ขอปรึกษาปัญหาเรื่องผมกำลังติดกับดักคำว่ากตัญญูครับ

ขอเกริ่นก่อนครับ ทุกวันนี้ผมอยู่บ้านฝั่งภรรยา ส่วนแม่อยู่กับน้องชาย เมื่อวานแม่โทรมาบอกว่าแบงค์ให้เวลาอีก 5 - 6 เดือนให้ย้ายออก เพราะแบงค์จะยึดบ้านที่น้องชายไปกู้ไม่ได้ส่งทั้งต้นทั้งดอกน่าจะหลายเดือน ส่วนทาวน์เฮาส์ที่เป็นชื่อแม่ ๆ ก็แอบเอาไปให้น้องชายจำนองตอนกู้เงิน ซึ่งผมและญาติ ๆ เคยเตือนแม่ว่าห้ามเอาบ้านของแม่ไปทำอะไรเด็ดขาดให้เก็บเป็นที่อาศัยสุดท้าย แต่แม่ก็แอบเอาไปให้น้องชาย สุดท้ายธุรกิจส่วนตัวก็พังและกำลังจะถูกยึดเหมือนกัน  แม่โทรมาหาผมเมื่อวานเหมือนจะให้ผมกู้และผ่อนบ้านให้เค้า ผมไม่รู้จะทำไงผมเองก็มีภาระค่าใช้จ่ายหลาย ๆ อย่าง ไม่นับที่น้องชายยืมเงินผมไปแสนกว่า ๆ ไม่รวมที่ผมต้องแบกรับหนี้แทนภรรยาน้องเกือบ 4 หมื่น ที่เอาไปค้ำประกันตัวผู้ต้องหาให้ภรรยาของน้องอีก 

ส่วนตัวทั้งน้องชายและภรรยาน้องเป็นคนติดนิสัยฟุ่มเฟือยสมัยเพิ่งเริ่มทำธุรกิจ เงินที่ยืมเค้ามาลงทุนก็เอาไปซื้อสำนักงาน ซื้อบ้านเดี่ยว ซื้อรถบีเอ็ม X1 ซื้อเบนซ์ ไม่นับรวมกระเป๋า พระเครื่อง สร้อยทองนาฬิกาอีกมากมาย สุดท้ายยืมเงินญาติแม่ 6 ล้านก็ไม่จ่ายเค้า ไม่ติดต่อกลับ เปลี่ยนเบอร์ไหนจะมีคดีอาญา คดีแพ่ง หนี้นอกระบบอีก วุ่นวายไปหมด

ที่อยากปรึกษาคือ ตอนนี้ผมสับสนสงสารแม่ก็สงสาร แต่อีกใจก็ไม่อยากช่วยเพราะน้องชายทำอะไร ๆ หลาย ๆ อย่างไว้กับผมมากมาย ติดเงินผมเป็นแสนไม่เคยโทรมาหา ตอนจะขายอุปกรณ์สำนักงาน / แอร์ / โต๊ะคอมฯ เพื่อเอาไปทำทุนขายก๋วยเตี๋ยวไม่เคยโทรหาผมสักคำ, รถที่ผมค้ำประกันให้ก็เอาไปรีไฟแนนซ์ก็ไม่เคยบอกผม, แม่เองก็รู้ว่าเงินที่ผมต้องเป็นหนี้บัตรกดเงินสดเกือบ 4 หมื่น เอาไปค้ำประกันผู้ต้องหาให้ภรรยาน้องชาย แต่ปกปิดผม แม่เองหลาย ๆ เรื่องก็เป็นตัวทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้เพราะการเลี้ยงดูที่ผิด ๆ 

