สลด ! สาวติดโควิด-19หัวใจหยุดเต้น อุ้มขึ้นรถเข็นขยะส่งรพ. สุดท้ายสิ้นลม
https://www.nationtv.tv/news/378831473
สุดอนาถใจ ! สาววัย 51 ปี ป่วยติดเชื้อโควิด-19 หัวใจหยุดเต้นกระทันหัน ชาวบ้านช่วยกันปั๊มหัวใจให้กลับมาเต้นอีกครั้ง และเร่งโทรหาเบอร์ฉุกเฉิน หนาวยงานต่างๆ ไม่มีที่ไหนรับ ถูกตัดสาย ก่อนแบกขึ้นรถเข็นขยะส่งรพ.สุดท้ายไม่ทันสิ้นลมกลางทาง
วันที่ 3 ส.ค. 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Ammie Oah” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
“เกิดวิกฤตผู้ป่วยใกล้ตาย พร้อมไลฟ์สดเป็นเหตุการณ์ ชาวบ้านในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งกำลังช่วยผู้ป่วยโควิดเป็นหญิงวัย 51 ปี มีอาการทรุดหัวใจหยุดเต้น ชาวบ้านต้องช่วยกันปั๊มหัวใจกลับมาเต้นอีกครั้ง ก่อนช่วยกันอุ้มร่างออกมาจากในบ้าน แล้วใส่รถเข็นเก็บขยะของเก่าขายของผู้ป่วยเองแล้วพากันเข็นผ่านทางเดินชุมชนออกไปริมถนนเลียบคลอง
โดยชาวบ้านมีเพียงผ้าอนามัยปิดปาก กับสเปรย์แอลกอฮอล์ และชุดกันฝนป้องกัน ในคลิปมีการตัดพ้อถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่โทรศัพท์ไปโรงพยาบาลแล้วยังแจ้งไม่มีเตียงว่างทั้งที่เป็นผู้ป่วยวิกฤต อีกทั้งโทรไปเบอร์ฉุกเฉินหลายเบอร์ก็ถูกตัดสายโทรศัพท์ทิ้งเกือบทั้งหมด กระทั่งล่าสุดมีรายงานว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวเสียชีวิตแล้วขณะเดินทางไปถึงหน้าโรงพยาบาล
https://www.facebook.com/ammie.oah/videos/854768165477668
‘พิมรี่พาย’ฟาดเดือด ‘กลัวคนอื่นเอาหน้า’ เคยขอทำรพ.สนาม4รอบกลับโดนไล่!
https://www.dailynews.co.th/news/120371/
"พิมรี่พาย" สุดทนขอฟาเดือด! เคยยื่นเรื่องจัดตั้ง รพ.สนามถึง 4 ครั้งแต่ถูกปฏิเสธ ลั่นกลัวคนอื่นได้หน้าหรืออย่างไร? ย้ำหลังจากนี้รอเจอเซอร์ไพร้ส์ได้เลย!
เรียกได้ว่าทำเอาโลกออนไลน์ถึงกับวิจารณ์กันอย่างสุดเดือด ภายหลังจากที่ยูทูบเบอร์และแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง “
พิมรี่พาย” ที่มักจะเผยคลิปการออกไปทำความดีช่วยผู้ที่เดือดร้อนอยู่เสมอ ได้ออกมาพูดระหว่างการไลฟ์สด ถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่เธอตั้งใจจะทำโรงพยาบาลสนาม เพื่อช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนว่า
“3เดือนที่แล้วนะ ขอไปทำโรงพยาบาลสนามที่คลองเตย ให้คนไปฟัดนะ ลูกค้าคิดดูพิมไปขอทำ เขาไล่ไม่ให้ทำ จึงเปลี่ยนคนไปบอกอย่าให้ซ้ำและอย่าให้เขาจำได้ เปลี่ยนวิธีการพูด ซึ่งตนเองเปลี่ยนไป 4ทีม กลับโดนไล่ทั้งหมด 4ทีม ถ้าได้ทำโรงพยาบาลสนามนะ ป่านนี้ได้นอนกันเป็นพันๆ คนแล้ว มัวแต่ยึกยักกลัวคนอื่นจะมาเอาหน้าเอาตา แต่ว่าไม่ท้อนะเดี๋ยวมีเซอร์ไพร้ส์แน่นอนคอยดู”
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ของหน่วยงานการอนุมัติเรื่องการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก..
