อายุ 35 คบกับแฟนมา 12 ปี พ่อแฟนไม่ไปสู่ขอด้วยเหตุผลว่า ยังไม่เคยทดลองอยู่ด้วยกันแบบ 24ชม.เลย และอื่นๆ

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาขอยืมพื้นที่ของที่นี่ในการระบายปัญหาชีวิตที่มันเรื้อรังมายาวนานให้ฟังนะคะ
ใครมีคำแนะนำอะไรใดๆ รบกวนบอกได้เลยค่ะ สภาพจิตใจจขกท.ตอนนี้มันก็ใกล้จะพังเข้าทุกที เพราะหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้

เรากับแฟน รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนปี 2 ผ่านทางเกมออนไลน์ แล้วมาเจอตัวกันจริงๆหลังเรียนจบแล้ว
เริ่มคบกันตั้งแต่อายุ 23 ช่วงนั้นเราก็เทียวไปหาแฟนที่บ้านเค้าเรื่อยๆ แรกๆแม่เค้าก็ไม่ค่อยชอบเรา ส่วนพ่อเค้าเราอ่านไม่ออก
แต่ ณ ปัจจุบัน เรากับแม่แฟน โอเคกันดีค่ะ แต่กลายเป็นว่า เราเพิ่งมารู้ความจริงว่า พ่อเค้าไม่ชอบ ไม่โอเคกับเราเลย
เพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 ปี แฟนเราเคยคุยเรื่องอยากจะไปสู่ขอเราเพื่อแต่งงาน
แฟนกลับมาเล่าว่า พ่อปฎิเสธจะไปคุยให้ เหตุผลหลักๆเพราะ

1.ยังไม่เคยได้ใช้ชีวิตร่วมกันเลย จะรับกันได้แค่ไหน
2.ถ้าพ่อแม่เราเรียกสินสอดเป็นล้าน จะทำไง จะจ่ายเค้าไหวหรอ ไม่มีให้หรอกนะ จะไม่เสียหน้าเอาหรอ
3.บอกแฟนเราคงไม่ได้คิดอยากแต่งด้วยตัวเองหรอก แต่โดนเรากดดันมา
4.เราอาจจะมีลูกไม่ได้ เพราะเคยผ่านการผ่าตัดมา

อื่นๆคือ เราเข้าหาคนไม่เก่ง พูดน้อย เพื่อนน้อย เป็นคนอินโทรเวิร์ท และ เป็นคนอ้วน ไม่สวย คิดว่าตรงนี้ เค้าคงไม่ชอบเอามากๆ
วันนั้นความรู้สึกเราคือ ใจพัง ดูถูกเราไม่ว่า แต่เหมือนเค้าจะดูถูกพ่อแม่เราด้วย ว่าหน้าเงิน มันดาวน์มาก
แต่แฟนเราก็สัญญา ว่าจะพยายามคุยกับพ่อให้เข้าใจกันให้ได้ ส่วนแม่แฟน ก็ซื้อแหวนทองให้เราวงนึง บอกว่าจองไว้ก่อนนะ
สภาพจิตใจเราเลยดีขึ้นมา

ต่อมา ปีที่แล้ว เราโดนเลย์ออฟออกจากงานกระทันหัน ช่วงจังหวะคิดว่าจะหางานใหม่ รึว่ากลับบ้านดี
แฟนกับแม่แฟนก็มาชวนเรา ให้มาอยู่บ้านเค้าอีกหลังที่ไม่มีใครอยู่ เอาไว้เก็บของเฉยๆไปก่อน ระหว่างหางานใหม่ จะได้ไม่เสียค่าเช่า
เราโทรบอกพ่อแม่เรา ทีแรกพวกเค้าก็ไม่ค่อยสบายใจ เพราะมันจะดูเหมือนไปอยู่บ้านผู้ชายก่อนแต่งมั้ย โดยเฉพาะพ่อ เค้าอยากให้กลับบ้านเลย
แต่เราเลือกที่จะอยู่ และอธิบายว่า ไม่ได้อยู่หลังเดียวกันกับแฟนนะ มันสะดวกกับเราเรื่องงาน และก็อยากตอบรับความหวังดีของแม่แฟนด้วย
พ่อแม่เลยไม่ได้ว่าอะไร ส่วนพ่อแฟน ก็มาจัดการเอาคนงานมาทำความสะอาดบ้าน ดูแลเรื่องติดแอร์ใหม่ให้
(แอร์เราหารกันกับแฟนซื้อมา รวมไปถึงปั๊มน้ำใหม่ด้วย)
เราเคยทำกับข้าวไปกินด้วยกันที่บ้านเค้า ตอนนั้นเค้าชมว่าอร่อย หลังๆมีไปกินข้าวนอกบ้านด้วยกัน 4 คน เค้าก็ชวนคุยตามปกติเลย
จนเราคิดไปเองว่า พ่อเค้าคงเริ่มโอเคกับเราแล้ว เริ่มกล้าสบตาเค้า คุยกับเค้ามากขึ้น
(แรกๆแค่สบตาเค้ายังไม่กล้าเลยค่ะ เคยไปจังหวะไม่ดีเค้าน่าจะอารมณ์ไม่ดีอยู่ เรายกมือไหว้เค้า แต่เค้ามองเราแบบโกรธๆ
พร้อมทั้งเดินหนีแบบไม่รับไหว้เรา จากวันนั้นคือเราฝังใจมากไม่กล้าคุยกับเค้าอีกเลย)

