจากป้ายในคลิกนิก) ซึ่งผมไม่รู้มาก่อนว่าแถวบ้านมีหมอคนนี้อยู่ ผมก็เล่าอาการให้ฟังเหมือนเล่าหมอคนก่อน แล้วบอกหมอไปว่าไป รพ นี้มาแล้วแต่ไม่หาย เค้าก็ฟังเฉยๆ แล้วถามว่าหมอชื่ออะไร แต่ผมจำไม่ได้แล้วตรวจต่อขยับแขนไปๆ มาๆ แล้วถามผมเป็นระยะๆ แล้วหมอบอกว่า ไม่เกี่ยวกับการฉีด Az ไม่เกี่ยวกับกล้ามเนื้ออักเสบตามที่หมอคนแรกวินิจฉัย เพราะหากเป็นที่กล้ามเนื้อจะไม่ใช่แบบนี้ บลาๆ แต่ที่เป็นเป็น คือ เส้นเอ็นอักเสบ ไม่พอๆ ยังไปยกเอา Model จำลองหัวไหล่มาอธิบายยิบๆ แทบไม่เปิดโอกาสให้ผมถาม เพราะแกเล่ามาเป็นชุดๆ แถมถามว่าตอนนอนหลับดีมั๊ย เหมือนเค้ารู้ว่าไม่สบายแน่นอน เค้าเลยให้ยาคลายเส้นประสาทมากินก่อนนอน พร้อมกับยาอื่นๆ อีก
สรุป 2 : ผมไป รพ. เอกชน เพื่อความสะดวกสบาย ไม่ต้องต่อคิวนาน บริการดีๆ จ่ายแพงกว่าไม่ว่า แต่สิ่งที่ผมได้ คือ อะไร บอกตรงๆ สมัยก่อนไม่เป็นแบบนี้ หรือเพราะ ผอ. รพ. ต้องทำเป้า เลยสั่งหมอให้จับ MRI ทุกกรณี??
สรุป 3 : ผมจ่ายค่ายาคลินิกหมอบ้านๆ ไป 1 พันนิดๆ เมื่อเทียบกับ รพ.ขนาดใหญ่ ชื่อเสียงดี 3 พันกว่า แถมได้บริการแบบนี้ คิดกันเอานะครับ ส่วนอาการรู้สึกดีขึ้นทีละนิดๆ เพราะนับจากวันที่โพส นี่ผ่านมา 2 วันเองครับ
เรื่องที่ 2 เหตุเกิดก่อนผมไปหาหมอประมาณ 1 เดือน : ภรรยาเล่นเซิร์ฟบอร์ดกับลูก แล้วล้ม ศอกกระแทกพื้นเจ็บ วันแรกก็ทายานวด Counterpain ปกติ แต่มันบวมแดง เค้าเลยไปหาหมอ กระดูกที่ รพ. เดียวกัน แต่ไม่แน่ใจว่าเจอหมอคนเดียวกับผมหรือไม่ ตามสูตรเลยครับ
ไปทำอะไรมา ล้มมาหรอ จับๆ คลำๆ
แฟนผมบอกเป็นอะไรมากเปล่าคะ
หมอบอกไม่รู้ ถ้าอยากรู้ต้อง MRI
แฟนผมถามเท่าไร หมอบอกจุดละ 15000 เหมือนกันเป๊ะๆ เหมือนกับว่า รพ. เค้าเขียนพลอตมาให่พูดแบบเดียวกันหมด
แฟนผมบอกไม่ทำค่ะ หมอเลยให้ยาแก้อีกเสบกะยานวด หมดไป 2 พันกว่าบาท
แต่แฟนผมกินยา 2 -3 วันก็หายปกติ
แรกๆ ผมฟังก็เฉยๆแต่พอไปหาเองนี่รู้เลยครับว่า นี่มันเป็นบทที่ถูกเขียนมาแล้วแน่นอน เหอๆ
บทสรุปส่งท้าย : ความสะดวกสบายใครๆ ก็อยากได้แม้จ่ายแพงกว่าหน่อย แต่ไม่ใช่ทุกๆ คนที่เข้า รพ. เอกชน จะจ่ายได้ทั้งหมด ส่วนหมอก็ควรมีจรรยาบรรณบ้าง ให้ข้อมูลคนไข้บ้าง ไม่ใช่ตอบ " ผมก็ไม่รู้ อยากรู้ต้อง MRI" แบบนี้คุณไม่ต้องเรียนหมอมาหรอกครับ เพราะเป็นที่พึ่งให้คนไข้ไม่ได้เลย บอกตรงๆ
ปล.เรื่องทั้งหมดคือเรื่องจริง คนในเหตุการณ์คือคนจริงๆ ไม่ใช่หมาแมวที่ไหน
