เรื่องสั้น เอ็นวายกู NYKU: New York Kitchen University ตอนที่ 29: การเหยียดสีผิวที่นิวยอร์ก

           ช่วงนี้เกิดการทำร้ายร่างกายคนเอเชียมากมายทั่วทั้งประเทศอเมริกา นับแค่เฉพาะของไตรมาสแรกของปี 2021 นี้ จำนวนตัวเลขคดีอาชญากรรมการทำร้ายร่างกายคนเอเชีย ยอดเพิ่มมากกว่า 150% ของปีก่อนไปเรียบร้อยแล้ว ออกจากบ้านทีก็ต้องห่วงหน้า ระวังหลังกันให้ดี แฮชแทคต่าง ๆ เช่น #StopAsianHatred #StopRacism #AntiAsianCrime ถูก Re-tweet กันเป็นหมื่น ๆ ครั้ง การทำร้ายคนเอเชียเกิดขึ้นได้อย่างไร เรื่องราวเป็นมาอย่างไร คำตอบก็คงเป็นเรื่องของ ‘การเหยียดสีผิว’

           ‘การเหยียดสีผิว’ เป็นเรื่องที่มีมาแต่ช้านาน จริง ๆ ไม่ใช่แค่เหยียดสีผิว รวมไปถึงเชื้อชาติ วัฒนธรรม ว่ากันตามตรงก็มีทั่วโลกล่ะ ถ้าเป็นบ้านเราก็ประมาณเรียกคนอื่นว่า ไอ้ลาว ไอ้เวียดนั่นแหละ ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องส่วนตัว จะเกิดที่ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม ก็ไม่เห็นเป็นอะไร เกิดมาก็มีความเป็นคนเหมือนกัน จะมาอ้างว่าบ้านเราเจริญกว่าบ้านเขา แต่ดูจากสภาพการพัฒนาเศรษฐกิจและประเทศชาติแล้ว ไม่ต้องรออีกนานร๊อกกกส์ (เสียงสูงปรี๊ด) อีกไม่กี่ปีเราก็คงโดนล้อว่า ไอ้ไทย! แต่ ณ ตอนนั้นเราคงต้องคิดกันใหม่แล้วนะ ว่าจะเปลี่ยนเป็นคำว่าอะไรดี เสนอให้คำนึงนะ ‘ไอ้นักการเมือง’ 555

           กลับมาเข้าฝั่งที่เรื่องของการเหยียดสีผิวดีกว่า ภาษาอังกฤษคือ ‘Racism’ (อ่านว่า เรส-ซิ-ซึ่ม) มาจากคำว่า ‘Race’ (เรส) แปลว่าเชื้อชาติ ซึ่งแปลว่าการเหยียดเชื้อชาติ มักจะมาจากสีผิว เพราะว่าค่อนข้างชัดเจน แบ่งง่าย ๆ ผิวดำก็พี่มืด ผิวเหลืองก็คนเอเชีย ผิวขาวก็ฝรั่ง แต่คนต่างชาตินอกโซนเอเชีย เขาแยกไม่ออกว่าประเทศไหนคือประเทศไหนหรอกนะ จะเกาหลี พม่า หรือไทยเรา ก็โดนเหมาเข่งเอาว่าเป็นคนจีนเหมือนกันหมด อารมณ์ประมาณเวลาเรามองฝรั่งขาว ก็เหมาว่าเป็นฝรั่งเหมือนกันหมด ดูไม่ออกว่าคนไหนเป็นฝรั่งชาติไหน 

