แสงระวี….บทที่ 22 (รีไรท์)

กระทู้สนทนา

.


                แสงระวีเก็บความเสียใจ และความสงสัยเอาไว้คนเดียวเสมอมา ทำได้เพียงทำตัวเงียบ ๆ ถามไปมีแต่จะชวนให้ทะเลาะกัน อยากใช้เวลาแค่ไม่กี่วันอยู่กับหนึ่งให้มีความสุขที่สุด แต่หนึ่งดูเปลี่ยนไป ! เปลี่ยนไปมากในความรู้สึกของตนเอง

                  หนึ่งคนเดิมหายไปไม่มีอีกแล้ว บ่อยครั้งที่ทะเลาะกันแล้วหนึ่งหนีกลับบ้าน บ่อยครั้งที่ทะเลาะกันต่างคนต่างเงียบ ต่างคนต่างอยู่จนถึงเวลากลับ ปล่อยให้เวลาที่มีค่าเสียไปโดยเปล่า เธอจึงคิดว่ากว่าหนึ่งจะมีเวลาว่างมาอยู่ด้วยกัน ควรจะสร้างเวลาให้มันเกิดแต่ความสุขมากที่สุด เวลาทุกนาทีมันมีค่าต่อใจของเธอมาก

                   “หนึ่งใช้โทรศัพท์ได้ทำไมไม่โทรหาวีบ้าง” เป็นคำถามที่อัดอั้นตันใจมานาน เธอตัดสินใจถามเขา แม้รู้ว่าอาจทำให้ทะเลาะกัน อาจทำให้เขาโกรธแล้วหนีกลับบ้านไปเหมือนครั้งก่อนก็ตาม หรืออาจทำให้ต่างคนต่างเงียบไม่คุยกันจนถึงวันกลับ

                   แต่เธอก็อยากจะถาม ! ถามให้รู้เรื่องถามให้หายคาใจ ทำไมหนึ่งถึงไม่ยอมติดต่อเธอกลับมาเลย หรือมีอีกคน แค่เวลาแค่นี้มันทำให้คนหนึ่งคนเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้หรือ แล้วเวลาใช้มาด้วยกันมันไม่มีความหมายเลยหรืออย่างไร

                   เธอกลั้นใจถามเขาไป ระหว่างที่พูดน้ำตาเริ่มคลอเริ่มจะไหล แม้เธอจะกลั้นไว้สุดแรงแค่ไหนก็ไม่อาจห้ามน้ำตาแห่งความน้อยใจนี้เอาไว้ได้ ไม่มีเสียงสะอื้น มีเพียงแค่น้ำตาที่มันทรยศไหลออกจากตาแค่นั้น

                   “ใครวี ! ใครมันใช้โทรศัพท์ได้ ผัวใครมันอยู่ในค่ายแล้วมันใช้โทรศัพท์ได้พาหนึ่งไปหาเค้าหน่อย” หนึ่งอารมณ์เสียตวาดเธอ มองเธอด้วยอารมณ์คนโกรธจัด จ้องตาไม่เขม้น

                   แสงระวีไม่เคยเห็นหนึ่งเป็นแบบนี้มาก่อนเลย หนึ่งเป็นอะไรกันแน่ หรือหนึ่งกำลังมีใครอีกคนจริง ๆ หรือข้อมูลที่ได้มามันอาจไม่เป็นความจริง หนึ่งถึงได้โกรธขนาดนี้ แสงระวีพูดไม่ออก ไม่เถียงไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเถียง ไม่โวยวาย ได้เพียงมองหน้าหนึ่งผ่านม่านน้ำตา แสงระวีไม่หลบสายตาทั้งคู่จ้องหน้ากันไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายหนึ่งเสียเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีไปเสียก่อน