รพ.เอกชน ขาดจรรยาบรรณไปแล้วหรอ
เรื่องที่ 1 ผมไปหาหมอ : เนื่องจากผมเพิ่งไปหาหมอ รพ.กรุงเทพxx แผนกกระดูกและข้อ เนื่องจากปวดหัวไหล่ทั้ง 2 ข้าง เป็นมาร่วมๆ 2 เดือนไม่หาย หมอจับๆ คลำๆ แล้วถามว่าเจ็บมั๊ย ซึ่งบางจังหวะเจ็บก็บอกเจ็บ หมอก็ถามไปทำอะไรมา ยกของหนักหรืออะไรหรือเปล่า ผมบอกเปล่า แต่จำได้ว่าเริ่มเจ็บตอนฉีด Az เข็มที่ 2 (SV เข็มแรก ไม่เจ็บ) ร่างกายระบมไปหมด พอหายไข้ ปวดเมื่อย แต่หัวไหล่ไม่ยักหาย และเจ็บมาเรื่อยๆ นอนตะแคงไม่ได้เลยทรมานมาก และให้ข้อมูลหมอเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ผมเคยมาหาหมอกระดูกที่ รพ.นี้ล่ะ เพราะปวดข้อนิ้ว ทั้งมือและเท้า โดยคิดว่าตัวเองเป็นรูมาตอย หรือเก๊า แต่มาตรวจเลือดหมอบอกว่าขาดวิตามิน D
ทีนี้ผมถามหมอบ้าง ตกลงผมเป็นอะไรครับ
หมอตอบว่าผมก็ไม่รู้ หากอยากรู้ต้อง MRI
ผมสตั๊นไปพักนึง แล้วถามว่าค่าสแกนเท่าไรครับ
หมอบอกว่าข้างละ 15000 บาท แม่เจ้า 2 ข้าง 3 หมื่น ???
ผมเลยบอกว่าคงยังไม่ทำหรอกครับ และถามต่อว่าเท่าที่หมอตรวจคนไข้มา พอจะสันนิฐานว่าเป็นอะไรครับ
หมอตอบว่าผมก้ไม่รู้ อยากรู้ต้อง MRI เท่านั้น
ผมถามต่อแล้ว แล้วยังไงต่อครับ
หมอบอกงั้นให้ยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบ กับวิตามิน D ไปแล้วกัน (แก้อักเสบ เพราะผมเจ็บแขน ส่วนวิตามิน D คงให้เพราะผมให้ข้อมูลหมอไป)
สรุป 1 : ตกลงเดี๋ยวนี้วิชาชีพหมอ และประสบการณ์การรักษา ไม่ต้องใช้แล้วหรอครับ จรรยาบรรณไม่มีแล้วหรอ เอะอะจะจับสแกน MRI ท่าเดียว แถมไม่ให้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์เลย ผมต้องการมาหาหมอเพื่อให้หมอช่วยดูว่าเป็นอะไร เพราะผมคิดว่าเป็นการเจ็บป่วยธรรมดาในความคิดผม ซึ่งการสแกน MRI มันน่าจะทำในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหนักๆ มา เช่นรถชน หรือ เกิดจากการรักษาโรคบางที่เจ็บมานานๆ เช่นเจ็บหลัง หรืออะไรแบบเรื้อรัง ไม่หาย ซึ่งเป็นได้ว่ากระดูกทับเส้นประสาท ประมาณนั้นครับ และอีกอย่างค่า MRI ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีเงินจ่ายได้ และท้ายสุดผมได้ยามากิน 1 สัปดาห์ ซึ่งยังไม่หาย
