[CR] ภาษาญี่ปุ่นแบบไม่ตรากตรำโดยเราเอง N4 ไป N2 ภายใน 8 เดือน

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาแนะนำการเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยเทคนิคที่อาจจะดูขี้เกียจไปนิดให้ทุกคนฟัง เผื่อจะเป็นทางเลือกในการเรียนสำหรับคนที่หมดไฟเต็มที เรียนมาหลายปีแล้วเมื่อไรจะอ่านมังงะได้รู้เรื่อง เมื่อไหร่จะดูละครได้แบบไม่พึ่งซับ 

*ก่อนอื่น ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นเลย แนะนำให้ข้ามกระทู้นี้ไปก่อนค่ะ ในช่วงแรก (มินนะ 1-4) ยิ่งมีครูเจ้าของภาษาสอนเราก็จะยิ่งมีพื้นฐานแน่น ภาษาญี่ปุ่นค่อนข้างแตกต่างจากไทยและอังกฤษมาก ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร ระบบการเขียน การออกเสียง และการสร้างคำศัพท์​

เข้าเรื่องค่ะ
หลังจากเจ้าของกระทู้เรียนตำรามินนะจบสี่เล่มตามสูตรยอดนิยม และสอบผ่าน N4 มาแล้ว เจ้าของกระทู้ก็อยากจะกรี๊ดๆๆๆ กับการเรียนตามตำราเรียนค่ะ เพราะไม่ไหวกับการนั่งท่องเป็นนกแก้ว ท่องประโยคตัวอย่างซ้ำไปเรื่อยๆ บุนโปละยี่สิบตัวอย่าง มันทั้งไม่สนุกและเสียเวลาสำหรับเรา จึงตัดสินใจว่ามาลองเรียนวิธีใหม่กันดีกว่า ตอนนั้นคุยกับคนญี่ปุ่นคนนึงค่ะ เค้าบอกเราว่า

“คนญี่ปุ่นเนี่ย ตั้งแต่เกิดมาคันจิมันก็อยู่รอบตัวอยู่แล้วนะหลายพันตัว เพราะฉะนั้นประเด็นของการเรียนรู้มันคือการผ่านตาให้เห็นจำนวนมากตั้งแต่แรก แล้วค่อยให้วันเวลามันช่วยซึมซับ”

พอฟังแล้วก็ เอ้อ มันตรงกันข้ามกับวิธีที่เราเรียนอยู่นะ ไม่ใช่เฉพาะคันจิ แต่แกรมม่า คำศัพท์ เราก็มักจะใช้วิธีท่อง อ่านจนกว่าจะเข้าใจเพอร์เฟ็คต์แล้วค่อยไปต่อกับระดับที่สูงขึ้น ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ตั้งแต่เกิดมาเราก็ได้ยินเสียงคนในทีวีรายงานข่าวด้วยภาษาไทยระดับที่เข้าใจยาก พ่อแม่เราก็ไม่ได้คุยกันด้วยไวยากรณ์ง่ายๆ ให้ทารกได้เรียนเสียหน่อย ลองมาเรียนภาษาต่างประเทศด้วยวิธีนี้ดูไหม

แน่นอนว่าตอนนี้พวกเราก็ไม่ใช่ทารกแล้ว และไม่ได้อาศัยในสภาพแวดล้อมที่มีภาษาญี่ปุ่นรอบตัว เพราะฉะนั้นหนังสือเรียนก็ยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ค่ะ แต่แทนที่เราจะปักหลักมุ่งความสนใจไปที่หนังสือเรียน ก็ใช้มันเป็น ‘ตัวโหลดข้อมูลฉาบฉวย’ แทนดีกว่า 

ขั้นตอนที่ 1 : โหลดข้อมูลฉาบฉวยกันเถอะ
ระยะเวลา: อ่านเล่มละ 2-3 วันพอ รวมไวยากรณ์กับคำศัพท์คือ 1 สัปดาห์ต่อเนื้อหา 1 ระดับ

