เสลสูตร

กระทู้สนทนา
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ 
๒. เสลสูตร-
ว่าด้วยเสลพราหมณ์
--------------------------
ที่มา https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=13&siri=42
---------------------
            [๓๙๘]...
ครั้งนั้น เสลพราหมณ์ได้คิดว่า “พระสมณโคดมทรงประกอบด้วยลักษณะ
มหาบุรุษ ๓๒ ประการบริบูรณ์ ไม่บกพร่อง แต่เรายังไม่ทราบว่าพระองค์เป็น
พระพุทธเจ้าจริงหรือไม่ เราได้สดับเรื่องนี้มาจากสำนักของพราหมณ์ทั้งหลายซึ่งเป็น
คนชรา เป็นผู้ใหญ่ เป็นอาจารย์และปาจารย์ ผู้กล่าวกันว่า ‘พระผู้มีพระภาค
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมแสดงพระองค์ให้ปรากฏในเมื่อบุคคลกล่าว
ถึงคุณของพระองค์ ทางที่ดี เราควรชมเชยพระสมณโคดมเฉพาะพระพักตร์เป็นคาถา
ที่เหมาะสม”
             [๓๙๙] ลำดับนั้น เสลพราหมณ์จึงชมเชยพระผู้มีพระภาคเฉพาะพระพักตร์
ด้วยคาถาที่เหมาะสมว่า
                                       “ข้าแต่พระผู้มีพระภาค พระองค์เสด็จอุบัติมาดีแล้ว
                          มีพระวิริยภาพ มีพระวรกายสมบูรณ์
                          มีพระรัศมีเรืองงาม เป็นผู้น่าทัศนายิ่งนัก
                          มีพระฉวีวรรณเปล่งปลั่งดั่งทอง
                          มีพระเขี้ยวแก้วขาวสะอาด
                                       เพราะพระลักษณะมหาบุรุษ
                          ที่มีปรากฏแก่มหาบุรุษนั้น
                          ย่อมมีปรากฏในพระวรกายของพระองค์อย่างครบถ้วน
                                       พระองค์มีพระเนตรแจ่มใส มีพระพักตร์ผุดผ่อง
                          มีพระวรกายสูงใหญ่ตรง
                          มีพระเดช ทรงรุ่งเรืองอยู่ในท่ามกลางหมู่สมณะ
                          เหมือนดวงอาทิตย์รุ่งเรืองอยู่
                                       พระองค์เป็นภิกษุ มีคุณสมบัติงดงามน่าชม
                          มีพระฉวีวรรณผุดผ่องดั่งทอง
                          พระองค์มีพระวรรณะสูงส่งถึงเพียงนี้
                          จะเป็นสมณะไปทำไม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๓ หน้า : ๔๙๕}
                                        พระองค์ควรเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
                          ที่องอาจในหมู่พลรถ ทรงปราบปรามไพรีชนะ
                          ทรงเป็นใหญ่ในภาคพื้นชมพูทวีป
                          ซึ่งมีสมุทรสาครทั้งสี่เป็นขอบเขต
                                       ข้าแต่พระโคดม ขอเชิญพระองค์ขึ้นครองราชย์
                          เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมมนุษย์ตามพระราชประเพณี
                          ที่กษัตราธิราชโดยพระชาติได้เสวยราชย์
                          มีหมู่เสวกามาตย์เสด็จตามพระองค์เถิด”
------------------------------
             (พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถาว่า)
                                       “เสลพราหมณ์ เราเป็นพระราชาอยู่แล้ว
                          คือเป็นพระธรรมราชาผู้ยอดเยี่ยม
                          ยังธรรมจักรที่ไม่มีใครๆ หมุนไปได้ ให้หมุนไปได้”
--------------------------
             (เสลพราหมณ์กราบทูลว่า)
                                       “ข้าแต่ท่านพระโคดม พระองค์ทรงปฏิญญาว่า
                          เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระธรรมราชาผู้ยอดเยี่ยม
                          ทั้งยังตรัสยืนยันว่ายังธรรมจักรให้เป็นไป
-------------------------
                                       ใครหนอเป็นเสนาบดีของพระองค์ผู้เจริญ
                          เป็นสาวกผู้ประพฤติตามเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ผู้เป็นศาสดา
                          ใครจะช่วยประกาศธรรมจักรที่พระองค์ทรงให้เป็นไปแล้วนี้ได้
----------------------
             (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบด้วยพระคาถาว่า)
                                       “เสลพราหมณ์ สารีบุตรผู้เกิดตามตถาคต
                          จะช่วยประกาศธรรมจักรที่ยอดเยี่ยม
                          ซึ่งเราให้เป็นไปไว้แล้ว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๓ หน้า : ๔๙๖}