เราอยู่บ้านอีกหลังของแฟนมาจนครบ 1 ปี
เพราะหางานไม่ได้เลยทำงานฟรีแลนซ์มาตลอด ค่าน้ำค่าไฟจ่ายเองไม่เคยขาด

เวลาผ่านมา ญาติถามว่าเราอยู่ที่ไหนแล้วตอนนี้ แม่ก็ต้องคอยอธิบายว่าไปอยู่บ้านอีกหลังของแฟนเขา ไม่ได้อยู่หลังเดียวกันนะ

จนถึงวันที่แฟนเข้าไปคุยกับพ่ออีกรอบ ที่จะไปสู่ขอเรา คุยกับพ่อแม่เรา
ได้ความว่าก็ทะเลาะกันเหมือนเดิม ด้วยเรื่องเดิมๆ เหตุผลเดียวกับ 2 ปีที่แล้ว
มีบอกเพิ่มด้วยว่า เปิดบ้านให้อยู่แล้ว ก็รับรู้แล้ว จะรู้ให้ลึกไปถึงไหน จะเอาอะไรอีก
ยังไม่เคยอยู่ด้วยกันตัวติดกัน 24 ชม. เลย จะไปรู้ได้ไงว่าจะอยู่กันรอด
พ่อแม่ก็ไม่ได้จัดงานแต่ง ญาติๆก็ไม่ได้จัด เขาอยู่กันเลย ก็อยู่กันมาได้

เรายอมรับ ว่าเราก็เป็นฝ่ายเริ่มคุยเรื่องแต่งงานกับแฟน แต่มันแปลกหรอที่เราจะถาม คบกันเข้าปีที่ 12
ตอนไปงานแต่งญาติ แฟนเราก็ไปด้วย มีแต่คนถาม เมื่อไหร่จะแต่ง หลังจากเรากลับบ้าน แม่เราก็โดนถามจากญาติอยู่เรื่อยๆ
ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว พ่อแม่เพื่อนก็มีแต่มาถาม เมื่อไหร่จะแต่ง จะเตรียมไปงานเรา ทุกคนรับรู้ว่าเราคบกับแฟนมา 10 กว่าปีแล้ว
จนกระทั่งพ่อเราที่ไม่เคยยุ่งเรื่องส่วนตัวของลูกสาวเลย ยังต้องเอ่ยปาก
คือแกไม่ได้ถามตรงๆแต่บอกว่าถ้าจะแต่ง จัดที่กทม.ได้เลย ครอบครัวทางแฟนเค้าจะได้ไม่ลำบาก
แม่ก็บอก เดี๋ยวแม่บอกญาติๆให้ไปร่วมงานที่กทม.เอง
แต่สถานการณ์ตอนนี้คือ พ่อแฟนบอกว่าจะไม่ไปคุยกับพ่อแม่เรา ถ้าแฟนเราอยากไป ก็ไปกันเอง
ส่วนแม่แฟน ก็แจ้งเราว่าเค้าจะไปด้วย แต่ไม่ได้ไปสู่ขอนะ ไปแบบผู้ใหญ่คุยกันให้รู้เรื่อง ว่าผู้ใหญ่รับรู้นะว่าทั้งคู่คบกันแล้ว
เราก็ดีใจส่วนที่เค้าจะลงไปคุยให้ แต่ที่กังวลขึ้นมาคือ พ่อแม่เราถ้าเค้ารู้ว่า เราโดนพ่อแฟนรังเกียจขนาดนี้ เค้าจะรู้สึกยังไง

ไม่มีการสู่ขอ ไม่มีงานแต่ง เรารับได้ แต่สิ่งที่เรากังวลที่สุดคือ ความรู้สึกของพ่อแม่เรา เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น

แต่ ณ วันนี้ ก็เหมือนเราเลือกแฟน เลือกที่จะอยู่แบบนี้เอง ทั้งที่เค้าไม่อยากให้แต่ง
อยากแค่ให้อยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆก็พอแล้ว มันทำให้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตตัวเองเหลือเกิน
เพื่อนหลายคนเชียร์ให้กลับบ้าน แต่เราก็ทิ้งแฟนไปไหนไม่ได้ เพราะเค้าก็ทำเพื่อเรา พยายามหลายๆอย่างเพื่อเรามาตลอดเหมือนกัน
ผ่านความสุขความทุกข์ร่วมกันมาตั้งหลายปี มันตัดออกจากใจไม่ได้

เรื่องงานแต่งเราเคยแจ้งแม่นานแล้ว ว่าอาจจะไม่มีงาน แม่เคยบอกว่าแม่ไม่ขออะไร ขอทะเบียนสมรสใบเดียวก็พอ
แต่วันนี้ที่แม่โทรมาหา เราแจ้งไปว่าแม่แฟนกับแฟนมีแปลนจะลงไปหานะไปคุยด้วย แม่เรารีบตอบเลยว่า งานจัดที่กรุงเทพก็ได้ จะได้ไม่ลำบาก
แต่สถานการณ์จริง แม่ไม่เคยรู้เลย พ่อก็ไม่เคยรู้ ว่าสถานการณ์มันไม่ใช่ปกติเหมือนคู่อื่น ที่คนรักกัน พ่อแม่รับรู้พากันไปสู่ขอ
เราเครียดมาก ไม่รู้อนาคตมันจะเป็นยังไงต่อ
รู้สึกตัวเองเกิดมาเป็นมารขวางทางชีวิตคนอื่น ทำให้แฟนกับพ่อไม่ลงรอยกันเพราะเรื่องตัวเอง
การที่มาอยู่บ้านแฟนก่อนก็ไม่รู้เป็นการไม่ให้เกียรติพ่อแม่ตัวเองมั้ย เราก็มองว่าบ้านคนละหลัง
แถมได้มีโอกาศได้ลองใช้ชีวิตใกล้ชิดแฟนตัวเองมากขึ้น อยู่ใกล้กันมากขึ้น เผื่อพ่อแฟนจะโอเค
กลายเป็นว่าสิ่งที่เค้าคาดหวังคืออยากให้อยู่กันไปเลยก่อนแต่ง ว่าจะอยู่ด้วยกันรอดจริงมั้ย
แต่งไปถ้าเลิกกันทีหลังมันเรื่องเยอะ
ทะเบียนก็ไม่ให้จด

คือ เค้าไม่คิดถึงฝั่งเราบ้างหรอ เราก็เป็นลูก มีพ่อ มีแม่...
แฟนเราบอกว่าเค้าจะยอมหักกับพ่อตรงนี้ ถ้าแม่ให้จดเค้าก็จะจด
ส่วนเรา ถ้าพ่อแม่เรารู้เรื่องพ่อเค้าแล้วรับไม่ได้ บอกให้เรากลับบ้านซะ ตอนนั้นมันก็ขึ้นอยู่ที่เรา ว่าจะเลือกทางเดินแบบไหนยังไงต่อ
เราก็ยังให้คำตอบเค้าไม่ได้ จะเลือกความรัก รึว่าเกียติรของพ่อแม่ตัวเอง
เสียใจที่เค้าดูถูกพ่อแม่เรา แต่ความผูกพัน 12 ปีกับแฟนมันทำให้ตัดสินใจเลือกไม่ได้จริงๆ
สภาพจิตใจตอนนี้คือย่ำแย่มาก ฝืนใจทำงานไปวันๆ คิดโฟกัสแต่เรื่องงานไปก่อนเผื่อมันจะผ่านไปได้ ไม่อยากให้เสียงานไปด้วย
แต่ในใจคือมันทรมานมาก ไม่รู้จะก้าวข้ามผ่านมันไปยังไงเลย

ยาวมากๆ ถ้าเล่าอธิบายอะไรวกวนก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
และขอบคุณพันทิพสำหรับพื้นที่นี้ค่ะ

ปล. ขอร้องแอดมินที่ชอบแชร์กระทู้พันทิพลงเฟสบุ๊ค อย่านำกระทู้นี้ไปแชร์เลยนะคะ พ่อแฟนเราเล่นเฟสบุ๊คค่ะ เราไม่อยากให้เค้ามาอ่านเจอ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ปัญหาชีวิต ปัญหาความรัก พิธีสู่ขอ Hurt Room ขอแต่งงาน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่