‘ตัวโหลดข้อมูลฉาบฉวย’ ในที่นี้คือ เราจะอ่านหนังสือเรียนด้วยสปีดที่รวดเร็วมาก สบายๆ ประหนึ่งอ่านขายหัวเราะ เน้นเข้าใจคอนเซปต์พอประมาณ เราอ่านเล่มไวยากรณ์จากชุดเล่มขาว ติวสอบวัดระดับ N3 ของสสท. ค่ะ ในหนึ่งหน้าคู่จะมีไวยากรณ์ประมาณสี่หัวข้อ ทั้งเล่ม 110 หัวข้อได้ ก็อ่านตะลุยมันไปเลย เล่มบางมากอ่านจริงๆ สามวันก็จบแล้ว

อย่าเพิ่งเครียดว่า เฮ้ย เราจะอ่านรูปประโยคใหม่ที่ไม่เคยเรียนมาก่อนตั้ง 110 ภายในสามวันเลยเหรอ มันจะรู้เรื่องเหรอ พื้นฐานมันจะไม่แน่นเอานะ ซึ่งจริงค่ะ อ่านจบแบบผ่านตาเร็วขนาดนั้นมันจะแน่นได้ยังไง คงจะยากที่ผ่านไปสามวันปุ๊บเราจะสร้างประโยคที่ถูกหลักไวยากรณ์ได้ทั้งร้อยรูปแบบ แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญของวิธีการเรียนแบบฉาบฉวยของเรา สาระสำคัญคือ รูปประโยคทั้ง 110 แบบพร้อมคอนเซปต์ที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยได้เคยผ่านตาเราแล้ว

ทำซ้ำแบบเดิมกับคำศัพท์ค่ะ มีเล่มรวมคำศัพท์ของแต่ละระดับ (N2,3) วางขายทั่วไป เปิดคลิปเสียงฟังไปด้วย อ่านประโยคตาม ดูคำแปลไทยไปด้วยรอบนึงรวดเดียวทั้งเล่ม ใช้เวลาแค่สองชั่วโมงเท่านั้น ฟังไปสองรอบพอค่ะ ปิดหนังสือ เย้

จำไม่ได้แน่นอนค่ะ ทั้งไวยากรณ์และคำศัพท์นั่นแหละ แต่มันจะลอยๆ อยู่ในจิตใต้สำนึกอันไกลโพ้น ทั้งไวยากรณ์เป็นร้อยตัวต่อระดับ และศัพท์อีกสองสามพันคำในเล่มที่เราเคยได้ยินได้เห็นคำละสองครั้ง


ขั้นตอนที่ 2 : สร้างสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาญี่ปุ่นให้ตนเองด้วยการเสพสื่อ และถ้าเป็นไปได้ คุยกับคนญี่ปุ่น
ระยะเวลา: ตามใจชอบ อยากเก่งเร็วก็เสพเยอะๆ 1-3 เดือนแล้วแต่ความจัดจ้านและความสามารถทางภาษา

แล้วถามว่าเมื่อไรไอที่ลอยๆ อยู่เนี่ยมันจะเลิกลอยแล้วลงมาอยู่ในสมองล่ะ คำตอบนั้นง่ายมาก เมื่อเราได้พบมันในชีวิตจริงอีกนับครั้งไม่ถ้วนค่ะ ถึงตอนนี้หมดหน้าที่ตัวโหลดข้อมูลฉาบฉวยแล้ว เราเกลียดการนั่งจ้องหนังสือเรียนเล่มเดิมเป็นเดือนๆ ขอไปสู้อ่านการ์ตูนเรื่องโปรดจะดีซะกว่า เพราะฉะนั้นจบจากขั้นตอนนั้นแล้ว หน้าที่ของเราคือสนุกกับการใช้ภาษาญี่ปุ่นในชีวิตจริงให้ได้มากที่สุดค่ะ ปัจจุบันมีทั้งการ์ตูนชุดมือสอง การ์ตูนสแกนดิบ นิยายมือสองมือหนึ่ง เน็ตฟลิกซ์ซับญี่ปุ่นให้เลือกเสพมากมาย ดูมันเข้าไปค่ะ เลือกเรื่องที่ชอบ ระดับที่พอรับไหว เสพให้เยอะที่สุดที่เวลาจะอำนวยได้ ทีนี้แหละไวยากรณ์กับศัพท์ที่เลือนรางบนท้องฟ้าอันห่างไกลจะค่อยๆ ชัดขึ้น ลงมาอยู่ใกล้ตัวเราขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเราก็จะจำมันได้อย่างเป็นธรรมชาติ เวลาที่ใช้ในการจำนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละคนและเวลาที่เราใช้ในการเสพสื่อค่ะ