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @Pimrypie – พิมรี่พาย
ลูกต้องกำพร้าแม่! หนุ่มร้องสื่อเมียดับปริศนา เผยอาการออกทันทีหลังฉีดวัคซีน โคม่า-สิ้นใจ
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_6544762
หนุ่มร้องสื่อเมียดับปริศนา หลังฉีดวัคซีน เผยอาการออกทันทีหลังฉีดวัคซีน ก่อนโคม่า สุดท้ายสิ้นใจ หมอระบุ ภาวะสมองตาย ลูก 5 ขวบต้องกำพร้าแม่
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 3 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดเต็มรักสามัคคี ศาลา 2 หมู่ 8 ถนนบางไผ่-หนองเพรางาย ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังได้รับแจ้งจาก นาย
ธนบดี สิงห์ทองรัตน์ อายุ 32 ปี กรณี น.ส.
กษมล สิงห์ทองรัตน์ อายุ 28 ปี ภรรยา ฉีดวัคซีนแอตต้าเซนเนก้า เมื่อวันที่ 16 ส.ค.64 แล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นาย
ธนบดี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ภรรยาไปฉีดวัคซีนแอตต้าเซเนก้า พอฉีดเสร็จนั่งดูอาการปรากฎว่าภรรยาตนมีอาการข้างเคียง คือหัวใจเต้นเเรงผิดปกติ ต่อมาวันที่ 20 ก.ค.มีอาการปวดศีรษะข้างซ้ายอย่างรุนแรง อีกทั้งตาข้างซ้ายพล่ามัว ไม่มีแรงและพูดจาไม่รู้เรื่อง วันที่ 22 ก.ค.ภรรยาตน มีอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ ตนจึงพาไปตรวจที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
ซึ่งแพทย์ได้ทำการสแกนสมอง พบว่ามีลิ่มเลือดอุดเส้นเลือดดำในสมอง จึงได้ให้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวด แต่อาการของภรรยาไม่ดีขึ้น จากนั้นวันที่ 24 ก.ค.เเพทย์ได้ให้ยาละลายลิ่มเลือด เเต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ตอนนั้นภรรยาตนอยู่ในขั้นโคม่า ร่างกายไม่ตอบสนอง หายใจเองไม่ได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ตามร่างมีรอยบวม แพทย์แจ้งว่าให้ญาติทำใจ จนกระทั่งวันที่ 1 ส.ค.ภรรยาก็เสียชีวิต ซึ่งแพทย์ระบุในใบรับรองการเสียชีวิตว่า “
ภาวะสมองตาย”
นาย
ธนบดี กล่าวต่อว่า ตนติดใจการเสียชีวิตของภรรยาอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ภรรยาไม่ได้มีอาการป่วยและไม่มีโรคประจำตัวแต่อย่างใด พอไปฉีดวัคซีนกลับทำให้ภรรยาต้องเสียชีวิต ตนดูข่าวคนฉีดวัคซีนแล้วเสียชีวิตมาหลายเคส ไม่คิดว่าวันนี้เหตุการณ์สลดจะมาเกิดขึ้นกับครอบครัวของตน
ตนมีลูกกับภรรยา 1 คน ชื่อน้องบอส อายุ 5 ปี ตอนนี้ลูกก็ต้องกำพร้าเเม่ ตนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง และอยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับภรรยา โดยจะตั้งสวดอภิธรรมศพตั้งแต่วันที่ 2-4 ก.ค.และจะทำพิธีฌาปนกิจวันที่ 5 ก.ค.เวลา 16.00 น.