                  “ใช้ไม่ได้ก็ใช้ไม่ได้ดิ จะใส่อารมณ์ทำไม” เธอพูดเสียงเบา ๆ ไม่ประชด และ ฝืนยิ้มทั้งน้ำตาให้กับเขา ไม่อยากจะมีเรื่องอีกต่อไป ควรจะใช้เวลาให้มีค่ามากกว่านี้ ไม่ควรจะใช้เปลืองไปกับการทะเลาะกัน

                 “คิดว่าหนึ่งไม่คิดถึงวีเหรอ คิดว่าหนึ่งอยากอยู่แบบนี้เหรอ นี่ก็นับวันเรียนจบจะได้มีชีวิตอิสระ ถ้ารู้ว่ามาแล้ววีเป็นแบบนี้หนึ่งไม่มาดีกว่า” พูดพร้อมจ้องหน้าเธอ

                   “งั้นวันหลังก็ไม่ต้องมา” ตอบเสียงเรียบ

                  “วี !” เขากระแทกเสียงใส่

                   แสงระวีข่มความน้อยใจเอาไว้ พยายามไม่แสดงออกมาให้หนึ่งเห็น แต่ไม่สามารถบังคับควบคุมตัวเองได้ น้ำตาก็ยังไหลออกมาไม่หยุด ที่ควบคุมตัวเองได้เห็นจะมีแค่ควบคุมไม่ให้สะอื้นร้องไห้มีเสียงออกมาแค่นั้น

                    หนึ่งจะโกหกเธอไปถึงไหน ไม่คิดเลยหรือว่าเธอรู้เรื่องราวบางอย่างมาหมดแล้ว ในเมื่อเขาตั้งหน้าตั้งตาโกหก เธอก็จะหลับหูหลับตาเชื่อ อยากรู้ว่าหนึ่งจะไปได้กี่น้ำ อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องนี้มันจะจบอย่างไร

                    ทั้งสองคนกำลังอยู่ในอารมณ์ที่ร้อน ต่างคนต่างเงียบไม่คุยกัน บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงทีวีที่เปิดทิ้งไว้ หนึ่งกับเธอแยกกันอยู่คนละมุม เธอนั่งเล่นโทรศัพท์ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ นั่งหันหลังให้ ส่วนหนึ่งนอนเล่นโทรศัพท์บนเตียงนอน กดโทรศัพท์แชทกับใครบางคน

                  แสงระวีทำได้เพียงมองไม่มีคำถามใด ๆ ออกไปให้ทะเลาะกันอีก แต่ความคิดมากความระแวงมันยังทำงานปกติ แถมยังเพิ่มทวีคูณมากยิ่งขึ้น หนึ่งคุยกับใคร แม้กระทั่งเวลาแบบนี้ยังกล้าหยามน้ำใจกันเชียวหรือ คิดว่าตนเองเป็นผู้หญิงหน้าโง่มากหรือไรหรือเป็นของตาย ขนาดอยู่ในห้องด้วยกันแบบนี้หนึ่งยังกล้าคุยกับคนอื่น

                   เป็นสิ่งที่เธอกำลังคิด และ ไม่คิดว่าหนึ่งจะคุยกับเพื่อนเลย คิดว่ากำลังคุยกับผู้หญิงอีกคน เพราะการกระทำของหนึ่งก่อนหน้ามันฟ้องให้เธอคิด และ ความคิดมากความคิดไปเองมันไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ มันมีแต่คิดเตลิดไปไกลมากขึ้นเรื่อย ๆ มากจนน่ากลัว ระแวงไปหมดทุกอย่าง

                   หนึ่งปรายตามองมายังเธอ คงรู้ว่าเธอกำลังสงสัยในท่าทางของตนอยู่ จึงชูหน้าจอโทรศัพท์ให้ดู “คุยกับเก้า ! ” พูดออกมาลอย ๆ ให้เธอได้ยิน ดูเหมือนหนึ่งจะอารมณ์เย็นลงกว่าเมื่อสักครู่