           การเหยียดสีผิว ดูถูกคนเอเชียนั้นมีมานานแล้ว ตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นพ่อ สมัยที่หอบเสื้อผืนหมอนใบ เข้ามาทำงานหาเลี้ยงตัวที่อเมริกา ด้วยนิสัยขยัน ประหยัด อดทน ให้ทำงานเป็นกุลี แบกจานแบกข้าวสารก็ยอม พี่ขาวพี่มืดเขาไม่ทำงานพวกนี้ไง เขาดูถูก หาว่ามันงานชั้นต่ำ คล้าย ๆ ที่แรงงานต่างด้าวมาทำงานที่บ้านเรานั่นแหละ พอเวลาผ่านไปก็ตั้งเนื้อตั้งตัว ลงหลักปักฐานได้ดิบได้ดี คนอยู่ก่อนก็เลยหมั่นไส้ เกลียดขี้หน้า เห็นคนเอเชียตัวเล็กกว่าก็เลยทำร้าย จนกลายเป็นเรื่องของการใช้ความรุนแรง การเหยียดสีผิวขึ้นมา บ้างก็พูด Ching Chang Chong ทำเป็นล้อเลียนสำนวนจีนบ้างล่ะ ล้อคนเอเชียตาชั้นเดียวบ้างล่ะ ตอนมาใหม่ ๆ ผมยังเคยโดนฝรั่งเหยียดเลยว่า ไม่ได้พูดอังกฤษ!  โห แสบไหมหล้าววววว ปัจจุบันล่ะ? ไม่อยากจะบอกว๊อย ว่าอังกฤษก็ยังไม่แข็งแรง แถมไทยก็อ่อนลง ที่ได้มา ยิ้มเป็นภาษาสแปนิช! ก็มาจากที่ทำงานกับพี่โก้ในครัวนี่แหละคร้าบบ เรียนกับยิ้มทั้งวัน ‘เกปาสโซ่!’ 555

           แต่การเหยียดผิวทำร้ายคนเอเชียในอดีตนั้น มันไม่ได้ดุเดือดอย่างที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ต้นตอของเหตุการณ์ความรุนแรงนี้ มาจากการพล่ามของอดีตประธานาธิบดี นาย Donald Trumps ที่ประกาศออกสื่อเรียก Virus Covid-19 ว่า ‘Chinese Virus’ แกเคลมว่าต้นตอของมันมาจากประเทศจีน! แม้ว่าจะถูกกดดันจากหลายสื่อ หลายสำนักให้ถอนคำพูด แต่พี่แกก็ไม่ถอน ยังคงยืนกรานว่าสิ่งที่แกพูดนั้น ถูกต้องแล้ว! แถมประกาศซ้ำด้วยว่า มันเป็นไวรัสจีน และนี่ไม่ใช่เรื่องของการเหยียดเชื้อชาติด้วยนะ เอ๊ะ ฟังแล้วงง ๆ โง่ ๆ นะ อารมณ์คล้าย ๆ ฟังนักการเมืองบ้านเราส่งเสียงในสภาไม่ผิด ชิมิ หรือนี่จะเป็น DNA ของนักการเมือง!

           ประธานาธิบดีคือผู้นำประเทศ การเอ่ยวาจาหรือพ่นอะไรออกมา ก็ล้วนแล้วแต่จะเป็นวาทะกรรมของประเทศ เป็นข้อความที่ส่งไปกับนานาประเทศทั่วโลก การโบ้ยความผิดว่า Covid-19 คือ Chinese Virus นั้น มันเปรียบเสมือนการใส่ข้อมูลที่ไม่มีหลักฐาน ลงไปในหัวของประชาชนคนอเมริกันทั้งประเทศว่า ประเทศจีนคือตัวการของไวรัสนี้ และยิ่งเป็นคำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ผู้เปรียบเสมือนมาเฟียโลก ก็ยิ่งผลักดันให้เกิดความแตกแยกในเชื้อชาติหรือระดับโลกได้ง่าย ๆ ผลกระทบจาก Covid-19 มันมากมายขนาดไหน โลกทั้งใบกลายเป็นอัมพาต คนเสียชีวิตเป็นล้าน ๆ คน ทุกคนคงรู้ดี ไอ้พวกคนที่ติดตามข่าวสารแบบมั่ว ๆ ซั่ว ๆ ไม่ได้ดูว่าข่าวจริงข่าวลวง ก็พาลถูกปั่น ของขึ้น ไม่รู้ต๋งรู้ตี๋ ออกไปก่อเหตุทำร้ายร่างกายคนเอเชีย ไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่าเป็นคนชาติไหน ใครผมดำ ผิวเหลือง ยิ้มก็เหมาว่าเป็นคนจีนเหมือนกันหมด กรรม!

