JJNY : 4in1 จ่อดำเนินคดีผอ.อภ.-สื่อ│ติดเชื้อทั้งบ้าน พ่อ-พี่ชายเสียคาบ้าน│เสียงผู้ว่าฯลพบุรีขอวัคซีน│สศช.ไตรมาส2คาด-3.3%

'หมออารักษ์'จ่อดำเนินคดี ผอ.องค์การเภสัชฯ-สื่อ กรณีปล่อยคลิปเสียงATKบิดเบือน 
https://www.isranews.org/article/isranews/101545-isranews-atk-b.html
 
'หมออารักษ์' จ่อดำเนินคดี ผอ.องค์การเภสัชกรรม-สื่อ กรณีเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาบิดเบือนปมจัดหาชุดตรวจ ATK 
ระหว่างตนเองและ ผอ.องค์การเภสัชกรรม 
พร้อมแจงคลิปเสียงดังกล่าวเป็นเพียงการพูดคุยในฐานะวิชาชีพแพทย์ด้วยกันถึงความกังวลห่วงได้ชุดตรวจ ATK คุณภาพต่ำ
 
..................................
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2564 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล ในฐานะประธานที่ปรึกษาชมรมแพทย์ชนบท ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีสื่อแห่งหนึ่งได้เผยแพร่คลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ที่บิดเบือนระหว่างตนเอง และ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) โดยมีประเด็นสำคัญที่ขอชี้แจงต่อสาธารณะดังนี้
  
นพ.อารักษ์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงสำคัญ คือ 
 
1. ในวันดังกล่าวคือวันที่ 3 ส.ค.2564 ซึ่งเป็นวันเตรียมการและปฐมนิเทศทีมแพทย์ชนบทและโรงพยาบาลต่างๆกว่า 40 ทีมที่มาร่วมบุกกรุง ที่ประชุมมีความกังวลถึงความเพียงของชุดตรวจ ATK (Antigen Test Kit) ที่จะใช้ในการปฏิบัติการ
 
ดังนั้นตนเองในฐานะแกนหลักในปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงที่มาด้วยตนเองทั้ง 3 ครั้ง และเป็นคณะกรรมการต่อรองราคาของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่มีหน้าที่ต่อรองราคาเพื่อให้ได้ ATK คุณภาพสูงราคาเหมาะสมมาใช้ จึงได้โทรศัพท์ไปหา นพ.วิฑูรย์ เพื่อทวงถามความคืบหน้าที่มีการดำเนินการจัดซื้อที่ล่าช้า และแจ้งให้ทราบถึงข้อห่วงกังวลของผู้ใช้ ATK ที่ต้องการ ATK มาตรฐานสูงในระดับองค์การอนามัยโลก WHO ที่มีอยู่ 2 บริษัท และไม่อยากให้มีการลดสเปกเพื่อเปิดทางให้ ATK คุณภาพต่ำเข้ามาขาย นี่คือวัตถุประสงค์ของการพูดคุยทางโทรศัพท์ในฐานะวิชาชีพแพทย์ด้วยกันครั้งนั้น
 
อย่างไรก็ตาม นพ.วิฑูรย์ ได้แอบอัดคลิปเสียงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ และส่งต่อให้กับสื่อแห่งหนึ่งเพื่อเผยแพร่ในลักษณะที่บิดเบือนสร้างความเสียหายต่อข้าพเจ้าและชมรมแพทย์ชนบท
  
2. การนำคลิปเสียงที่เกิดจากการสนทนาเพียง 2 คน มาปล่อยให้กับสื่อแห่งหนึ่ง โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากตนเอง เท่ากับเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายฉบับ อันได้แก่ ประกาศ คมช.ฉบับที่21 ที่ระบุว่า หากผู้ใดดักฟัง ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผย ข้อความที่มีการติดต่อทางโทรศัพท์ โดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายหมิ่นประมาทด้วย ซึ่งจะมีการแจ้งความดำเนินคดีต่อไป
 
3. การกระทำดังกล่าวของ ผอ.องค์การเภสัชกรรม ที่แอบอัดเสียงการสนทนา เป็นการกระทำที่สะท้อนความต่ำเตี้ยทางจริยธรรมและไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในฐานะ ผอ.องค์การเภสัชกรรม ต่อไปใครจะติดต่อใดๆ กับ ผอ.องค์การเภสัชกรรมคนนี้ ขอให้ระวังตัวจะถูกอัดเสียงมาใช้ข่มขู่ แบล็คเมล์ได้
 