                                       พราหมณ์ เราได้รู้ยิ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่ง๑-
                          ได้เจริญธรรมที่ควรให้เจริญ๒-
                          ได้ละธรรมที่ควรละ๓- ได้แล้ว
                          เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นพระพุทธเจ้า
                                       พราหมณ์ ท่านจงขจัดความสงสัยในตัวเราเสีย
                          จงน้อมใจเชื่อเราเสียเถิด
                          การได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเนืองๆ
                          เป็นโอกาสที่หาได้ยาก
                                       ผู้จะปรากฏเนืองๆ ในโลก
                          ย่อมเป็นการหาได้ยาก
                          พราหมณ์ เรานั้นเป็นพระพุทธเจ้า
                          เป็นหมอผ่าตัดลูกศรคือกิเลสชั้นเยี่ยม
                                       เราเป็นผู้ประเสริฐสุด ไม่มีผู้เปรียบเทียบ
                          ย่ำยีมารและเสนามารได้
                          ควบคุมอมิตรทั้งหมด๔- ไว้ในอำนาจ
                          ไม่มีภัยจากที่ไหน เบิกบานอยู่”
--------------------
@เชิงอรรถ :
@๑ ธรรมที่ควรรู้ยิ่ง ในที่นี้หมายถึงวิชชาและวิมุตติ (ม.ม.อ. ๒/๓๙๙/๒๙๐)
@๒ ธรรมที่ควรให้เจริญ ในที่นี้หมายถึงมรรคสัจ (ม.ม.อ. ๒/๓๙๙/๒๙๐)
@๓ ธรรมที่ควรละ ในที่นี้หมายถึงสมุทยสัจ (ม.ม.อ. ๒/๓๙๙/๒๙๐-๒๙๑)
@๔ อมิตรทั้งหลาย ในที่นี้หมายถึงมาร ๕ จำพวก คือ (๑) กิเลสมาร(มารคือกิเลส) (๒) ขันธมาร(มารคือ
@เบญจขันธ์) (๓) อภิสังขารมาร(มารคืออภิสังขาร) (๔) เทวปุตตมาร(มารคือเทพบุตร) (๕) มัจจุมาร(มาร
@คือความตาย) (ขุ.สุ.อ. ๒/๕๖๗/๒๘๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๓ หน้า : ๔๙๗}
------------------------
             (เสลพราหมณ์กล่าวด้วยคาถาว่า)
                                       “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอเชิญพระองค์
                          จงทรงใคร่ครวญคำของข้าพระองค์นี้
                          เหมือนอย่างที่พระผู้มีพระภาค ผู้มีพระจักษุ
                          เป็นหมอผ่าตัดลูกศรคือกิเลส
                          เป็นมหาวีระตรัสไว้
                          เหมือนพญาราชสีห์บันลือสีหนาทอยู่ในป่า
                                       ใครเห็นพระผู้มีพระภาคผู้ประเสริฐสุด
                          ไม่มีผู้เปรียบเทียบ
                          ย่ำยีมารและเสนามารได้ จะไม่พึงเลื่อมใสเล่า
                          ถึงคนผู้เกิดในตระกูลต่ำก็ยังเลื่อมใส
                                       ผู้ปรารถนา จะตามฉัน ก็เชิญมา
                          หรือผู้ที่ไม่ปรารถนา ก็เชิญกลับไป
                          ฉันจะบวชในสำนักของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
                          ผู้มีพระปัญญาประเสริฐนี้”
--------------------
             (มาณพเหล่านั้นกล่าวด้วยคาถาว่า)
                                       “หากท่านอาจารย์ประทับใจคำสอน
                          ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเช่นนี้
                          แม้เราทั้งหลายก็จะบวช
                          ในสำนักของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
                          ผู้มีพระปัญญาประเสริฐ”
-------------------------
             พราหมณ์ ๓๐๐ คนนี้พากันประนมมือ ทูลขอบรรพชาว่า
                          “ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ทั้งหลาย
                          จะประพฤติพรหมจรรย์ ในสำนักของพระองค์”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๓ หน้า : ๔๙๘}
 --------------------------
             (พระผู้มีพระภาคตรัสด้วยพระคาถาว่า)
                                       “เสละ พรหมจรรย์เรากล่าวไว้แล้ว
                          ผู้บรรลุจะเห็นได้เอง ให้ผลไม่จำกัดกาล
                          ในศาสนาที่มีการบรรพชาไม่ไร้ผล
                          เมื่อคนที่ไม่ประมาท หมั่นศึกษาอยู่๑-”
             เสลพราหมณ์พร้อมทั้งบริวารได้รับการบรรพชาอุปสมบทในสำนักของพระผู้มี
พระภาคแล้ว
----------------------
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่