           สิ่งที่ผมอยากจะเตือนพี่น้องคนอ่าน ก็คือ มันยังมีสิ่งที่น่ากลัวมากกว่า การมีผู้นำประเทศห่วย ๆ (ไม่ได้ว่าบ้านเรานะ เพราะบ้านเราเขาดีจริง พ่นแอลกอฮอล์ใส่หน้านักข่าวหน่อย จะได้ปลอดเชื้อ!) นั่นคือ กระแสความเข้าใจผิด ๆ ที่ตามมาต่างหาก หากยังจำกันได้ กรณี Balck Lives Matter ของ George Floyd ที่กลายเป็นเรื่องระดับโลก เกิดการเดินประท้วง ก่อจลาจล ปล้นเผาบ้านเมืองไปทั่ว ทั้งที่เรื่องจริง คือ George Floyd ใช้เงินปลอมซื้อบุหรี่ พอถูกคนขายจับได้ก็ไม่ยอมรับ เรื่องก็เลยถึงตำรวจ ตำรวจบอกให้ทำอะไรก็ไม่ร่วมมือ จนเกิดการใช้กำลังเกินกว่าเหตุจนนาย George ตาย ตำรวจทำผิดจริง ก็ควรให้เป็นเรื่องของศาล สั่งฟ้องกันไปซิ (ไม่ใช่บ้านเรานะ ที่หนีจนหมดอายุความ หรืออัยการไม่ส่งฟ้อง!) จะเดินขบวนแสดงจุดยืนอย่างสันติวิธีอะไรก็ว่ากันไป แต่กลับมีกลุ่มคนที่ไม่หวังดี โหนกระแส แอบเนียนทำลายร้านค้า ปล้นทรัพย์สิน ไอ้ค่าเสียหายส่วนนี้ถูกประเมินออกมากกว่า $500,000,000 หรือเกือบหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้านบาทไทย เห็นได้ว่าการก่อความไม่สงบ จากพวกตามน้ำ โหนกระแสพวกนี้ต่างหากที่น่ากลัว หากวันหนึ่งคนเอเชีย มีพวกโหนกระแสลุกขึ้นต่อสู้ รุมทำร้ายพี่มืด จ้วงพี่ขาว หรือทำลายร้านค้าแบบไม่สนว่าใครเป็นใคร เรื่องมันจะลุกลามไปไหนถึงไหน บ้านเมืองเขามีขื่อมีแป มีกฎหมายนะเว๊ย อย่างเช่น เรื่องของไอ้นิค