                 ไม่มีคำตอบจากเธอ และ ไม่หันไปมองด้วยซ้ำ “วีมานี่ ! มานี่… หนึ่งบอกให้มานี่ไง” เขาลุกนั่งจากที่นอนอยู่ เรียกเธอให้เข้ามาหา สายตาจ้องมาที่เธอเหมือนออกคำสั่งเช่นทุกครั้งที่เคยทำ และ ทุกครั้งเธอก็ทำตามด้วยความรัก แต่วันนี้ตอนนี้เธอกลับไม่สนใจในสิ่งที่เขาพูดและไม่ทำตามด้วยซ้ำ

                  “หนึ่งบอกให้มานี่ไง วีเป็นไร ! ไหนใคร แฟนใครที่มันคุยโทรศัพท์ได้ ให้หนึ่งดูหน่อย” เขาพูดต่อเมื่อเธอไม่ยอมมาตามคำสั่ง เหมือนเขาจะอึ้งในสิ่งที่เธอทำ เพราะไม่เคยดื้อรั้นแบบนี้มาก่อน เธอไม่เคยเป็นแบบนี้

                  คงรู้ตัวว่าเธอโกรธจริง ๆ และคงคิดว่าเธอจะเอาจริง ทั้งที่ความเป็นจริงนั้นเธอไม่เคยคิดจะเอาจริงสักครั้ง เพราะเธอกลัวจะเสียเขาไป

                 หนึ่งเป็นฝ่ายลุกขึ้นมาหาเธอที่โต๊ะคอมพ์เองเมื่อเรียกแล้วเธอไม่เข้าหา หนึ่งเข้ามายืนข้าง ๆโต๊ะที่เธอนั่ง ยกมือขึ้นมาแตะไหล่ข้างซ้ายของเธอเบา ๆ  หนึ่งอารมณ์เย็นลงแล้วจริง ๆ ฟังด้วยน้ำเสียงกลับมาเป็นเหมือนเดิม

                 “ขอโทษ ! หนึ่งขอโทษนะวี” สุดท้ายเขาก็ยอมเป็นฝ่ายขอโทษก่อน “ทำไมเราต้องทะเลาะกันด้วยอ่ะ ทำไมเราต้องทำให้เวลามันเสียเปล่าด้วย นาน ๆ หนึ่งจะได้กลับ ทำไมเราต้องทะเลาะกันอีก ไม่ทะเลาะ ไม่งอนกันดิ”

                 “วีดูในเพจ แล้วคนนี้เค้ามีแฟนอยู่ในค่ายนี้เป็นนักเรียนนายสิบเหมือนกัน เค้าบอกวีว่าคุยโทรศัพท์ได้ คุยได้ตั้งแต่สองเดือนแรกที่เข้าไปแล้ว แต่หนึ่งไม่เคยโทรหาวีเลย แม้แต่จดหมายฉบับเดียวหนึ่งก็ไม่เคย... ไม่เคยตอบวีเลย” แสงระวีพูดประโยคสุดท้ายด้วยเสียงแผ่วเบา น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว มันจุกและเสียใจที่สุด

                    หนึ่งกอดเธอจูบที่ปอยผมของเธอเบา ๆระหว่างที่เธอกำลังร้องไห้ เสียงสะอื้นดังออกมาเป็นระยะ ๆ เธอไม่สามารถบังคับควบคุมตัวเองไม่ให้ร้องไห้ได้อีกต่อไป หนึ่งกอดเธอไว้แน่น

                   “หนึ่งขอโทษ หนึ่งขอโทษนะวี” เขากอดเธอ ดมปอยผมของเธอเบา ๆ ด้วยความรู้สึกผิด

                     “หนึ่งมีใครอีกคนหรือเปล่า” เธอซุกหน้าเข้าไปในอ้อมกอดของเขา ถามออกมาด้วยเสียงแผ่วเบาจากการร้องไห้ นาทีนี้เธอปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาได้เต็มที่ที่สุด

