ปรึกษาน้องชายมีนิสัยก้าวร้าว เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง

เป็นเรื่องที่ผมไม่สบายใจเลยในตอนนี้ครับ ปัญหานี้มันมีมานาน จนตอนนี้น้องชายผมอยู่ม.ปลายแล้ว
.
น้องชายผมมีนิสัยก้าวร้าวครับ พูดจาแบบขวานผ่าซาก แม้แต่เวลาพูดกันดีๆ ก็ตาม แค่ผมอ้าปากเขาก็หงุดหงิดแล้ว ลักษณะเหมือนโกรธอะไรไม่รู้ตลอดเวลาน้องกับแม่มักจะทะเลาะกันบ่อยๆ คือแม่ก็พยายามที่จะบอกสอนซึ่งถึงแม้แม่จะใช้ความรุนแรงระดับ 1 แต่น้องก็ส่งกลับมาความรุนแรงระดับ 10 ทันที มันก็เลยกลายเป็นการต่อล้อต่อเถียงกันระหว่างแม่กับน้องเสมอ ทุกวันน้องผมจะเก็บตัวอยู่ในห้องเล่นเกม แล้วก็ดู+อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นที่เขาชอบ จะออกมาแค่ตอนกินข้าวก็แค่แป๊บเดียวก็วิ่งกลับเข้าไป ต้องบอกก่อนเลยว่าผมไม่คิดอยากจะโทษเกมเลย แต่ผมก็เชื่อว่ามันก็เป็นหนึ่งในสาเหตุ เพราะตั้งแต่น้องเริ่มเล่นเกมออนไลน์กับเพื่อนช่วงม.ต้น น้องผมก็ไม่เหมือนเดิม ผมเข้าใจว่าเกมที่น้องเล่นก็หลากหลาย แต่ก็จะมีเกมที่มีความรุนแรง เช่น เกมต่อสู้ (MOBA) หรือเกมยิงปืน ซึ่งเวลาเล่นก็จะส่งเสียงดังอย่างเมามัน เมื่อก่อนแม่ผมก็พยายามคุมให้อยู่ในเวลาที่เหมาะสม แต่ทุกวันนี้คุมไม่ได้แล้ว เขาเล่นจนดึกดื่นแทบทุกวัน
.
ลักษณะความคิดของเขาค่อนข้างแคบ โลกแคบ และไม่รับฟังอะไรใครทั้งนั้น (จริงๆ แค่จะหาจังหวะ ย้ำว่าต้องหาจังหวะพูดคุยกันยังแทบไม่มี) เขาคิดว่าตัวเองถูกเสมอ สิ่งที่ผมกังวลที่สุดคืออนาคตของเขา เรื่องการศึกษาต่อ เขาแทบไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องศึกษาต่อ เขาเคยพูดออกมาว่า ทำไมต้องเรียนปริญญาตรี (เหตุเกิดเมื่อแม่คุยกับน้อง แม่ถามน้องว่าอยากเรียนอะไรต่อในระดับปริญญาตรี) ผมเข้าใจว่า เหมือนเขาไม่เข้าใจความหมายของปริญญาตรีด้วยซ้ำ เขาคงคิดว่าเป็นวิชาวิชานึงที่แม่อยากให้เรียนเหมือนเวลาแม่จะให้ไปเรียนพิเศษ ต้องบอกก่อนว่า การเรียนพิเศษไม่ได้ให้เรียนเยอะเลย และก็ไม่ได้อยากจะบังคับ ผมพยายามคุยกับแม่ว่าอยากให้น้องเรียนสิ่งที่ชอบ ซึ่งแม่ก็เข้าใจเสมอ แต่แม่บอกว่า ถ้าไม่ให้เขาเรียนพิเศษ เขาก็คงไม่สนใจอะไรเลย และวันๆ ก็จะเอาแต่เล่นกับดูการ์ตูน และพักหลังเขาหยุดเรียนบ่อยครั้ง (ส่วนใหญ่จะป่วยเพราะพักผ่อนน้อยและบอกว่าท้องเสีย)
.
นอกจากนั้น ทุกวันเขาไม่ทำอะไรเลย ใช้คนอื่นแทบทุกอย่าง ไม่ช่วยการงานอะไรในบ้านทั้งสิ้น ค่อนข้างขี้เกียจ ทำการบ้านก็ทำส่งๆ และทำอะไรก็ไม่เป็น แน่นอนว่าเวลาเขาใช้ผมเขาใช้คำที่ไม่น่าฟัง (ชี้นิ้วสั่ง) ยอมรับว่าโกรธและน้อยใจมาก มีบางครั้งที่หลุดด่า แต่ก็พยามยามจะควบคุมอารมณ์ ซึ่งผมก็ทำให้เขาเกือบทุกครั้งเพราะไม่อยากให้เขาน้อยใจ (รู้สึกว่าคิดผิด) 
.