           นิคเป็นหนุ่มอเมริกัน-ฟิลิปปินส์ ครอบครัวย้ายสำมะโนมาอยู่ที่นิวยอร์ก ตั้งแต่ยังแบเบาะ ด้วยความที่อยู่กับครอบครัวที่เป็นฟิลิปปินส์รุ่นแรก นิคเลยเหมือนเป็นลูกครึ่งอเมริกัน-ฟิลิปปินส์ ความคิดอะไรเหมือนคนอเมริกัน แต่ยังมีความเป็นเอเชีย เป็นฟิลิปปินส์อยู่ในตัว ผมกับนิคทำงานที่เดียวกัน เราก็เลยได้เจอกันบ่อย ๆ
           “อ็อตโต้ เห็นข่าวยัง?” นิคถามตั้งแต่เจอหน้า แทนที่จะทักทายกันตามปรกติ
           “ข่าวไรอ่ะ?” ผมตอบ
           “เรื่อง Anti Asian Crime ไง อย่าบอกนะว่ายูไม่รู้เรื่อง” นิคทำหน้างง พลางส่ง IG ของคนที่โพสต์ข่าวพวกนี้ให้ผมดู
           “อ๋อ เคยได้ยิน ๆ” ผมตอบ ใครไม่ได้ยินก็คงหูหนวกล่ะครับ เพราะข่าวการทำร้ายคนเอเชีย ช่วงนี้มีให้เห็นอยู่เรื่อยจริง ๆ แต่ไถจอไปเรื่อย ๆ ผมต้องตกคิ้วขมวดร้อง ว็อท เดอะ ฟัก! เพราะข่าวแม่มเยอะมว๊ากกส์ และหลายครั้งทำกันแบบไม่เกรงกลัวกฏหมาย บนรถไฟ, สถานี Subway, ยิ่งไม่น่าเชื่อว่าขนาดแถว Time Square กลางวันแสก ๆ ก็มี หลักฐานทั้งภาพถ่าย วีดีโอ แชร์ให้ว่อนเต็มไปหมด นี่มันอะไรกันวะเนี่ย ข่าวทำร้ายคนแก่ หรือโหดขนาดขับรถชนกันเห็น ๆ เลยก็ยังมี เฮ้ย นี่มันอเมริกา ประเทศที่เจริญแล้วนะโว้ยยย... มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ยังไง นิคเห็นผมตกใจ พี่แกก็เล่ามาต่อยาวเลยครับ
           “เดี๋ยวนี้เกิดเรื่องแบบนี้เยอะมาก ชั้นเห็นแล้วโคตรจะอึดอัด ยิ่งเห็นมันทำร้ายคนไม่มีทางสู้ด้วย แถมหลายครั้ง มีคนเห็นแต่ไม่มีใครช่วย ไม่มีใครทำอะไรเลย” นิคบ่น อินเนอร์มาเต็ม
           “แล้วตำรวจล่ะ? ไม่ทำอะไรบ้างเหรอ” ผมถาม ชักขึ้นเหมือนกัน
           “พวกตำรวจยิ้มก็ไม่ได้เรื่อง!” นิคบอก เอ๊ะ! หรือนี่จะเป็น DNA ของตำรวจ! 
           “อ็อตโต้ ระวังตัวไว้บ้างแล้วกัน แต่ยูตัวใหญ่คงไม่มีใครมาหาเรื่องด้วย” นิคเตือนผม ผมได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ ไป อาจจะเป็นเพราะผมตัวใหญ่จริง หรือเป็นคนโชคดีก็ไม่รู้ เพราะตั้งแต่อยู่นิวยอร์กมาเป็นสิบปี ไม่เคยเจอใครมาหาเรื่องเลย มีแต่กูนี่ไปหาเรื่องเขาก่อน 555 
          “ไอซิ ตัวเล็ก เกิดมีอะไรขึ้นมาลำบาก” นิคเล่า ผมว่าจะปลอบใจซะหน่อย ก็ต้องสะดุ้งโหยง เพราะนิคแหวกกระเป๋าโชว์มีดพกพับได้ขนาดเหมาะมือ พลางบอกว่าพกเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน นอกจากนั้นยังมีสเปรย์พริกไทยด้วยนะ
          “เฮ้ย Dude, ไม่เยอะไปหน่อยเหรอวะ มีเรื่องขึ้นมาไม่โดนจับ ติดคุกก่อนเร๊อะ?” ผมเตือน
          “ไม่เป็นไรหรอก เราไม่ได้เอาไว้ทำร้ายใคร เอาไว้ป้องกันตัวเองก่อน ใครจะไปรู้ล่ะ เกิดอะไรขึ้นมา ต้องเอาตัวให้รอดก่อนซิวะ” นิคบอก ผมได้ยิ้มแห้ง ๆ กลับไป

