ก่อนหน้านี้ต้องขอเล่าก่อนว่าผมใช้ของแบรนด์อื่นมาตลอด จนกระทั่งผมซื้อบ้านหลังใหม่ จึงเริ่มหาข้อมูล เท่าที่ดูข้อเสนอต่างๆผมว่าทรูค่อนข้างน่าสนใจ แต่ผมใช้งานมาได้ในระยะนึงกลับผมปัญหาเรื่องของสัญญาณที่หลุดค่อนข้างบ่อย ประกอบกับเป็นช่วง WFH เลยทำให้โดนหัวหน้าติเรื่องที่ผมหลุดประชุมบ่อยๆ จึงได้ประสานงาน call center ในตอนแรกได้คำตอบว่าไม่สามารถยกเลิกได้ เนื่องจากติดสัญญา หากต้องการยกเลิกจะต้องเสียค่าปรับ ผมจึงขอติดต่อเกี่ยวกับฝ่ายโปรโมชั่น ซึ่งได้ทางออกที่น่าพอใจ แต่ผมก็ยังทดลองใช้ต่ออีก1เดือน ซึ่งในระยะเวลา 5เดือนที่ใช้งานมา มีช่างมาแก้ไข6รอบ เปลี่ยน router 3 ครั้ง ซึ่งผมมองว่าค่อนข้างเยอะ จนกระทั่งเดือนที่ผ่านมา ผมตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนเครือข่าย จึงได้ไปสอบถามเรื่องการยกเลิกที่ช้อปแห่งหนึ่งในห้างใหญ่ย่านพระประแดง ว่าสามารถมายกเลิกที่ช้อปได้หรือไม่ จนท.คนแรกแจ้งว่าสามารถมายกเลิกที่ช้อปนี้ได้
วันเสาร์ที่ผ่านมา ผมจึงไปติดต่อเพื่อขอยกเลิก ผมไปถึงช้อป 19.10 น. จนท.ผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว แจ้งว่า "ระบบปิดแล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้ ให้มาติดต่อในวันถัดไป" ผมจึงสอบถามกลับเพื่อยืนยันว่า "จริงหรือเปล่า ทำไมตอนที่มาสอบถามไม่เห็นมีแจ้งรายละเอียดแบบนี้ และวันนี้เป็นวันสุดท้ายของรอบบิล" (ในวันที่ผมมาสอบถาม เวลาเกือบ2ทุ่ม)
จนท.คนนี้ มีท่าทางเลิ่กลั่ก พร้อมกับบอกว่าให้ไปสอบถามกับอีกคนนึง จนท.ผู้หญิง ยืนอยู่หน้าตู้บริการอัตโนมัติ ผมแจ้งความประสงค์ว่าต้องการมายกเลิกเช่นเดิม จนท.คนนี้แจ้งว่า "ระบบปิดให้มาติดต่อใหม่พรุ่งนี้" ผมก็เลยย้ำอีกครั้งว่า "ตอนมาสอบถามไม่เห็นแจ้งเลยว่าต้องมาก่อนกี่โมง" จนท.ถามผมกลับด้วยเสียงห้วนๆว่า "แล้วได้ถามพนักงานมั้ย?"
ณ ตอนนี้ผมเริ่มมีอารมณ์นิดๆแล้ว จึงสอบถามกลับไปว่า "ไม่มีลูกค้าคนไหนทราบหรอกว่าระบบปิดไม่พร้อมช้อป" จนท.คนนี้บอกให้ไปสอบถามหน้าเคาน์เตอร์
ที่เคาน์เตอร์มี จนท. นั่งอยู่4คน 2 คนให้บริการลูกค้า อีก2คนนั่งเล่นโทรศัพท์ ผมจึงสอบถามกับ จนท. ที่ว่างจากการรับลูกค้าและนั่งเล่นโทรศัพท์ 2 คนนั้น ได้รับคำตอบเช่นเดิม "ระบบปิดแล้ว ให้มาติดต่อใหม่วันรุ่งขึ้น หากเกินรอบบิล ก็ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนต่างเอง" โดยที่ไม่แม้แต่จะมองหน้าผมด้วยซ้ำ