โควิดคัมแบ็ค “อู่ฮั่น” พบติดเชื้อเดลตา 7 ราย เร่งตรวจคัดกรองทั้งเมือง
https://www.pptvhd36.com/news/ต่างประเทศ/153263
เมืองอู่ฮั่น เจอผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา 7 ราย ในพื้นที่ โดยถือเป็นครั้งแรก หลังจากควบคุมการแพร่ระบาดได้เมื่อกลางปี 2563 ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 3 ส.ค.64 ทางการอู่ฮั่นประกาศ เตรียมเร่งตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ประชาชนทั้งหมด 11 ล้านคน หลังเมื่อวานนี้ (2 ส.ค.64) พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ 7 คน ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่อู่ฮั่นพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่นับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว หลังจากควบคุมการระบาดในช่วงแรกได้สำเร็จ
รองผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคมณฑลหูเป่ย์ ระบุว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในอู่ฮั่น รวมถึงผู้ติดเชื้อในเมืองจิงโจว และเมืองหวงกังใกล้เคียงตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา
เชื่อมโยงกับเคสที่พบในเมืองหวยอันในมณฑลเจียงซู ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าการระบาดระลอกใหม่นี้มีต้นตอจากเมืองหนานจิงที่เป็นเมืองเอกของมณฑลเจียงซู โดยเป็นเชื้อสายพันธุ์เดลตาที่น่าจะมาจากเที่ยวบินจากรัสเซีย
นับตั้งแต่นั้นมาหลายเมืองทางตอนใต้ของจีนและบางส่วนทางตอนเหนือรวมถึงปักกิ่งก็รายงานพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศนับตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. ที่พบผู้ติดเชื้อในหนานจิงครั้งแรก จนถึงเมื่อวานนี้ อยู่ที่ 414 คน
ทั้งนี้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายๆ เมืองของจีนได้สั่งล็อกดาวน์ห้ามประชาชนออกจากเคหสถาน ปิดเส้นทางขนส่งในพื้นที่ และทำการตรวจคัดกรองประชาชนทั้งหมด เพื่อรับมือกับการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายเดือนนี้
ขณะที่ภาพที่เกิดขึ้นที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อวานนี้ ชาวอู่ฮั่นจำนวนมากพากันออกมาซื้อของกักตุนไว้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่
ขณะเดียวกัน มีงานวิจัยสองชิ้นที่น่าสนใจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ชิ้นแรกเป็นของทีมนักวิจัยญี่ปุ่นซึ่งทำการทดลองเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดาในห้องปฏิบัติการ โดยพบว่า การกลายพันธุ์ 3 จุด ในส่วนโปรตีนหนามของเชื้อสายพันธุ์แลมบ์ดา ช่วยให้เชื้อสายพันธุ์นี้ต้านทานการทำงานของสารภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดีที่กระตุ้นโดยวัคซีนได้ ขณะที่การกลายพันธุ์อีก 2 จุด ทำให้เชื้อสายพันธุ์แลมบ์ดามีความสามารถในการแพร่ระบาดสูง
ทั้งนี้ นักวิจัยเตือนว่าการที่องค์การอนามัยโลกยังระบุให้เชื้อสายพันธุ์แลมบ์ดาเป็น “
สายพันธุ์ที่ควรสนใจ” แทนที่จะเป็น “
สายพันธุ์ที่น่ากังวล” อาจทำให้ผ็คนไม่ตระหนักถึงอันตรายที่ร้ายแรงได้ แม้ว่าจะยังไม่แน่ชัดว่าเชื้อสายพันธุ์นี้จะอันตรายกว่าเชื้อสายพันธุ์เดลตาที่กำลังระบาดอยู่ในหลาย ๆ ประเทศหรือไม่