          ผมไม่รู้จะตอบนิคกลับไปอย่างไรดีเหมือนกันนะ จะบอกว่าที่มันไม่ถูก ให้ไม่ต้องเตรียมตัวเผื่อกรณีฉุกเฉิน แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้น หมาที่ไหนจะมาช่วยเราล่ะ แต่ที่นี่คือ ประเทศอเมริกานะ ไม่ใช่ประเทศเขตโซนร้อนแถว ๆ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีข่าวการใช้ความรุนแรงแบบขับรถปาดหน้า แล้วจะเอามีดสปาต้ามาฟันกันให้เห็นอยู่เนือง ๆ ทางออกที่ผมคิดได้ก็คือ ถ้าเราทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ปกป้องกันและกัน แสดงจุดยืนที่เข้มแข็งว่าสิ่งเหล่านี้มันผิด อย่าไปหยวน อย่าไปยอม ต่อไปเหตุการณ์เหล่านี้มันก็จะลดจำนวนลงเอง จะไปพึ่งตำรวจตลอดก็คงเป็นไปไม่ได้ จะไปเหมาเข่งลงโทษ คนดำ คนขาวว่าเป็นตัวการทำร้ายร่างกายคนเอเชียทั้งหมดมันก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะความเลวมันเป็นเรื่องรายบุคคล

          ตอนนี้ทั่วประเทศอเมริกาจึงเกิด Rally หรือการเดินประท้วง แสดงจุดยืนกันให้เห็นเต็มไปหมด ไม่ใช่แค่คนเอเชียเท่านั้นที่มา มีผู้ร่วมเดินขบวนมาจากทุกเชื้อชาติ ทุกสีผิว คนที่มองเห็นว่าการเหยียดผิวเป็นเรื่องผิด ๆ อารมณ์คล้าย ๆ Black Lives Matter ตอนแรกนั่นแหละ ก็ได้แต่หวังว่าการแสดงจุดยืนนี้จะทำให้คดีการใช้ความรุนแรง ต่อต้านการเหยียดสีผิวน้อยลงไปนะ และก็หวังว่าไอ้นิคมันคงไม่เอามีดไปจิ้มใครก่อนนะ เฮ้อ.... 


          ขอแถมหน่อย ถ้าจะถามถึงความเป็นเจ้าของประเทศอเมริกาตัวจริง มันก็ไม่ใช่พี่ฝรั่งขาว หรือพี่มืดที่ไหน เจ้าของแผ่นดินตัวจริงเสียงจริง คือ พี่อินเดียนแดงต่างหากล่ะ คนที่ขี่ม้ายิงธนูในหนังคาวบอยนั่นแหละ ปัจจุบันกลายสถานภาพเป็นชนกลุ่มน้อย ถูกสงวนเอาไว้เป็นเหมือนมรดกของประเทศไปเสียอย่างนั้น โธ่ แล้วจะมาเหยียด หาว่าเราเป็นกะเหรี่ยงอพยพมา ไล่ให้เรากลับไป พวกเอ็งก็กะเหรี่ยงขาว กะเหรี่ยงดำ อพยพมาแย่งที่ทำกินคนพื้นเมืองที่นี่กันทั้งนั้นแหละวะ จริงไหม?

ติดตามอัพเดท เอ็นวายกู NYKU: New York Kitchen University เรื่องวุ่น ๆ ของมนุษย์ห้องครัวในมหานครนิวยอร์กได้ที่ 
FB: https://www.facebook.com/ny.kitchen.university
IG: https://www.instagram.com/ny.kitchen.university/
Readawrite: https://www.readawrite.com/c/5b30e4fb4a56b71fc740d6ebd535bba2
Dek-D: https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=2084075&chapter=28
Blockdit: https://www.blockdit.com/nyku

#เอ็นวายกู #nyku #newyorkkitchenuniversity #คนไทยในอเมริกา #คนไทยในนิวยอร์ก #มหาลัยห้องครัว
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  เรื่องสั้น คนไทยในอเมริกา นครนิวยอร์ก สังคมต่างประเทศ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่