ชีวิตคุณคุณต้องกำหนดเอง !!
.....
ภาพเก่าปี 2559 ... ก่อนปีที่ผมจะลาออกจากงานประจำ ในเวลานั้นลูกสาวยังอยู่ในท้องของภรรยา ผมมีทั้งหนี้บ้าน หนี้รถยนต์ เงินเดือน 4 หมื่นกว่า ๆ แต่ภรรยาผมไม่ได้ทำงาน ออกจากเงินเนื่องจากต้องรักษาตัว ...
.
ผมยังจำได้ ... เวลานั้นผมมีแต่ความหวัง หวังว่าชีวิตจะดีขึ้น สามารถปลดหนี้สินได้หมด ถ้าผมย้อนเวลากลับไปบอกตัวเองในตอนนั้นว่า ... ปัจจุบัน ผมปลดหนี้สินได้หมดแล้ว มีบ้านหลังใหญ่ขึ้น มีรถยนต์สองคัน แถมเป็นรถยุโรป ซื้อสดแบบไม่ต้องผ่อน (อีกคันเป็นรถจีน) ผมคงไม่อยากจะเชื่อ
.
ปัจจุบันวันนี้ ผมไม่ได้ทำงานประจำแล้ว มีรายได้หลักคือ "เงินปันผล" รายได้เสริมคือการทำเพจเล็ก ๆ น้อย ๆ ขายอีบุ๊คส์อีกนิดหน่อย ถ้าผมหวังเพิ่งรายได้เสริมคงไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้แน่ ๆ
.
ผมวางแผนการเงิน "รายปี" ไม่ใช่รายเดือน ค่าเทอมลูก ท่องเที่ยวต่างประเทศปีละสองครั้ง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่เดิมผมไม่มีปัญญาจะไปเที่ยวต่างประเทศเลย มีแต่ไปเพราะที่ทำงานส่งไปดูงาน ไปติดต่องานเท่านั้น
.
ผมแต่งงานกับภรรยา ก่อนอายุ 50 ไม่เคยพาภรรยาไปเที่ยวต่างประเทศเลยแม้แต่ครั้งเดียว ประหยัดอดออมมาโดยตลอด ใครบอกชนชั้นกลางไปทางล่างไม่สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้ ผมจะเถียงกลับแน่นอน !
.
คุณพ่อคุณแม่ผม ทำงานยากลำบากมาก สมัยก่อนเป็นหนี้กว่า 4.5 ล้านบาท มีส่วนหนึ่งเป็นหนี้นอกระบบด้วย เรียกว่าต้นทุนชีวิตไม่ได้สูง ใครท้อ ใครสับสนชีวิต ผมว่าคุณอาจจะอ่อนแอเกินไปหรือเปล่า ?
.
แน่นอนว่าต้นทุนชีวิตแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่เรามีโอกาสเท่ากัน คือ โอกาสในการมองชีวิตของเราเองว่า ... เราจะมองในแง่ดี หรือแง่ร้าย จะโทษฟ้าฝน หรือจะปรับปรุงตัวเอง
.
แม้ผมจะไม่ร่ำรวยหลักหลายร้อยล้าน หรือพันล้าน แต่ผมก็มีความสุข ไปเที่ยวตอนอายุ 50 ก็ไม่เห็นจะไม่สนุกตรงไหน ไม่ต้องมีแบรนด์เนม ก็ไม่เห็นว่าจะตาย แต่หากคุณยังปล่อยชีวิตไม่สนใจชีวิตตนเอง ตกเป็นทาสของการ "ผ่อนจ่าย" แล้วเมื่อไหร่จะได้ลืมตาอ้าปาก
.
ผมมีทุกวันนี้เพราะตลาดหุ้นไทย เพราะประเทศไทย ผมจะไม่ย้อนด่าประเทศตัวเองแน่นอน ไม่กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา เหมือนใครหลายคน แต่อยากให้ประเทศพัฒนาเหมือนคนอื่น และจะออกความเห็นในเชิงสร้างสรรค์มากกว่าจะมาแช่งให้แย่ลงเรื่อย ๆ
.
บทความนี้อาจจะตรงไปหน่อย แต่เชื่อเถอะ ... ผมเขียนมันจากใจจริง ถ้าคุณอยากให้ชีวิตคุณดี คุณอย่าหวังพึ่งใคร อย่าหวังพึ่งรัฐบาล อย่าคิดว่าใครจะต้องมาช่วยเหลือคุณ อนาคตคุณต้องสร้างเอง อย่าหวังมรดก อย่าไปทะเลาะกับพี่น้องเพื่อมรดกให้เป็นเวรกรรม เป็นบาปกรรมต่อกันเปล่า ๆ เสียเวลาครับ
.
เลิกบ่น เลิกด่า เลิกเสพดราม่า หันมาปรับปรุงตัวเอง ดีขึ้นวันละ 1% ก็พอ เท่ากับคุณดีขึ้น 365% ในหนึ่งปีแล้วครับ !
.
สุดท้าย ... บทความนี้หากผิดพลาดยังไง หรือไม่ถูกใจก็ขออภัยล่วงหน้าครับ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจเอาไว้นะครับ.