                     “พูดอะไร เค้ารักวีนะไม่เชื่อใจกันเลยเหรอ ขอโทษ ! เค้าขอโทษนะตัวเอง หยุดร้องไห้นะ วีหยุดหร้องไห้หนึ่งขอโทษ” หนึ่งพยายามปลอบเธอและกอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “หยุดร้องเลยเสื้อหนึ่งเปียกหมดแล้วเนี่ย”

                    หนึ่งจับตัวเธอผละออกนิดหน่อย ใช่มือเช็ดน้ำตาให้ ตอนนี้สภาพจิตใจของเธอดีขึ้นมากกว่าเมื่อสักครู่ หายโกรธหนึ่ง ทุกอย่างกลับมามีความสุขเหมือนเดิม และเศร้าใจเหมือนเดิมเมื่อหนึ่งกลับไป

                   หลังจากนั้นสภาวะเดิม ๆ กลับมาอีกครั้ง แสงระวีเขียนจดหมายหาหนึ่งเหมือนเดิม แอบโทรหาหนึ่งบ้าง บางวันก็ได้คุยบางวันก็ไม่ได้คุย หนึ่งสัปดาห์จะได้คุยแค่วันสองวันเท่านั้นเอง ทว่าแค่นี้มันก็เป็นสุขมากกว่าเมื่อก่อน

                  เขากลับสัปดาห์เว้นสัปดาห์ บางครั้งสองสัปดาห์กลับครั้ง หนักสุดเดือนหนึ่งกลับครั้งเดียว แสงระวีห้ามตัวเองไม่ให้ระแวงไม่ได้ เมื่อมีความระแวงเข้ามาก็ทำให้คุยกันไม่รู้เรื่อง เมื่อคุยกันไม่รู้เรื่องก็จบด้วยการทะเลาะกันเสมอ เมื่อทะเลาะกันก็ไม่คุยกันไปเลย ปล่อยผ่านไปเป็นสัปดาห์เขาถึงจะโทรกลับมาง้อ สุดท้ายแสงระวีก็หายโกรธและให้อภัยด้วยคำว่ารักคำเดียวเสมอมา

                    “หนึ่งคนนี้ใคร ! เพื่อนเหรอ เพื่อนอะไรล่ะ เพื่อนสนิทท้องติดกันหรือเปล่า ” ยิงคำถามตามด้วยประชดเข้าไปอีก เซนส์ของเธอไม่ผิดหรอก ขึ้นอยู่กับว่าจะแก้ตัวอย่างไรให้รอด

                   เธอติดตามหนึ่งทุกการเคลื่อนไหว เพื่อนธรรมดาคงไม่ใช่แบบนี้แน่ ผู้หญิงคนนี้มันน่าสงสัยที่สุด แถมยังอยู่ใกล้ ๆ กัน มันอดสงสัยไม่ได้ ไม่สิ ! มันห้ามที่จะระแวงและสงสัยผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลย

                   “ใครวี ! หนึ่งอุตส่าห์แอบโทรหาทำไมต้องหาเรื่องกันด้วย ทีไม่โทรหาก็อยากให้โทร ทีโทรหาก็หาเรื่องกันแบบนี้ วีเป็นอะไรห๊ะวี” หนึ่งหงุดหงิดอารมณ์เสียใส่เธอผ่านโทรศัพท์ ออกจะเป็นตะคอกด้วยซ้ำไป “ท้องติดกันอะไร ! อย่ามาพูดมั่ว ๆ นะ ถ้าไม่ไว้ใจกันก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วล่ะ”

                    “ก็แค่อยากรู้ว่าอี่นี่มันเป็นใคร ถ้าไม่มีอะไรแล้วจะโมโหทำไมล่ะ” เธอเน้นเสียงแต่ไม่ใช่การตะคอกเหมือนหนึ่ง พูดด้วยอารมณ์ที่เย็นให้มากที่สุด อยู่ห่างกันโวยวายไปก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าตัดสายทิ้งเธอก็ทำอะไรไม่ได้อีกเช่นกัน มีแต่จะเสียใจเองเจ็บปวดใจเองเท่านั้น