สำหรับเชื้อสายพันธุ์แลมบ์ด้านี้พบครั้งแรกในเปรู และกำลังแพร่ระบาดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ส่วนอีกงานวิจัยหนึ่งเป็นของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยร็อกกีเฟลเลอร์ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ พบว่าในกลุ่มอาสาสมัครที่ไม่เคยติดเชื้อโควิด-19 และได้รับวัคซีน mRNA ครบสองเข็ม สารภูมิคุ้มกันที่กระตุ้นโดยวัคซีน mRNA เพิ่มจำนวนขึ้นระหว่างเข็มแรกและเข็มที่สอง แต่ห้าเดือนหลังจากนั้น สารภูมิคุ้มกันที่กระตุ้นโดยวัคซีนแม้จะมีจำนวนเท่าเดิม แต่กลับมีพัฒนาการที่วัดได้น้อยมากในความสามารถที่จะต่อต้านเชื้อสายพันธุ์ใหม่ๆ ดังนั้น การฉีดวัคซีนตัวเดียวกันเข็มที่สามจึงมีแนวโน้มที่จะทำให้ระดับสารภูมิคุ้มกันสูงขึ้น แต่ประสิทธิภาพต้านเชื้อสายพันธุ์ต่างๆ ลดลง
อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 สารภูมิคุ้มกันของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายจะพัฒนาในช่วงปีแรก และกลับมีศักยภาพและสามารถต้านทานเชื้อสายพันธุ์ใหม่ได้มากกว่า
JJNY : 5in1 ติดโควิด ขึ้นรถเข็นขยะส่งรพ. สิ้นลม│พิมรี่พายฟาด│หนุ่มร้องสื่อเมียดับหลังฉีด│โควิดคัมแบ็คอู่ฮั่น│ระบบรางวูบ
https://www.nationtv.tv/news/378831473
วันที่ 3 ส.ค. 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Ammie Oah” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
“เกิดวิกฤตผู้ป่วยใกล้ตาย พร้อมไลฟ์สดเป็นเหตุการณ์ ชาวบ้านในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งกำลังช่วยผู้ป่วยโควิดเป็นหญิงวัย 51 ปี มีอาการทรุดหัวใจหยุดเต้น ชาวบ้านต้องช่วยกันปั๊มหัวใจกลับมาเต้นอีกครั้ง ก่อนช่วยกันอุ้มร่างออกมาจากในบ้าน แล้วใส่รถเข็นเก็บขยะของเก่าขายของผู้ป่วยเองแล้วพากันเข็นผ่านทางเดินชุมชนออกไปริมถนนเลียบคลอง
โดยชาวบ้านมีเพียงผ้าอนามัยปิดปาก กับสเปรย์แอลกอฮอล์ และชุดกันฝนป้องกัน ในคลิปมีการตัดพ้อถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่โทรศัพท์ไปโรงพยาบาลแล้วยังแจ้งไม่มีเตียงว่างทั้งที่เป็นผู้ป่วยวิกฤต อีกทั้งโทรไปเบอร์ฉุกเฉินหลายเบอร์ก็ถูกตัดสายโทรศัพท์ทิ้งเกือบทั้งหมด กระทั่งล่าสุดมีรายงานว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวเสียชีวิตแล้วขณะเดินทางไปถึงหน้าโรงพยาบาล
https://www.facebook.com/ammie.oah/videos/854768165477668
‘พิมรี่พาย’ฟาดเดือด ‘กลัวคนอื่นเอาหน้า’ เคยขอทำรพ.สนาม4รอบกลับโดนไล่!
https://www.dailynews.co.th/news/120371/
"พิมรี่พาย" สุดทนขอฟาเดือด! เคยยื่นเรื่องจัดตั้ง รพ.สนามถึง 4 ครั้งแต่ถูกปฏิเสธ ลั่นกลัวคนอื่นได้หน้าหรืออย่างไร? ย้ำหลังจากนี้รอเจอเซอร์ไพร้ส์ได้เลย!
เรียกได้ว่าทำเอาโลกออนไลน์ถึงกับวิจารณ์กันอย่างสุดเดือด ภายหลังจากที่ยูทูบเบอร์และแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง “พิมรี่พาย” ที่มักจะเผยคลิปการออกไปทำความดีช่วยผู้ที่เดือดร้อนอยู่เสมอ ได้ออกมาพูดระหว่างการไลฟ์สด ถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่เธอตั้งใจจะทำโรงพยาบาลสนาม เพื่อช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนว่า
“3เดือนที่แล้วนะ ขอไปทำโรงพยาบาลสนามที่คลองเตย ให้คนไปฟัดนะ ลูกค้าคิดดูพิมไปขอทำ เขาไล่ไม่ให้ทำ จึงเปลี่ยนคนไปบอกอย่าให้ซ้ำและอย่าให้เขาจำได้ เปลี่ยนวิธีการพูด ซึ่งตนเองเปลี่ยนไป 4ทีม กลับโดนไล่ทั้งหมด 4ทีม ถ้าได้ทำโรงพยาบาลสนามนะ ป่านนี้ได้นอนกันเป็นพันๆ คนแล้ว มัวแต่ยึกยักกลัวคนอื่นจะมาเอาหน้าเอาตา แต่ว่าไม่ท้อนะเดี๋ยวมีเซอร์ไพร้ส์แน่นอนคอยดู”
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ของหน่วยงานการอนุมัติเรื่องการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก..