กรณีนี้ผมควรทำอย่างไรดีครับ เฉยๆ ไปก็จะรู้สึกผิดในใจ จะช่วยก็ช่วยไม่ไหว ผมอยากเอาเรื่องแม่กับน้องชายออกไปจากหัวเหมือนกันแต่ก็ทำไม่ได้เพราะติดกับดักคำว่าแม่ คำว่ากตัญญู นี้แหละครับ ทุกวันนี้ถ้าไม่มีแม่อยู่ชีวิตผมคงง่ายขึ้นเยอะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
คุณก็ปลดกับดักของตัวเองได้แล้วค่ะ
บอกแม่ไปว่าคุณก็ไม่ไหว
น้องชายเป็นคนสร้างปัญหา ก็ให้คนสร้างมาแก้
ไม่ใช่ลากเอาคนที่ไม่ได้สร้างปัญหาให้จมลงไปด้วยกัน
แม่รักลูกน่ะเป็นเรื่องปกติ
แต่แม่ที่ลำเอียง กำหนดให้ลูกคนนึงเป็นฝ่ายแก้ปัญหา
ส่วนอีกคนสร้างแต่ปัญหาให้คนอื่นแก้
แบบนี้ไม่ปกติ และไม่ต้องไปยอมรับ
ถ้าคนสร้างไม่แก้ ก็ปล่อยให้แบงค์ยึด
ส่วนแม่ถ้าแบงค์ยึดแล้วไม่มีที่อยู่ ก็ถ้าอยากมาอยู่กับคุณก็ได้
แต่จะให้ไปกู้สร้างหนี้เพื่อมาช่วยไอ้คนที่สร้างปัญหานี่ ตอบไปว่าไม่
ยิ่งตอนนี้มีโควิด ทุกคนก็ลำบากไม่ต่างกัน
คุณต้องก้าวออกมาจากกับดักค่ะ
ความคิดเห็นที่ 16
เรียนเจ้าของกระทู้

ผมเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่คล้ายกับคุณมากๆ
แม้ไม่เลวร้ายเท่า แต่เชื่อว่าผมพอจะเข้าใจความรู้สึก

ความคิดเหล่านี้ ทำให้ผมหลุดพ้นจากตรงนั้นมาได้

"คำว่ากตัญญู ไม่ใช่การตอบสนองทุกกิเลศตัณหา
แต่เป็นการดูแลให้แน่ใจ ว่าเขาได้รับปัจจัยสี่
หรือทำให้เขามีโอกาสได้รีบปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต
และอำนวยความสะดวกอื่นๆ เท่าที่เราจะไม่เดือดร้อน"

คุณถอยออกมามองดีๆ ว่าน้องชายคุณเหมือนหลุมดำไหม
ถมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม แม่คุณเห็นน้องชายคุณจะจมน้ำ
คว้าอะไรได้ก็คว้า ต่อลมหายใจไปวันๆ

สิ่งที่แม่คุณทำอยู่ คือ "พ่อแม่รังแกฉัน"
ช่วยลูกแบบไม่มองอนาคตลูก
ถ้าคุณเข้าไปมีส่วนสนับสนุน ก็เหมือน
มีส่วนช่วยให้น้องคุณถลำลึกลงไปอีก

กู้ให้วันนี้ ขายบ้าน ขายรถ แถมไตให้ คุณคิดว่า
ปัญหาจบจริงหรือ ผมตอบเลยว่าไม่
ตราบใดที่ยังมีคนเติมเงินให้เค้า เค้าก็จะจม
อยู่กับตรงนี้แล้วไปไม่ถึงไหน
ปลายทางที่เขาหมดทุกอย่างแล้วจริงๆ
อาจจะจบไม่สวยก็ได้

เราเปลี่ยนความคิดเขาไม่ได้ แต่เราควบคุม
จุดยืนที่เรามีต่อเรื่องนี้ได้

บอกแม่ไปว่าคุณช่วยได้เดือนละกี่บาท
หรือช่วยได้เท่าไหร่ เท่าที่คุณจะไม่เดือดร้อน

หรือให้ความช่วยเหลือ โดยการไปเช่าบ้าน เช่าห้องไว้
ซื้ออาหารสด อาหารแห้งเข้าไปให้เรื่อยๆ ฯลฯ
นี่จึงเป็นความกตัญญูที่แท้จริงครับ

แล้วเขาจะซาบซึ้งใจ หรือด่าว่าคุณอกตัญญู
นั่นสุดแท้แต่ตัวเขา
ความคิดเห็นที่ 15
บอกตรงๆ ว่าเห็นใจนะครับ ผมเคยอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้เหมือนกัน แต่โชคดีกว่าคุณที่ว่าคนเดือดร้อนไม่ใช่พ่อกับแม่ แค่เป็นญาติที่ข่วยมาหลายครั้งมากๆ แต่ไม่เคยใช้คืน และพฤติกรรมการใช้เงินไม่เคยเปลี่ยน ครั้งล่าสุดคือบ้านจะโดนยึดจากไฟแนนซ์ แต่บ้านยังติดไฟแนนซ์อยู่กับอีกที่นึง จะให้ผมกู้ซื้อ ทำรีไฟแนนซ์เอาส่วนต่าง และเอาตัวบ้านไว้ แบะสัญญาว่าจะผ่อนต่อเอง ผมไม่เห็นอนาคตของเค้า เลยปฏิเสธแบบหักกันไปเลยครับ

ในกรณีของคุณ ถ้าเป็นผมและผมเดือดร้อนที่ต้องช่วย ผมจะไม่กู้ซื้อบ้านครับ เพราะมันคือการผลักภาระหนี้ของน้องมาไว้ที่เรา ผมจะช่วยหาที่อยู่ใหม่ให้แม่ และจุนเจือแม่ตามสมควร ไม่ให้ลำบาก แต่จะให้สบายเหมือนเดิมคงไม่ได้ และจะไม่ให้เงินสดหรือทรัพย์สินที่แปลงเป็นเงินได้จำนวนมากๆ ไว้กับแม่ครับ

ชีวิตเราต้องเดินต่อครับ เรามีอนาคตต้องไปต่อ เราช่วยเหลือคนอื่นได้บ้างตามจำเป็น แต่ถ้าการช่วยเหลือมันทำให้เราเสียอิสรภาพและเป้าหมายของชีวิต ถ้าเป็นผมผมเลือกที่จะเด็ดขาดครับ และบาลานซ์ความกตัญญูกับอนาคตด้วยการจุนเจือไม่ใช่เปย์ผู้มีคุณ ความกตัญญูถ้าถูกทวงบ่อยๆ ผมว่าสักวันมันก็หมดครับ
ความคิดเห็นที่ 1
แม่คุณห่วงน้องชายคุณ มันก็ไม่แปลกนะครับ
นั่นคือสัญชาติญาณของมารดาแทบทุกคน ผมว่าในทางกลับกัน
ถ้าคุณเป็นคนเดือดร้อน แล้ว น้องชายคุณมีกำลังพอที่จะช่วยได้
แม่คุณก็คงทำแบบเดียวกัน โดยให้น้องชายมาช่วยคุณครับ
ดังนั้นในความเห็นของผมแล้ว แม่คุณไม่ได้ผิดอะไรมากมายหรอก
เพียงแต่ขาดการบริหารที่ดีเท่านั้นเอง อาจจะอายุมาก อาจจะความรู้ไม่เพียงพอ
อาจจะใช้อารมณ์ความรักเป็นเกณฑ์ อะไรก็แล้วแต่
แม่ก็แค่เอาบทบาทความเป็นแม่ มาปนกับทุกเรื่องทำให้มันยุ่งเหยิงไปหมด

น้องชายคุณซิเป็นตัวต้นปัญหาครับ  แบบนี้มีเท่าไหร่ก็ละลายหายหมด
ถ้าให้แนะนำ ก็แนะว่าให้เฉยเสีย ให้เขาได้เผชิญโลกความจริง หัดเรียนรู้ที่จะล้มเสียบ้าง
ด้านคุณแม่ คุณก็คอยสนับสนุนเรื่อง การกินอยู่ที่พักอาศัย มันก็ไม่เหนื่อยอะไรมากมาย
แม่แค่คนเดียวครับ  น้องก็ปล่อยๆไปครับ
ความคิดเห็นที่ 14
เช่าบ้านให้แม่อยู่ ส่วนน้องชาย ตัดทิ้ง บ้านต้องเช่าเท่านั้นนะคะ ห้ามซื้อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่