สวัสดีค่ะ อยากปรึกษนิดนึงค่ะ
พอดีว่าเราเป็นคนที่เคยมีความสุขมากๆ ช่วงที่กลับมาจากเมืองนอกที่ไป work and travel มาใหม่ๆ หลังจากนั้นมองโลกแง่บวกมาตลอด เห็นข้อเสียก็ช่างมันและมองเป็นบทเรียนได้ ให้กำลังใจเพื่อนๆตลอด จนทุกคนก็พูดเหมือนกันหมดว่าชอบเอนเนอร์จี้เรา ชอบที่เรามองบวกได้ขนาดนั้น ชีวิตราบรื่นดีมากๆ และเคยคิดว่าเงินไม่ใช้ทุกอย่างของชีวิต
แค่เราใช้ชีวิตแต่ละวันให้เต็มที่และมีความสุขก็พอแล้วล่ะ
แต่ตั้งแต่ช่วงจะเรียนจบที่โควิดก็เข้ามา งานก็ต้องหาก็แอบกังวลดาวน์ๆไปบ้าง แต่โชคดี ได้ทำงานในงานที่เราอยากทำ ก็ดีใจและแพชชั่นสูงมาก แต่พอทำไปสักพัก เรารู้เลยว่างานออฟฟิศมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เนื้องานเป็นงานที่เราชอบแค่ไหน แต่เป็นงานรูปแบบออฟฟิศมันก็ไม่ใช่ เงินก็ได้น้อยไม่คุ้มค่ากับสกิลหรือค่าแรงงานในการทำงานที่ทำอยู่ เสียสุขภาพกายเพราะนั่งออฟฟิศอีก รู้สึกเป็นอะไรที่ไม่คุ้มมากๆ เรารู้จากที่ไปทำงานWAT มาว่าเราชอบทำงานบริการ แต่ทำที่ไทยคือไม่รอดแน่ๆ ประเทศไทยไม่เคยให้ค่างานบริการเลย น่าเศร้ามา ทั้งที่เมืองนอกเค้าไม่ได้เหยียด และค่ารายได้ก็พอใช้จ่ายได้ในประเทศนั้นๆ ละไหนจะการเมืองเศรษฐกิจห่วยๆในไทย ยิ่งทำให้เบื่อทุกอย่าง อยากหนีจากประเทศนี่ แต่ก็ต้องใช้เงินอยู่ดี มันเลยทำให้เรารู้ว่า จริงๆสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเงิน เราต้องใช้เงินซื้อความสุขอีกทีอยู๋ดี เรากลับไปมองโลกแบบตอนที่มีความสุขไม่ได้เลยค่ะอะไรๆในไทยก็พาแย่ไปหมด
>เข้าเรื่องนะคะ แล้วคือจริงๆเรามีเ
ป้าหมายชีวิตคือ อยากดูศิลปินที่เราชอบเล่นโชว์สดๆสักครั้ง แค่นี้เลย เรารู้สึกมันคอมพลีทแล้ว เพราะรู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตคุ้มค่าแล้ว ไม่เสียดายอะไรแล้ว ละล่าสุดใช้เงินเก็บเพื่อกดบัตรไปงานเทศกาลดนตรีที่ต่างประเทศ จะได้ไปดูศิลปินคนนี้ที่เราชอบสักที แล้วใช้เวลาอีกหนึ่งปีเก็บเงินค่าเครื่องค่ากินอยู่ที่นู่นอีกทีน่าจะพอไหว
(งานจัดปีหน้า กดบัตรไว้ก่อนหนึ่งปี) แต่ทีนี้ก็เริ่มคิดถึงการจากลา เพราะอย่างที่ว่าไป เป้าหมายคือดูเค้าเล่นสด แค่นี้ก็พอแล้ว ตายได้แล้ว. เลยคิดว่ากลับจากงานนี้มาคงหาวิธีไปตายจริงๆ เพราะเบื่อกับสังคมไทยที่เป็นอยู่มากๆ เหนื่อยจะใช้ชีวิต เหนื่อยจะทำงานหาเงินที่ไม่คุ้มค่าในสังคมที่กดค่าแรง สังคมที่โกงกินกัน สังคมที่ไม่ให้เกียรติกันและกันเลย ถ้าอยู่ต่อ ก็คงใช้ชีวิตทำงานแลกเงินเดือนน่าเบื่อๆเหมือนเดิมยาวไป เลยคิดว่าไม่ต้องอยู่ต่อจะได้ไม่ต้องดิ้นรนก็จบเรื่อง
>>
อยากรู้ว่าคิดอย่างงี้ผิดไหมคะ ส่วนตัวไม่ได้เป็นซึมเศร้านะคะ แต่จริงๆก็อยากลองปรึกษาหมดเหมือนกัน แต่ถ้าจะไปปรึกษา ก็ต้องมีเงินไปหาหมดอีก วนเข้าลูปทำงานหาเงินอีกละแอบเหนื่อย 555555 หรือหลายๆคนคิดว่าอันนี้คืออาการโรคซึมเศร้า
เราควรไปพบหมดดีกว่าไหมคะ เผื่อจะตั้งโกลด์ว่าเก็บเงินไปหาหมออีกที เพราะส่วนตัวว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอยู่ไปก็หาความสุขไม่ได้เลย
ขอความกรุณาใช้ภาษาสุภาพและรบกวนตอบดีๆ ไม่ประชดทีนะคะ เพราะไม่รู้จะถามใครแล้ว ที่บ้านก็ไม่น่าเก็ตเรื่องนี้ ดูไม่เปิดใจเรื่อง mental health ฮือ
ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะคะ
ขี้เกียจใช้ชีวิตต่อไปแล้ว ผิดไหมคะ? ควรพบหมอไหมคะ
พอดีว่าเราเป็นคนที่เคยมีความสุขมากๆ ช่วงที่กลับมาจากเมืองนอกที่ไป work and travel มาใหม่ๆ หลังจากนั้นมองโลกแง่บวกมาตลอด เห็นข้อเสียก็ช่างมันและมองเป็นบทเรียนได้ ให้กำลังใจเพื่อนๆตลอด จนทุกคนก็พูดเหมือนกันหมดว่าชอบเอนเนอร์จี้เรา ชอบที่เรามองบวกได้ขนาดนั้น ชีวิตราบรื่นดีมากๆ และเคยคิดว่าเงินไม่ใช้ทุกอย่างของชีวิต แค่เราใช้ชีวิตแต่ละวันให้เต็มที่และมีความสุขก็พอแล้วล่ะ
แต่ตั้งแต่ช่วงจะเรียนจบที่โควิดก็เข้ามา งานก็ต้องหาก็แอบกังวลดาวน์ๆไปบ้าง แต่โชคดี ได้ทำงานในงานที่เราอยากทำ ก็ดีใจและแพชชั่นสูงมาก แต่พอทำไปสักพัก เรารู้เลยว่างานออฟฟิศมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เนื้องานเป็นงานที่เราชอบแค่ไหน แต่เป็นงานรูปแบบออฟฟิศมันก็ไม่ใช่ เงินก็ได้น้อยไม่คุ้มค่ากับสกิลหรือค่าแรงงานในการทำงานที่ทำอยู่ เสียสุขภาพกายเพราะนั่งออฟฟิศอีก รู้สึกเป็นอะไรที่ไม่คุ้มมากๆ เรารู้จากที่ไปทำงานWAT มาว่าเราชอบทำงานบริการ แต่ทำที่ไทยคือไม่รอดแน่ๆ ประเทศไทยไม่เคยให้ค่างานบริการเลย น่าเศร้ามา ทั้งที่เมืองนอกเค้าไม่ได้เหยียด และค่ารายได้ก็พอใช้จ่ายได้ในประเทศนั้นๆ ละไหนจะการเมืองเศรษฐกิจห่วยๆในไทย ยิ่งทำให้เบื่อทุกอย่าง อยากหนีจากประเทศนี่ แต่ก็ต้องใช้เงินอยู่ดี มันเลยทำให้เรารู้ว่า จริงๆสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเงิน เราต้องใช้เงินซื้อความสุขอีกทีอยู๋ดี เรากลับไปมองโลกแบบตอนที่มีความสุขไม่ได้เลยค่ะอะไรๆในไทยก็พาแย่ไปหมด
>เข้าเรื่องนะคะ แล้วคือจริงๆเรามีเป้าหมายชีวิตคือ อยากดูศิลปินที่เราชอบเล่นโชว์สดๆสักครั้ง แค่นี้เลย เรารู้สึกมันคอมพลีทแล้ว เพราะรู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตคุ้มค่าแล้ว ไม่เสียดายอะไรแล้ว ละล่าสุดใช้เงินเก็บเพื่อกดบัตรไปงานเทศกาลดนตรีที่ต่างประเทศ จะได้ไปดูศิลปินคนนี้ที่เราชอบสักที แล้วใช้เวลาอีกหนึ่งปีเก็บเงินค่าเครื่องค่ากินอยู่ที่นู่นอีกทีน่าจะพอไหว (งานจัดปีหน้า กดบัตรไว้ก่อนหนึ่งปี) แต่ทีนี้ก็เริ่มคิดถึงการจากลา เพราะอย่างที่ว่าไป เป้าหมายคือดูเค้าเล่นสด แค่นี้ก็พอแล้ว ตายได้แล้ว. เลยคิดว่ากลับจากงานนี้มาคงหาวิธีไปตายจริงๆ เพราะเบื่อกับสังคมไทยที่เป็นอยู่มากๆ เหนื่อยจะใช้ชีวิต เหนื่อยจะทำงานหาเงินที่ไม่คุ้มค่าในสังคมที่กดค่าแรง สังคมที่โกงกินกัน สังคมที่ไม่ให้เกียรติกันและกันเลย ถ้าอยู่ต่อ ก็คงใช้ชีวิตทำงานแลกเงินเดือนน่าเบื่อๆเหมือนเดิมยาวไป เลยคิดว่าไม่ต้องอยู่ต่อจะได้ไม่ต้องดิ้นรนก็จบเรื่อง
>> อยากรู้ว่าคิดอย่างงี้ผิดไหมคะ ส่วนตัวไม่ได้เป็นซึมเศร้านะคะ แต่จริงๆก็อยากลองปรึกษาหมดเหมือนกัน แต่ถ้าจะไปปรึกษา ก็ต้องมีเงินไปหาหมดอีก วนเข้าลูปทำงานหาเงินอีกละแอบเหนื่อย 555555 หรือหลายๆคนคิดว่าอันนี้คืออาการโรคซึมเศร้า เราควรไปพบหมดดีกว่าไหมคะ เผื่อจะตั้งโกลด์ว่าเก็บเงินไปหาหมออีกที เพราะส่วนตัวว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอยู่ไปก็หาความสุขไม่ได้เลย
ขอความกรุณาใช้ภาษาสุภาพและรบกวนตอบดีๆ ไม่ประชดทีนะคะ เพราะไม่รู้จะถามใครแล้ว ที่บ้านก็ไม่น่าเก็ตเรื่องนี้ ดูไม่เปิดใจเรื่อง mental health ฮือ
ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะคะ