สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
ประเทศเราเก็บภาษีแพงตอนซื้อรถ แต่เก็บภาษีรายปีถูกมากๆแทบจะถูกที่สุดประเทศนึงบนโลก
ในขณะที่อีกหลายๆประเทศภาษีที่เก็บรวมตอนซื้อรถไม่แพง แต่ภาษีรายปีโหดมากๆ
แถมต้องจ่ายค่าใช้จ่ายแฝงสารพัด จนบางประเทศใช้รถเกิน10ปีจะไม่คุ้มจ่ายภาษีเท่ากับซื้อรถใหม่
หลักการเก็บภาษีจากรถยนต์ก็เหมือนที่อดีตนายกทักษิณเคยพูดไว้ตอนปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน คือ
คนที่มีความสามารถพอจะซื้อรถยนต์ก็ควรต้องจ่ายภาษี เอามาบำรุงโครงสร้างพื้นฐาน แทนที่จะไปเก็บ
จากคนรายได้น้อยแต่ไม่ได้ซื้อรถ
และอย่าลืมว่าเมืองไทยเราเป็นประเทศที่เก็บภาษีเงินได้น้อยมากๆ แถมคนที่รายได้ไม่ถึงปีละ150,000
ไม่ต้องมีภาระภาษีตรงนี้ ทำงานได้เท่าไหร่เก็บไปเต็มๆ หลายประเทศบนโลกอิจฉาระบบภาษีแบบเรา
เพราะแต้มต่อในการสร้างเนื้อสร้างตัวตอนเริ่มทำงานสูง แถมเลี่ยงภาษีกันไม่ยาก
ถ้าเราจะลดการเก็บภาษีรถยนต์ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เราก็ต้องหาภาษีตัวอื่นมาอุดช่องว่างตรงนี้
ง่ายที่สุดคือขึ้น ภงด.หรือ เก็บ ภงด.ทุกๆคนที่มีรายได้ ทำงานเดือนละ2,000ก็ต้องจ่าย
ร้านค้าแผงลอย ตลาดนัด ก็ต้องเก็บหมดทั่วหน้า เพื่อเอาภาษีมาบำรุงโครงสร้างของประเทศ
ทดแทนในส่วนที่ลดการเก็บภาษีจากจุดอื่น
คนไทยหลายๆคนจ่ายแต่vat7% ก็ร้องแล้วภาษีกูๆ ถ้าโดนแบบในต่างประเทศที่ทำรัฐสวัสดิการดีๆ
ทำงานหาเงินไม่ว่าจะได้น้อยแค่ไหน รายได้100โดนภาษีอย่างน้อย30ทุกคนทุกอาชีพ เรารับได้รึเปล่า
ในขณะที่อีกหลายๆประเทศภาษีที่เก็บรวมตอนซื้อรถไม่แพง แต่ภาษีรายปีโหดมากๆ
แถมต้องจ่ายค่าใช้จ่ายแฝงสารพัด จนบางประเทศใช้รถเกิน10ปีจะไม่คุ้มจ่ายภาษีเท่ากับซื้อรถใหม่
หลักการเก็บภาษีจากรถยนต์ก็เหมือนที่อดีตนายกทักษิณเคยพูดไว้ตอนปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน คือ
คนที่มีความสามารถพอจะซื้อรถยนต์ก็ควรต้องจ่ายภาษี เอามาบำรุงโครงสร้างพื้นฐาน แทนที่จะไปเก็บ
จากคนรายได้น้อยแต่ไม่ได้ซื้อรถ
และอย่าลืมว่าเมืองไทยเราเป็นประเทศที่เก็บภาษีเงินได้น้อยมากๆ แถมคนที่รายได้ไม่ถึงปีละ150,000
ไม่ต้องมีภาระภาษีตรงนี้ ทำงานได้เท่าไหร่เก็บไปเต็มๆ หลายประเทศบนโลกอิจฉาระบบภาษีแบบเรา
เพราะแต้มต่อในการสร้างเนื้อสร้างตัวตอนเริ่มทำงานสูง แถมเลี่ยงภาษีกันไม่ยาก
ถ้าเราจะลดการเก็บภาษีรถยนต์ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เราก็ต้องหาภาษีตัวอื่นมาอุดช่องว่างตรงนี้
ง่ายที่สุดคือขึ้น ภงด.หรือ เก็บ ภงด.ทุกๆคนที่มีรายได้ ทำงานเดือนละ2,000ก็ต้องจ่าย
ร้านค้าแผงลอย ตลาดนัด ก็ต้องเก็บหมดทั่วหน้า เพื่อเอาภาษีมาบำรุงโครงสร้างของประเทศ
ทดแทนในส่วนที่ลดการเก็บภาษีจากจุดอื่น
คนไทยหลายๆคนจ่ายแต่vat7% ก็ร้องแล้วภาษีกูๆ ถ้าโดนแบบในต่างประเทศที่ทำรัฐสวัสดิการดีๆ
ทำงานหาเงินไม่ว่าจะได้น้อยแค่ไหน รายได้100โดนภาษีอย่างน้อย30ทุกคนทุกอาชีพ เรารับได้รึเปล่า
แพะ แพะ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1719156 ถูกใจ, puylogin ถูกใจ, Pearl ถูกใจ, jnnang ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3354416 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6336650 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 710782 ถูกใจ, KoKoCrunch ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3241961 ถูกใจรวมถึงอีก 45 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ทำไมถึงไม่มีการปรับลดภาษีการซื้อรถ??