ต้องบอกว่าตอนเด็กๆ เขาไม่ใช่คนแบบนี้เลย ร่าเริงแจ่มใส ขอบพูดชอบคุย และคิดถึงคนอื่นเสมอ ผมกับน้องก็สนิทกัน ถึงแม้จะทะเลาะด่าว่ากันบ่อยครั้งตามประสาเด็ก แต่ก็เล่นด้วยกัน นอนด้วยกัน ให้ความรักกันตลอด แต่ทุกวันนี้เราห่างเหินกันมาก วันๆ นึงได้คุยกันแบบนับนาทีได้ และต้องหาจังหวะเข้าไปคุยเพราะเขาตั้งท่าหงุดหงิดใส่ตลอดแค่ผมอ้าปาก ยอมรับเลยว่าแต่ก่อนเจอเขาตะคอกใส่ก็ด่ากลับไปบ่อยครั้งเพราะทนไม่ไหวเหมือนกัน แต่ทุกวันนี้พยายามอดกลั้นและพูดแบบจิตวิทยา พยายามถามไถ่ถึงความชอบของเขา อยากเรียนอะไรต่อ ชอบวิชาอะไรที่โรงเรียน ชวนไปออกกำลังกาย พยามใกล้ชิดเขาเท่าที่ทำได้ แต่มันก็ดูไม่เป็นผล เขาถามคำตอบคำ หวงคำพูด ได้คุยกันนิดเดียวก็เริ่มหงุดหงิดใส่ตลอด
.
แต่ทั้งนี้เขาก็ไม่ได้ใช้ชีวิตเหลวแหลกอะไร ไปโรงเรียนปกติ สังคมที่เขาอยู่ก็เป็นโรงเรียนเอกชน เล่นกับเพื่อนปกติ (ถึงแม้บ่อยครั้งที่จะอยากกลับบ้านเร็วๆ)
แต่เวลากลับบ้านมาก็ขลุกตัวอยู่ในห้อง แทบจะไม่อยากออกไปไหน พาไปเที่ยวก็อยากแต่จะรีบกลับบ้าน
.
ผมเป็นห่วงเขามากๆ เลยครับ ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรดี เป็นห่วงที่สุดคืออนาคตของเขาเพราะอีกไม่กี่ปีก็ต้องวางแผนเส้นทางชีวิตแล้ว แต่ทุกวันนี้เขาแทบไม่ได้คิด (แต่ผมก็ไม่ได้มีความคิดที่จะเค้นให้เขาต้องคิดเลยนะครับ ใช้วิธีพูดคุยกันถ้ามีโอกาส) แต่ก็ยังดีที่เขาตามเพื่อนบ้าง ผมพยามยามส่งเสริมในสิ่งที่เขาชอบ (เขาชอบภาษาญี่ปุ่น) แต่เขาก็ดูชอบแค่ในมุมมองแคบๆ ชอบเพราะเขาชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่น (ซึ่งก็ยังดี) แม่ให้น้องไปเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติมตามที่เขาชอบด้วย (เขาเป็นคนขอไปเรียนเอง บอกว่าจะไปเรียนกับเพื่อน) แต่เวลาผมพยายามหาคณะเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น หรือเกี่ยวกับการศึกษาต่อ เขาก็ไม่ได้สนใจอยู่ดี
.
ทุกวันนี้ผมเครียดมาก และมันเริ่มจะกระทบกับชีวิตปกติผมแล้ว เพราะผมเป็นห่วงเขา เป็นห่วงแม่ที่ทะเลาะกับน้องตลอด ถือว่าอย่างน้อยผมมาระบายนะครับ แต่ถ้าใครที่สามารถให้คำปรึกษา แนะนำผมได้ หรือมีประสบการณ์คล้ายกัน ก็ขอบคุณมากเลยครับ ผมพร้อมจะปรับตัวเอง และทำตามเพื่อที่จะให้น้องผมดีขึ้น ก่อนที่มันอาจจะแย่ไปกว่านี้

ปล. ที่บ้านไม่ได้มีปัญหาครอบครัว อยู่พร้อมหน้ากันปกติ พ่อแม่ไม่เคยทะเลาะกัน แต่พ่อจะทำงานจนมีเวลาให้แค่สุดสัปดาห์
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่