ชีวิตคุณคุณต้องกำหนดเอง !!
.....
ภาพเก่าปี 2559 ... ก่อนปีที่ผมจะลาออกจากงานประจำ ในเวลานั้นลูกสาวยังอยู่ในท้องของภรรยา ผมมีทั้งหนี้บ้าน หนี้รถยนต์ เงินเดือน 4 หมื่นกว่า ๆ แต่ภรรยาผมไม่ได้ทำงาน ออกจากเงินเนื่องจากต้องรักษาตัว ...
.
ผมยังจำได้ ... เวลานั้นผมมีแต่ความหวัง หวังว่าชีวิตจะดีขึ้น สามารถปลดหนี้สินได้หมด ถ้าผมย้อนเวลากลับไปบอกตัวเองในตอนนั้นว่า ... ปัจจุบัน ผมปลดหนี้สินได้หมดแล้ว มีบ้านหลังใหญ่ขึ้น มีรถยนต์สองคัน แถมเป็นรถยุโรป ซื้อสดแบบไม่ต้องผ่อน (อีกคันเป็นรถจีน) ผมคงไม่อยากจะเชื่อ
.
ปัจจุบันวันนี้ ผมไม่ได้ทำงานประจำแล้ว มีรายได้หลักคือ "เงินปันผล" รายได้เสริมคือการทำเพจเล็ก ๆ น้อย ๆ ขายอีบุ๊คส์อีกนิดหน่อย ถ้าผมหวังเพิ่งรายได้เสริมคงไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้แน่ ๆ
.
ผมวางแผนการเงิน "รายปี" ไม่ใช่รายเดือน ค่าเทอมลูก ท่องเที่ยวต่างประเทศปีละสองครั้ง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่เดิมผมไม่มีปัญญาจะไปเที่ยวต่างประเทศเลย มีแต่ไปเพราะที่ทำงานส่งไปดูงาน ไปติดต่องานเท่านั้น
.
ผมแต่งงานกับภรรยา ก่อนอายุ 50 ไม่เคยพาภรรยาไปเที่ยวต่างประเทศเลยแม้แต่ครั้งเดียว ประหยัดอดออมมาโดยตลอด ใครบอกชนชั้นกลางไปทางล่างไม่สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้ ผมจะเถียงกลับแน่นอน !
.
คุณพ่อคุณแม่ผม ทำงานยากลำบากมาก สมัยก่อนเป็นหนี้กว่า 4.5 ล้านบาท มีส่วนหนึ่งเป็นหนี้นอกระบบด้วย เรียกว่าต้นทุนชีวิตไม่ได้สูง ใครท้อ ใครสับสนชีวิต ผมว่าคุณอาจจะอ่อนแอเกินไปหรือเปล่า ?
.
แน่นอนว่าต้นทุนชีวิตแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่เรามีโอกาสเท่ากัน คือ โอกาสในการมองชีวิตของเราเองว่า ... เราจะมองในแง่ดี หรือแง่ร้าย จะโทษฟ้าฝน หรือจะปรับปรุงตัวเอง
.
แม้ผมจะไม่ร่ำรวยหลักหลายร้อยล้าน หรือพันล้าน แต่ผมก็มีความสุข ไปเที่ยวตอนอายุ 50 ก็ไม่เห็นจะไม่สนุกตรงไหน ไม่ต้องมีแบรนด์เนม ก็ไม่เห็นว่าจะตาย แต่หากคุณยังปล่อยชีวิตไม่สนใจชีวิตตนเอง ตกเป็นทาสของการ "ผ่อนจ่าย" แล้วเมื่อไหร่จะได้ลืมตาอ้าปาก
.
ผมมีทุกวันนี้เพราะตลาดหุ้นไทย เพราะประเทศไทย ผมจะไม่ย้อนด่าประเทศตัวเองแน่นอน ไม่กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา เหมือนใครหลายคน แต่อยากให้ประเทศพัฒนาเหมือนคนอื่น และจะออกความเห็นในเชิงสร้างสรรค์มากกว่าจะมาแช่งให้แย่ลงเรื่อย ๆ
.
บทความนี้อาจจะตรงไปหน่อย แต่เชื่อเถอะ ... ผมเขียนมันจากใจจริง ถ้าคุณอยากให้ชีวิตคุณดี คุณอย่าหวังพึ่งใคร อย่าหวังพึ่งรัฐบาล อย่าคิดว่าใครจะต้องมาช่วยเหลือคุณ อนาคตคุณต้องสร้างเอง อย่าหวังมรดก อย่าไปทะเลาะกับพี่น้องเพื่อมรดกให้เป็นเวรกรรม เป็นบาปกรรมต่อกันเปล่า ๆ เสียเวลาครับ
.
เลิกบ่น เลิกด่า เลิกเสพดราม่า หันมาปรับปรุงตัวเอง ดีขึ้นวันละ 1% ก็พอ เท่ากับคุณดีขึ้น 365% ในหนึ่งปีแล้วครับ !
.
สุดท้าย ... บทความนี้หากผิดพลาดยังไง หรือไม่ถูกใจก็ขออภัยล่วงหน้าครับ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจเอาไว้นะครับ.