อะไรทำให้แนวคิดความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม เพศจากที่เคยดีกลับกลายเป็นตัวสร้างปัญหาเสียเอง

ในโลกยุคปัจจุบันหลายประเทศพยายามรณรงค์ให้มีการหล่อมร่วมผู้คนและวัฒนธรรมเข้าด้วยกันโดยยึดหลักเอกภาพบนความหลากหลาย ทั้งศาสนา วัฒนธรรม สีผิว เพศ
โดยประเทศที่เริ่มแนวคิดนี้คือประเทศโลกที่หนึ่งอย่างยุโรปและอเมริกา และประเทศพัฒนาแล้ว

แต่แล้วกาลเวลาก็เริ่มพิสูจน์แล้วว่าความหลากหลายนั้น มันมีข้อดีแต่ก็มีข้อเสียเหมือนกัน ยกตัวอย่างชาวมุสลิมที่อพยพหนีสงครามไปยุโรป พวกเขากลับสร้างปัญหาให้กับคนยุโรปร่วมถึงไม่สามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมยุโรปได้

หรือย่างในอเมริกาประเทศเสรีที่โปรโมตว่าทุกสีผิวและชาติพันธ์สามารถอยู่ร่วมกันได้แต่เอาเข้าจริง ทั้งแอฟริกัน ยุโรป และเอเชียต่างไม่สามารถผสมกลมกลื่นกันได้ ซ่ำต่างฝ่ายต่างเหยียดกันเอง คนขาวเหยียดคนดำและเอเชีย, คนดำเหยียดคนขาวและเอเชีย ,เอเชียเหยียดคนดำ ในอเมริกาอาชญากรรมที่สูงที่สุดคืออาชญากรรมความเกลียดชัง (เชื้อชาติสีผิวและศาสนา) ถึงอเมริกาจะออกกฎหมายรับลองความเท่าเทียมระหว่างสีผิว แต่ในทางปฏิบัติผู้คนต่างแบ่งแยกกันอยู่และหวาดระแวงต่อกัน 

อย่างในเหตุการณ์ black live matter ที่ผู้คนต่างออกมาก่อจราจนเรื่องสีผิวเพราะเหลืออดกับความอยุติธรรมที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุกับคนผิวสี

ความหลากในตอนนี้มันส่งผลกระทบไปถึงวงการบันเทิง อย่าง หนังและอนิเมชั่น เริ่มมีการใส่คนผิวสีและเพศที่สามและ feminist เข้ามามากจนทำให้เรื่องราวในหนังพังหมด

คำถาม

-อะไรทำให้ความหลากหลายจากที่ผู้คนเคยรณรงค์และพยายามสร้างขึ้นมากลับกลายเป็นตัวสร้างปัญหาเสียเองเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

คิดว่าปัจจัยหลักมาจากประวัติศาสตร์ด้วยหรือ ไม่ อย่างคนผิวสี เพศที่สาม และ เฟมมินิสต์นั้น ถ้าศึกษาดีๆจะพบว่าพวกเขานั้นเคยถูกสังคมกดขี่มาก่อนและถูกทารุณกรรมสารพัด และพอโลกเปลี่ยนและพวกเขาเริ่มมีอำนาจพวกเขาเลยเริ่มเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา พร้อมกับความขับแค้น โกรธเกลียดที่ฝั่งมานานมันเลยปะทุออกมา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่