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @Pimrypie – พิมรี่พาย
ลูกต้องกำพร้าแม่! หนุ่มร้องสื่อเมียดับปริศนา เผยอาการออกทันทีหลังฉีดวัคซีน โคม่า-สิ้นใจ
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_6544762
หนุ่มร้องสื่อเมียดับปริศนา หลังฉีดวัคซีน เผยอาการออกทันทีหลังฉีดวัคซีน ก่อนโคม่า สุดท้ายสิ้นใจ หมอระบุ ภาวะสมองตาย ลูก 5 ขวบต้องกำพร้าแม่
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 3 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดเต็มรักสามัคคี ศาลา 2 หมู่ 8 ถนนบางไผ่-หนองเพรางาย ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังได้รับแจ้งจาก นายธนบดี สิงห์ทองรัตน์ อายุ 32 ปี กรณี น.ส.กษมล สิงห์ทองรัตน์ อายุ 28 ปี ภรรยา ฉีดวัคซีนแอตต้าเซนเนก้า เมื่อวันที่ 16 ส.ค.64 แล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นายธนบดี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ภรรยาไปฉีดวัคซีนแอตต้าเซเนก้า พอฉีดเสร็จนั่งดูอาการปรากฎว่าภรรยาตนมีอาการข้างเคียง คือหัวใจเต้นเเรงผิดปกติ ต่อมาวันที่ 20 ก.ค.มีอาการปวดศีรษะข้างซ้ายอย่างรุนแรง อีกทั้งตาข้างซ้ายพล่ามัว ไม่มีแรงและพูดจาไม่รู้เรื่อง วันที่ 22 ก.ค.ภรรยาตน มีอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ ตนจึงพาไปตรวจที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
ซึ่งแพทย์ได้ทำการสแกนสมอง พบว่ามีลิ่มเลือดอุดเส้นเลือดดำในสมอง จึงได้ให้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวด แต่อาการของภรรยาไม่ดีขึ้น จากนั้นวันที่ 24 ก.ค.เเพทย์ได้ให้ยาละลายลิ่มเลือด เเต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ตอนนั้นภรรยาตนอยู่ในขั้นโคม่า ร่างกายไม่ตอบสนอง หายใจเองไม่ได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ตามร่างมีรอยบวม แพทย์แจ้งว่าให้ญาติทำใจ จนกระทั่งวันที่ 1 ส.ค.ภรรยาก็เสียชีวิต ซึ่งแพทย์ระบุในใบรับรองการเสียชีวิตว่า “ภาวะสมองตาย”
นายธนบดี กล่าวต่อว่า ตนติดใจการเสียชีวิตของภรรยาอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ภรรยาไม่ได้มีอาการป่วยและไม่มีโรคประจำตัวแต่อย่างใด พอไปฉีดวัคซีนกลับทำให้ภรรยาต้องเสียชีวิต ตนดูข่าวคนฉีดวัคซีนแล้วเสียชีวิตมาหลายเคส ไม่คิดว่าวันนี้เหตุการณ์สลดจะมาเกิดขึ้นกับครอบครัวของตน
ตนมีลูกกับภรรยา 1 คน ชื่อน้องบอส อายุ 5 ปี ตอนนี้ลูกก็ต้องกำพร้าเเม่ ตนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง และอยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับภรรยา โดยจะตั้งสวดอภิธรรมศพตั้งแต่วันที่ 2-4 ก.ค.และจะทำพิธีฌาปนกิจวันที่ 5 ก.ค.เวลา 16.00 น.