ผมจึงถอดใจแล้วเดินออกมาแบบงงๆ ก่อนที่จะโทรถาม call center ซึ่งคำตอบที่ผมได้คือจะให้ผู้จัดการช้อปติดต่อกลับมาให้เร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะเป็นเช้าวันอาทิตย์ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ ทั้งที่ผมก็โทรติดตามทุกวัน หลายคนอาจจะคิดว่าทำไมไม่คืนสาขาอื่นให้จบๆ หรือไปตามเวลาที่กำหนด เพราะผมต้องการคำตอบเรื่องการปิดระบบก่อนปิดทำการช้อป ว่าเป็นที่ระบบจริงๆหรือเป็นเพราะต้องการปฏิเสธการยกเลิกของลูกค้า ซึ่งผมคิดต่อว่า ถ้าหากมีลูกค้าต้องการยกเลิก และอาจจะเลิกงาน4-5โมงเย็น ต้องถึงขั้นลางานบ่ายมาเพื่อยกเลิกเลยหรือไม่ และหากมีค่าใช้จ่ายส่วนต่างแบบนี้จริง ลูกค้าต้องรับผิดชอบด้วยหรือ หากเป็นเพียงการปฏิเสธของ จนท. ที่ไม่ต้องการให้บริการ
อินเตอร์เน็ตบ้านของทรู
วันเสาร์ที่ผ่านมา ผมจึงไปติดต่อเพื่อขอยกเลิก ผมไปถึงช้อป 19.10 น. จนท.ผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว แจ้งว่า "ระบบปิดแล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้ ให้มาติดต่อในวันถัดไป" ผมจึงสอบถามกลับเพื่อยืนยันว่า "จริงหรือเปล่า ทำไมตอนที่มาสอบถามไม่เห็นมีแจ้งรายละเอียดแบบนี้ และวันนี้เป็นวันสุดท้ายของรอบบิล" (ในวันที่ผมมาสอบถาม เวลาเกือบ2ทุ่ม)
จนท.คนนี้ มีท่าทางเลิ่กลั่ก พร้อมกับบอกว่าให้ไปสอบถามกับอีกคนนึง จนท.ผู้หญิง ยืนอยู่หน้าตู้บริการอัตโนมัติ ผมแจ้งความประสงค์ว่าต้องการมายกเลิกเช่นเดิม จนท.คนนี้แจ้งว่า "ระบบปิดให้มาติดต่อใหม่พรุ่งนี้" ผมก็เลยย้ำอีกครั้งว่า "ตอนมาสอบถามไม่เห็นแจ้งเลยว่าต้องมาก่อนกี่โมง" จนท.ถามผมกลับด้วยเสียงห้วนๆว่า "แล้วได้ถามพนักงานมั้ย?"
ณ ตอนนี้ผมเริ่มมีอารมณ์นิดๆแล้ว จึงสอบถามกลับไปว่า "ไม่มีลูกค้าคนไหนทราบหรอกว่าระบบปิดไม่พร้อมช้อป" จนท.คนนี้บอกให้ไปสอบถามหน้าเคาน์เตอร์
ที่เคาน์เตอร์มี จนท. นั่งอยู่4คน 2 คนให้บริการลูกค้า อีก2คนนั่งเล่นโทรศัพท์ ผมจึงสอบถามกับ จนท. ที่ว่างจากการรับลูกค้าและนั่งเล่นโทรศัพท์ 2 คนนั้น ได้รับคำตอบเช่นเดิม "ระบบปิดแล้ว ให้มาติดต่อใหม่วันรุ่งขึ้น หากเกินรอบบิล ก็ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนต่างเอง" โดยที่ไม่แม้แต่จะมองหน้าผมด้วยซ้ำ
ผมจึงถอดใจแล้วเดินออกมาแบบงงๆ ก่อนที่จะโทรถาม call center ซึ่งคำตอบที่ผมได้คือจะให้ผู้จัดการช้อปติดต่อกลับมาให้เร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะเป็นเช้าวันอาทิตย์ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ ทั้งที่ผมก็โทรติดตามทุกวัน หลายคนอาจจะคิดว่าทำไมไม่คืนสาขาอื่นให้จบๆ หรือไปตามเวลาที่กำหนด เพราะผมต้องการคำตอบเรื่องการปิดระบบก่อนปิดทำการช้อป ว่าเป็นที่ระบบจริงๆหรือเป็นเพราะต้องการปฏิเสธการยกเลิกของลูกค้า ซึ่งผมคิดต่อว่า ถ้าหากมีลูกค้าต้องการยกเลิก และอาจจะเลิกงาน4-5โมงเย็น ต้องถึงขั้นลางานบ่ายมาเพื่อยกเลิกเลยหรือไม่ และหากมีค่าใช้จ่ายส่วนต่างแบบนี้จริง ลูกค้าต้องรับผิดชอบด้วยหรือ หากเป็นเพียงการปฏิเสธของ จนท. ที่ไม่ต้องการให้บริการ