4. สำหรับสื่อซึ่งได้บิดเบือนและปั่นข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้เผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าว ย่อมต้องรับผลของการกระทำในฐานะสื่อมวลชนที่ขาดจรรยาบรรณ และจะถูกแจ้งความดำเนินคดีเช่นเดียวกัน
 
จึงเรียนมาเพื่อทราบ ขอขอบคุณทุกกำลังใจ และขอให้ประชาชนติดตามการจัดซื้อชุดตรวจ ATK นี้ต่อไป
 

 
อยุธยาเศร้าอีกแล้ว เจอติดเชื้อทั้งบ้าน ลูกสาวรักษาตัวที่ศูนย์พักคอย พ่อ-พี่ชายเสียชีวิตคาบ้าน
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2886271

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายวัลลภ สุขเฉลิมศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.มหาพราหมณ์ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอบางบาล เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ เข้านำร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายติดเชื้อโควิด-19 อายุ 62 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน หมู่ 2 ต.มหาพราหมณ์ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง
 
พบผู้เสียชีวิตนอนอยู่ใต้ถุนบ้านเพียงคนเดียว เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจนำร่างผู้เสียชีวิตใส่ถุงพลาสติกบรรจุศพป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส เพื่อบรรจุใส่โลงศพและซีลด้วยพลาสติกอีกชั้น จากนั้นเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีเผาศพที่วัดกลาง อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ทันที
 
นายวัลลภกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตพักอาศัยอยู่ในบ้านร่วมกับพ่ออายุ 90 ปี ซึ่งติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตภายในบ้านหลังเดียวกัน เพิ่งเผาศพไปเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนน้องสาว อายุ 55 ปี เป็นพนักงานโรงงาน ซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ติดเชื้อโควิด-19 เช่นกัน แต่ได้รักษาตัวที่ศูนย์พักคอยของโรงงานจนตอนนี้รักษาตัวจะครบ 14 วัน มีอาการดีขึ้นใกล้จะหายจากโควิด-19 แล้ว
 
“ในวันที่พ่ออายุ 90 ปี เสียชีวิต ลูกชายของผู้เสียชีวิตยังดูแข็งแรงดี เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ได้ทำการตรวจหาเชื้อพบว่าติดเชื้อโควิด-19 จนเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาผู้ป่วยได้แจ้งมาที่ผมว่าหายใจเหนื่อยหอบ จึงเตรียมนำส่งโรงพยาบาล เมื่อมาถึงพบว่าเสียชีวิตแล้ว รู้สึกเสียใจมากเพราะไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้” นายวัลลภกล่าว
 
สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 370 ราย มีผู้ป่วยสะสม 14,755 ราย มีผู้ป่วยที่รักษาตัวหายแล้ว 7,126 ราย ยังรักษาตัวอยู่ 7,506 ราย มีผู้เสียชีวิต 5 ราย
 

 
โลกโซเชียลกระหึ่ม ช่วยกันแชร์ เสียงผู้ว่าฯลพบุรี ขอวัคซีน ส่งให้ถึงผู้มีอำนาจ
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2886625
 
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้กล่าวในที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อของ จ.ลพบุรี ว่าเข้าใจความรู้สึกของคนลพบุรี แม้ตนจะทำหนังสือไปถึง 6 ฉบับ แต่ก็ไม่สามารถจะจัดหาวัคซีนมาให้ได้อย่างเร่งด่วนได้ แต่ไม่เคยท้อ ล่าสุดได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมควบคุมโรคอีกครั้งเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีทั้งโลกโซเชียลทราบข่าวดังกล่าว ได้มีการแชร์ข้อความในกลุ่มไลน์และเซฟบุ๊ก เชิญชวนร่วมส่งแรงใจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบรี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ในการส่งเสียงไปถึงผู้มีอำนาจเพื่อขอวัคซีนเป็นกรณีเร่งด่วน หลังจากที่ได้ทำหนังสือขอวัคซีนมาแล้ว 6 ฉบับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รวมทั้งขอกราบวิงวอนขอวัคซีนจากกรมควบคุมโรค และปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีประชาชนต่างกดไลค์กดแชร์กันอย่างมากมาย
 
สำหรับจังหวัดจลพบุรี เป็นอีกจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดโรคติดต่อโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด วันที่ 15 สิงหาคม มียอดผู้ป่วยถึง 8,290 ราย และผู้เสียชีวิต 77 ราย แต่ปัจจุบันได้รับวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม 7 โรคเสี่ยง และประชาชนทั่วไปประมาณ 17% เท่านั้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่