ชีวิตที่ไม่มีหมุดหมายมันก็ดีนะ

วันนี้ได้อ่านโพสท์นึงใน Facebook เป็นการวิเคราะห์เกี่ยวกับประเด็นเล็กๆที่น่าสนใจในโลกทวิตเตอร์ที่มีใครคนหนึ่งได้ตั้งคำถามขึ้นมาว่าคนที่อายุ 25 ปีขึ้นไป หรือเกิดในช่วงปี 1990-1999 รู้สึกว่าตัวเองยังไม่โตบ้างไหม (ลิ้งค์อยู่ในสปอย)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

เพียงแค่อ่านเท่านี้ก็มีคำตอบผุดขึ้นในสมองเลยว่า "ชั้นไง ชั้นเองงง" มีคนเป็นเหมือนเราด้วยแฮะ?

หลังจากที่อายุเข้าเลขสามต้นๆ การงานเริ่มอยู่ทรงคงที่ การหาความรู้อัพเดตสกิลต่างๆก็ทำจนเป็นปกติจนจับจุดได้ว่าจะเดินตามเส้นทางไหน จากที่เมื่อก่อน ฟังคลิปต่างๆก็ต้องเน้นว่าได้ความรู้ ทุกอย่างต้องไปให้สุด ทุกสิ่งต้องมีประโยชน์ต่อชีวิต แม้กระทั่งการไปเที่ยว ดื่มเหล้า จิบกาแฟ ก็ต้องคิดและค้นหาว่าเราได้อะไรจากสิ่งนั้น เราได้พบรสชาติอะไรจากการดื่มกาแฟตัวนี้ ชีวิตมีแต่งาน งาน งาน เงิน เงิน เงิน

ไปๆมาๆ ก็พบว่าตัวเองไม่ค่อยความสุขเลย เพราะมัวแต่มองหาความหมายเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในทุกอณูของความนึกคิดและการกระทำ 

การให้รางวัลตัวเองในช่วงวันหยุด ก็กลายเป็นความรู้สึกที่อยากยืดหยุ่นมากๆ ยืดจนย้วยๆไปเลย กลับมาใช้ชีวิตชุ่ยๆ ตามนิสัยตัวเองเหมือนเคย ตื่นนอนแบบไม่เก็บที่นอนบ้าง ซักผ้าตอนหัวค่ำ กินขนมแทนข้าว ใช้ชีวิตอยู่บนที่นอนและนอนอ่านนิยายตั้งแต่เช้าจนหมดวัน เรียกว่าเอื่อยเฉื่อยเรื่อยเปื่อยในวันหยุด หรือตื่นมาดูอนิเมะกับซีรีย์สลับหลายเรื่องตลอดทั้งวัน ชีวิตที่ไม่อะไรกับใครนี่มันดีจริงๆ มันจึ้งมากแม่

แต่ก็นั่นแหละ เพราะยังคงมีนิสัยเด็กๆ ไร้วินัยแต่ทำให้มีความสุขแบบนี้อยู่ จึงทำให้รู้สึกหวงแหนความรู้สึกนี้มากจนไม่กล้าที่จะมีคบใครจริงจัง  น่าจะต้องโสดต่อไปยาวๆ แม้ว่าจะเหงามากก็ตาม แต่หลังจากฟังเรื่องราวต่างๆของสายที่โทรมาหาน้าเน๊กแล้วก็คิดว่า เป็นโสดก็แค่เหงา ดีกว่ามีปัญหาเยอะแยะน่าปวดหัว ดีไม่ดีก็เสียใจหนักมากไปอีก 555

ไม่รู้จะจบลงยังไงดี ไปละ บัยส์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่