เรื่องที่1-2 : พอไม่หายผมก็ไปหาหมอคิลิกแถวบ้านซึ่งเป็นหมอลุคชาวบ้านๆ แต่ดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 ศิริราชพยาบาล (เห็นจากป้ายในคลิกนิก) ซึ่งผมไม่รู้มาก่อนว่าแถวบ้านมีหมอคนนี้อยู่ ผมก็เล่าอาการให้ฟังเหมือนเล่าหมอคนก่อน แล้วบอกหมอไปว่าไป รพ นี้มาแล้วแต่ไม่หาย เค้าก็ฟังเฉยๆ แล้วถามว่าหมอชื่ออะไร แต่ผมจำไม่ได้แล้วตรวจต่อขยับแขนไปๆ มาๆ แล้วถามผมเป็นระยะๆ แล้วหมอบอกว่า ไม่เกี่ยวกับการฉีด Az ไม่เกี่ยวกับกล้ามเนื้ออักเสบตามที่หมอคนแรกวินิจฉัย เพราะหากเป็นที่กล้ามเนื้อจะไม่ใช่แบบนี้ บลาๆ แต่ที่เป็นเป็น คือ เส้นเอ็นอักเสบ ไม่พอๆ ยังไปยกเอา Model จำลองหัวไหล่มาอธิบายยิบๆ แทบไม่เปิดโอกาสให้ผมถาม เพราะแกเล่ามาเป็นชุดๆ แถมถามว่าตอนนอนหลับดีมั๊ย เหมือนเค้ารู้ว่าไม่สบายแน่นอน เค้าเลยให้ยาคลายเส้นประสาทมากินก่อนนอน พร้อมกับยาอื่นๆ อีก
สรุป 2 : ผมไป รพ. เอกชน เพื่อความสะดวกสบาย ไม่ต้องต่อคิวนาน บริการดีๆ จ่ายแพงกว่าไม่ว่า แต่สิ่งที่ผมได้ คือ อะไร บอกตรงๆ สมัยก่อนไม่เป็นแบบนี้ หรือเพราะ ผอ. รพ. ต้องทำเป้า เลยสั่งหมอให้จับ MRI ทุกกรณี??
สรุป 3 : ผมจ่ายค่ายาคลินิกหมอบ้านๆ ไป 1 พันนิดๆ เมื่อเทียบกับ รพ.ขนาดใหญ่ ชื่อเสียงดี 3 พันกว่า แถมได้บริการแบบนี้ คิดกันเอานะครับ ส่วนอาการรู้สึกดีขึ้นทีละนิดๆ เพราะนับจากวันที่โพส นี่ผ่านมา 2 วันเองครับ
เรื่องที่ 2 เหตุเกิดก่อนผมไปหาหมอประมาณ 1 เดือน : ภรรยาเล่นเซิร์ฟบอร์ดกับลูก แล้วล้ม ศอกกระแทกพื้นเจ็บ วันแรกก็ทายานวด Counterpain ปกติ แต่มันบวมแดง เค้าเลยไปหาหมอ กระดูกที่ รพ. เดียวกัน แต่ไม่แน่ใจว่าเจอหมอคนเดียวกับผมหรือไม่ ตามสูตรเลยครับ
ไปทำอะไรมา ล้มมาหรอ จับๆ คลำๆ
แฟนผมบอกเป็นอะไรมากเปล่าคะ
หมอบอกไม่รู้ ถ้าอยากรู้ต้อง MRI
แฟนผมถามเท่าไร หมอบอกจุดละ 15000 เหมือนกันเป๊ะๆ เหมือนกับว่า รพ. เค้าเขียนพลอตมาให่พูดแบบเดียวกันหมด
แฟนผมบอกไม่ทำค่ะ หมอเลยให้ยาแก้อีกเสบกะยานวด หมดไป 2 พันกว่าบาท
แต่แฟนผมกินยา 2 -3 วันก็หายปกติ
แรกๆ ผมฟังก็เฉยๆแต่พอไปหาเองนี่รู้เลยครับว่า นี่มันเป็นบทที่ถูกเขียนมาแล้วแน่นอน เหอๆ
บทสรุปส่งท้าย : ความสะดวกสบายใครๆ ก็อยากได้แม้จ่ายแพงกว่าหน่อย แต่ไม่ใช่ทุกๆ คนที่เข้า รพ. เอกชน จะจ่ายได้ทั้งหมด ส่วนหมอก็ควรมีจรรยาบรรณบ้าง ให้ข้อมูลคนไข้บ้าง ไม่ใช่ตอบ " ผมก็ไม่รู้ อยากรู้ต้อง MRI" แบบนี้คุณไม่ต้องเรียนหมอมาหรอกครับ เพราะเป็นที่พึ่งให้คนไข้ไม่ได้เลย บอกตรงๆ
ปล.เรื่องทั้งหมดคือเรื่องจริง คนในเหตุการณ์คือคนจริงๆ ไม่ใช่หมาแมวที่ไหน