อ่านหนังสือเรียนอย่างฉาบฉวยเสร็จแล้วลองสร้างตารางเสพสื่อให้ตัวเองดู รับรองว่ามันจะไม่ทรมานอย่างที่คิดค่ะ
จันทร์ ดู Alice in Borderland ซับภาษาญี่ปุ่น 1 ตอน
อังคาร ฟัง Podcast ระดับ N3 3 เรื่องก่อนนอน
พุธ อ่าน Kimi no Nawa ฉบับนิยาย 10 หน้า

มีเวลาว่างบนรถไฟ รอพ่อแม่แฟนพี่น้อง ก็แทรกๆ มันเข้าไปค่ะ แค่ดูหนังไม่ยากเลย อัดเข้าไปให้ได้วันละสองชั่วโมงก็สร้างความแตกต่างได้มากแล้ว

ขั้นตอนที่ 3 : กลับไปอ่านหนังสือใหม่อีกรอบอย่างมีสติขึ้น แต่ไม่ต้องเครียดมาก
ระยะเวลา : 3 วัน
ทีนี้หลังจากได้ไปเจอพวกมันตามที่อยู่ในธรรมชาติมาแล้วผ่านหนัง ละคร หนังสือ มังงะ หรือกระทั่งบทสนทนาจริง เราก็กลับมาอ่านหนังสือเรียนอีกครั้งเพื่อย้ำความเข้าใจค่ะ ถือไฮไลต์สักแท่งในมือ จะลองทำแบบฝึกหัดหรือแต่งประโยคให้ถูกไวยากรณ์ดูสักหน่อยก็ได้ ส่วนคำศัพท์ก็เปิดคลิปพร้อมอ่านไปด้วยอีกสักรอบ สนุกๆ

ขั้นตอนที่ 4 : ลองทำข้อสอบวัดระดับดู
ระยะเวลา: 3 ชั่วโมง
เพลินๆ โดยการโหลดข้อสอบมาลองทำทั้งชุดดู จะพบว่าผ่านแล้ว

ขั้นตอนที่ 5 : ตัดสินใจว่าจะไปเลเวลต่อไป หรือจะกลับเสพสื่อซ้ำและฝึกเขียนพูดให้มากขึ้นก่อนดี แล้วแต่ความซีเรียสในการเรียนของแต่ละคนค่ะ

การเรียนแบบนี้อาจจะดูฉาบฉวยไปสักนิด แต่มันทำให้คนที่หมดใจเรียนด้วยหนังสือเรียนแบบเราไปได้ค่อนข้างเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มากโดยไม่ต้องลงเรียนที่สถาบันค่ะ แน่นอนว่าทักษะพูด เขียน เมื่อเทียบกับฟังและอ่านแล้วเรานับว่าอ่อน เพราะเราไม่มีโอกาสได้ทำสักเท่าไร หากมีใครที่สนใจนำวิธีนี้ไปใช้ก็แนะนำให้หาคนมาพูดมาเขียนด้วยเยอะๆ หรือลงเรียนเฉพาะทักษะไปเลยก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ

ส่วนใครที่แค่อยากอ่านนิยายออก คิดว่าเป็นวิธีที่ค่อนข้างได้ผลในระยะเวลาสั้นกว่าวิธีปกติค่ะ ส่วนตัวเราขึ้นจาก N4 มาทำ N2 ได้คะแนนเกือบเต็มภายในเวลา 8 เดือนด้วยวิธีนี้ แต่หลังจากนี้ก็ยังไม่รู้อนาคตค่ะ

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงวิธีเรียนแบบนึงที่อาจจะไม่เหมาะกับบางคน และอาจจะมีข้อบกพร่องอยู่หลายจุดถ้ามองในฐานะนักภาษาศาสตร์ หรือคนที่ต้องการใช้ภาษาญี่ปุ่นจริงจังไปทำงานในระยะเวลาสั้นๆ อย่างไรก็ดูตามวิจารณญาณนะคะ 

ขอให้ทุกคนสนุกกับการเรียนภาษาค่ะ
ชื่อสินค้า:   เรียนภาษาญี่ปุ่น
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่