เลยฉุกคิดมาเรื่องนึงว่า รถที่ไทยขายแพงเพราะกำแพงภาษี เลยไปเช็คกับประเทศอื่น (ด้วยตัวราคาเริ่มต้น + ราคาแลกเปลี่ยน ณ เวลาเดียวกัน)
ไทย: 1.3 ล้าน
มาเลย์: 1.1 ล้าน
UK: 1.3 ล้าน
US: 0.8 ล้าน
ญี่ปุ่น: 0.8 ล้าน
จีน: 0.8 ล้าน
มองรู้สึกว่าแพง ยิ่งเทียบกับค่าครองชีพแล้ว การจะสร้างเนื้อสร้างตัวในประเทศไทย แข็งแกร่งมากๆ
เลยไปลองหาข้อมูลเพิ่มเรื่องภาษีรถ
https://www.magcarzine.com/thai-cartax-timeline/
https://wwสนw.magcarzine.com/car-tax-import-007/
เลยสังเกตุว่านโยบายภาษีรถนำเข้านั้น เอาไว้กระตุ้นและช่วยเหลือ อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เมื่อ 2510 - 2520
จากนักลงทุนตปท., บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ, กลยุทธ์ทางภาครัฐ(ดุลการค้า) ณ ตอนนั้น
แต่ตอนนี้เงื่อนไขเหล่านั้นได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว เราควรจะพิจารณาการปรับเปลี่ยนรึเปล่า??
ในความเห็นส่วนตัว รถยนต์ถือเป็นสินค้าที่สำคัญต่อการมีชีวิต, ในชีวิตชาวบ้านการมีรถยนต์ ถือเป็นการยกระดับชีวิตและเพิ่มโอกาสหลายๆในชีวิตมากๆ แต่ในประเทศไทย ผมรู้สึกว่าต้นทุนมันสูงมากเกิน จนทำให้ชาวบ้านเสียโอกาสหลายอย่างในชีวิต
ถึงแม้ว่าจะเพียงแสนเดียว, มันคือทั้งปีของชีวิตคนนึง ถ้าปรับเป็นอย่างอื่นได้ มันขับเคลื่อนเศรษฐกิจและคุณภาพชิวิตกีดีขึ้น
และกฎระเบียบภาษีตัวนี้ ไม่ได้ถูกออกแบบให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่ในสถานการณ์ปัจจุบัน
ตัวอย่างเช่น ในบทความพูดถึงเรื่องรถไฟฟ้าจากจีน ที่"จะ"ได้รับFTA (ภาษีนำเข้าเป็น 0%)
จะเห็นได้ว่ากลายเป็นปัญหาซ้อนปัญหา
กลัวสินค้าจีนทะลัก (ส่วนต่างราคาจากภาษี 80%)
กลัวอุตสาหกรรมชิ้นส่วนมีปัญหา
กลัวนักลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าเจ้าอื่นไม่มา (เพราะต้องชนกับภาษี 80%)
การที่ประชาชนเสียโอกาส ได้สินค้าดี ราคาจับต้องได้ ไม่กลายเป็นปัญหา ??!!!
นโยบายควรจะโฟกัส ที่สร้างความมั่นคงและเติบโต ให้กับประชาชน ไม่ใช่ผลักภาระและความเสี่ยงมาที่ประชาชน...
-----
(อ้างอิงจากบทความ)
ราคา C.I.F: 400,000 บาท.
1. อัตราอากรนำเข้า: 80% คือ [ราคารถ + ค่าขนส่ง + ค่าประกันสินค้า]
2. อัตราภาษีสรรพสามิตร: 30% คือ [(C.I.F + อากรนำเข้า) x อัตราภาษีสรรพสามิตร/ 1-(1.1. x อัตราภาษีสรรพสามิตร)]
3. อัตราภาษีเพื่อมหาดไทย: 10% คือ [ภาษีสรรพสามิตร x 10%]
4. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม: 7% คือ [ฐานภาษี (ราคารถ รวมกับภาษีข้อ 1-3) x อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7% นั่นเอง)]
ซึ่งเมื่อคิดคำนวนแล้วรถคันนี้มีอัตราอากรรวมทั้งหมดอยู่ที่ 187.47% ด้วยกัน
นั่นหมายความว่า หากรถคันนี้มีการนำเข้ามาขายในบ้านเรา จะโดนค่าภาษีถึง 749,880 บาท
และเมื่อรวมกับราคารถก็จะกลายเป็น 1,149,8800 บาท!! นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้รถหลักแสนกลายเป็นหลักล้าน