                 “หนึ่งจะไปรู้เหรอ คนเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กมีตั้งมากมาย วีจะหาเรื่องหนึ่งไปถึงไหน ระแวงกันขนาดนั้นก็ไม่เรียนมันแล้วลาออกหนีมันเลยมั้ย จะได้อยู่ในสายตาตลอดอ่ะ” คนปลายสายประชด

                   “ก็มันมาแสดงความคิดเห็นอะไรแบบนั้นล่ะ คนไม่รู้จักกันมันพูดกันแบบนั้นเหรอ หนึ่งจะให้วีคิดยังไง อ่อแล้วนัดเจอกันเนี่ย เจอกันที่ไหนล่ะ บนเตียงในห้องนอนหรือเจอที่ห้องพักรายวันที่ไหนล่ะ” สุดท้ายแล้วก็อดพูดประโยคนั้นไม่ได้

                  “วี ! ถ้ามันจะคุยกันไม่รู้เรื่องก็แค่นี้นะวี” หนึ่งตัดสายเธอทิ้งไป

                  แสงระวีไม่สามารถทำอะไรได้ไปมากกว่าอยู่เฉย ๆ เงียบ ๆ รอหนึ่งติดต่อกลับมาเมื่อหายโกรธ แสงระวีไม่มีจิตใจที่จะเขียนจดหมายหาหนึ่งเหมือนเดิมอีกต่อไป ภายใต้สมองมันคิดถึงแต่ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร รู้จักกันจริงหรือเปล่า หรือแค่เพื่อนในเฟซบุ๊กเฉย ๆ

                    แต่ทำไมต้องนัดเจอกัน วันแล้ววันเล่าที่เธอกับหนึ่งคุยกันดี ๆ ไม่เกินสามประโยค นอกนั้นทะเลาะกันและจบด้วยหนึ่งตัดสายทิ้ง เป็นแบบนี้เรื่อยมา แต่หนึ่งก็ยังกลับมาตามง้อเธอเสมอ และเธอเองก็ยังไม่เคยจับได้คาหนังคาเขาเลยสักครั้ง จึงปล่อยไปและคิดว่าสักวันคงได้รู้ความจริง

                    .……………………………

                  และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึงสักที หนึ่งเรียนจบหลักสูตรได้ติดยศ วันติดยศมีผู้ปกครองและญาติไปร่วมแสดงความยินดีมากมาย ด้วยความปลื้มปิติ

                  แสงระวีดีใจมากสุดท้ายก็มาถึงวันที่รอคอย ไม่ใช่การรอคอยที่จะแต่งงาน แต่เป็นวันที่รอคอยพวกเธอสองคนจะกลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม มีเวลาให้กันมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาอาจจะเป็นเพราะไม่มีเวลาให้กัน หนึ่งอาจจะเครียด อาจจะฝึกหนักพลอยทำให้อารมณ์เสียง่าย หงุดหงิดง่าย แสงระวีจะไม่ถือสาเรื่องราวที่ผ่านมา หลังจากนี้พวกเธอสองคนจะเริ่มต้นกันใหม่

                   ณ กองร้อย

                     เช้าของวันประดับยศ มีพ่อแม่ของหนึ่ง เธอ พี่นิวและญาติผู้ใหญ่สองสามคนมาร่วมแสดงความยินดีในวันนี้ ทุกคนเตรียมช่อดอกไม้ให้หนึ่ง พ่อแม่เตรียมของขวัญให้หนึ่งมากมาย เธอเห็นแล้วก็ดีใจแทนหนึ่งไปด้วย เธอขอลาเรียนสองวันเพื่อมารับหนึ่งในวันนี้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่