โควิดคัมแบ็ค “อู่ฮั่น” พบติดเชื้อเดลตา 7 ราย เร่งตรวจคัดกรองทั้งเมือง
https://www.pptvhd36.com/news/ต่างประเทศ/153263
เมืองอู่ฮั่น เจอผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา 7 ราย ในพื้นที่ โดยถือเป็นครั้งแรก หลังจากควบคุมการแพร่ระบาดได้เมื่อกลางปี 2563 ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 3 ส.ค.64 ทางการอู่ฮั่นประกาศ เตรียมเร่งตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ประชาชนทั้งหมด 11 ล้านคน หลังเมื่อวานนี้ (2 ส.ค.64) พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ 7 คน ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่อู่ฮั่นพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่นับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว หลังจากควบคุมการระบาดในช่วงแรกได้สำเร็จ
รองผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคมณฑลหูเป่ย์ ระบุว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในอู่ฮั่น รวมถึงผู้ติดเชื้อในเมืองจิงโจว และเมืองหวงกังใกล้เคียงตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา
เชื่อมโยงกับเคสที่พบในเมืองหวยอันในมณฑลเจียงซู ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าการระบาดระลอกใหม่นี้มีต้นตอจากเมืองหนานจิงที่เป็นเมืองเอกของมณฑลเจียงซู โดยเป็นเชื้อสายพันธุ์เดลตาที่น่าจะมาจากเที่ยวบินจากรัสเซีย
นับตั้งแต่นั้นมาหลายเมืองทางตอนใต้ของจีนและบางส่วนทางตอนเหนือรวมถึงปักกิ่งก็รายงานพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศนับตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. ที่พบผู้ติดเชื้อในหนานจิงครั้งแรก จนถึงเมื่อวานนี้ อยู่ที่ 414 คน
ทั้งนี้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายๆ เมืองของจีนได้สั่งล็อกดาวน์ห้ามประชาชนออกจากเคหสถาน ปิดเส้นทางขนส่งในพื้นที่ และทำการตรวจคัดกรองประชาชนทั้งหมด เพื่อรับมือกับการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายเดือนนี้
ขณะที่ภาพที่เกิดขึ้นที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อวานนี้ ชาวอู่ฮั่นจำนวนมากพากันออกมาซื้อของกักตุนไว้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่
ขณะเดียวกัน มีงานวิจัยสองชิ้นที่น่าสนใจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ชิ้นแรกเป็นของทีมนักวิจัยญี่ปุ่นซึ่งทำการทดลองเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดาในห้องปฏิบัติการ โดยพบว่า การกลายพันธุ์ 3 จุด ในส่วนโปรตีนหนามของเชื้อสายพันธุ์แลมบ์ดา ช่วยให้เชื้อสายพันธุ์นี้ต้านทานการทำงานของสารภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดีที่กระตุ้นโดยวัคซีนได้ ขณะที่การกลายพันธุ์อีก 2 จุด ทำให้เชื้อสายพันธุ์แลมบ์ดามีความสามารถในการแพร่ระบาดสูง
ทั้งนี้ นักวิจัยเตือนว่าการที่องค์การอนามัยโลกยังระบุให้เชื้อสายพันธุ์แลมบ์ดาเป็น “สายพันธุ์ที่ควรสนใจ” แทนที่จะเป็น “สายพันธุ์ที่น่ากังวล” อาจทำให้ผ็คนไม่ตระหนักถึงอันตรายที่ร้ายแรงได้ แม้ว่าจะยังไม่แน่ชัดว่าเชื้อสายพันธุ์นี้จะอันตรายกว่าเชื้อสายพันธุ์เดลตาที่กำลังระบาดอยู่ในหลาย ๆ ประเทศหรือไม่
สำหรับเชื้อสายพันธุ์แลมบ์ด้านี้พบครั้งแรกในเปรู และกำลังแพร่ระบาดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ส่วนอีกงานวิจัยหนึ่งเป็นของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยร็อกกีเฟลเลอร์ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ พบว่าในกลุ่มอาสาสมัครที่ไม่เคยติดเชื้อโควิด-19 และได้รับวัคซีน mRNA ครบสองเข็ม สารภูมิคุ้มกันที่กระตุ้นโดยวัคซีน mRNA เพิ่มจำนวนขึ้นระหว่างเข็มแรกและเข็มที่สอง แต่ห้าเดือนหลังจากนั้น สารภูมิคุ้มกันที่กระตุ้นโดยวัคซีนแม้จะมีจำนวนเท่าเดิม แต่กลับมีพัฒนาการที่วัดได้น้อยมากในความสามารถที่จะต่อต้านเชื้อสายพันธุ์ใหม่ๆ ดังนั้น การฉีดวัคซีนตัวเดียวกันเข็มที่สามจึงมีแนวโน้มที่จะทำให้ระดับสารภูมิคุ้มกันสูงขึ้น แต่ประสิทธิภาพต้านเชื้อสายพันธุ์ต่างๆ ลดลง
อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 สารภูมิคุ้มกันของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายจะพัฒนาในช่วงปีแรก และกลับมีศักยภาพและสามารถต้านทานเชื้อสายพันธุ์ใหม่ได้มากกว่า