เหตุผลที่ว่า ผมไม่ชอบสังคม ความ เป็นอยู่ของคนไทย

กระทู้คำถาม
สวัสดีครับชาวพันทิป วันนี้ผมจะมาเล่าสิ่งที่ผมเกลียดในสังคมไทยกันนะครับ กับประสบการณ์ที่ผมเคยเจอมาในรูปแบบต่างๆนาๆ
ผมเป็นลูกครึ่งนะครับ พ่อเป็นคนอเมริกา ส่วนแม่เป็นคนไทย
ผมได้มีโอกาศศึกษาเล่าเรียนที่หลายประเทศ
แต่ประเทศที่ผมเรียนมากที่สุดคือประเทศไทย
จากการที่ผมอยู่ประเทศไทยมากว่า 15ปี ทำให้ผมได้พบสิ่งต่างๆมามากมาย ผมจะเริ่มเล่าตั้งแต่วัยเด็กของผมเลยนะครับ

ผมจะเริ่มจากบ้านของผมเลยละกัน บ้านผมอยู่ใกล้ตัวเมืองครับ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ เวลาผมจะไปเรียน ซึ่ง รร ผม เป็น รร เอกชน นะครับ สมัยนั้นพ่อผมจะเป็นคนส่งผมไปเรียนด้วยรถยนต์ แต่ด้วนความที่ผม เป็นเด็กอ้วนที่ชอบเล่นแต่คอม ทำให้พ่อผมมีไอเดียที่จะให้ผม ปั่นจักรยานไปเรียน ช่วงนั้นคือช่วง ป.2 ผมจึงได้มีโอกาศปั่นจักรยานไปเรียน ระหว่างที่ผมปั่นไปคนั้งแรก ผ่านจากหมู่บ้านไป จะมีบ้านเล็กๆหลังหนึ่งที่มีครอบครัว ที่หาเลี้ยงด้วยการหาขยะเพื่อนำมาขาย โดยที่บ้านนั้นมีลูกๆกว่า7-8คน ตอนแรกๆก็ปกติดีแหระครับ แต่หลังๆมาจะมีลูกชายเค้าคนหนึ่ง เริ่มทำหน้าตากวนประสาทใส่ผม ทำเป็นพูดภาษาอังกฤษ แบบมั่วๆใส่ต่อหน้าเพื่อนๆของพวกเขา หลังๆมา ก็ปาหินใส่ผมบ้าง หรือ เอาไม้ไล่ผมบ้าง ส่วนพ่อแม่เขาก็หัวเราะผมครับ นี่คือสิ่งที่ผมเจอ และไม่คิดว่าจะเจอแบบนี้ครับ ผมชอบโดนคนหลายๆคนในหมู่บ้านด่าว่า ไอ่ฝรั่งขี้นก ซึ่งเป็นคำพูดที่ผมไม่ชอบมากครับ ผมไม่เคยไปทำอะไรให้พวกเค้า ทำไมเค้าถึงต้องมาเกลียดผม หรือมาว่าผม ต่อผมคือสิ่งที่ผมได้พอเจอในห้องเรียนของผม คุณครูนั้นชอบตีนักเรียนที่ไม่ส่งงาน ผมก็เข้าใจดีครับว่ามันเป็นที่ระบบ ผมเองก็ชอบไม่ทำงานส่ง เพราะบางทีผมรู้สึกมันมากเกินไป ในวันหนึ่งๆ ผมเรียนประมาณ 7-8วิชา และวิชาเหล่านั้นก็จะให้การบ้าน ซึ่งมันเยอะมากจริงๆสำหรับเด็กคนหนึ่ง ถ้าให้ผมเทียบกับที่ผม เคยเรียนประถมที่เกาหลี ผมขอเรียนที่นั้นยังจะดีกว่า ครูทั้งเอาใจใส่ เน้นกิจกรรมมากกว่า การจดการสอบ
คุณครูที่ไทยก็ชอบบูลลี่ผมด้วยคำพูดของครู เชานมาตั้งฉายาให้กับนักเรียนของตัวเองให้เหมือนตัวตลก ผมเคยไปเรียนต่างประเทศ ทำให้ผมต้องมาเรียนที่ไทยใหม่ อายุเลยห่างจากเพื่อนๆ 2-3ปี ครูก็ว่าผมว่า ไอ่แก่ บ้าง หัวกะลา บ้าง เพื่อนๆในห้องก็ต่างหัวเราะชอบใจ แต่คนที่โดนเค้าคงไม่ชอบใจหรอกครับ ต่อนะครับ สังคมนักเรียนของคนไทยนั้น ชอบ บูลลี่ ใช้กำลัง เหยียดผิว มากครับ บางครั้งผมอยู่เฉยๆ โดนรุ่นพี่มาตบหัวบ้าง เตะผมบ้าง โดยที่ผมไม่ได้ทำอะไร และจากการ สั่งเกต คนในห้องของผม จะมีเพื่อนที่สีผิวดำที่สุดในห้อง มักจะโดนล้อเรื่อง สีผิว โดนทำร้ายร่างกายบ้าง ล้อชื่อพ่อชื่อแม่ เวลาจะฟ้องครู ครูก็ให้แต่แก้ปัญหาเดิมๆ ให้ขอโทษ ไหว้กัน หลังจากนั้นทุกอย่างก็เหมือนเดิม ผมก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะหากผมไปช่วยเค้า ผมก็อาจถูกเหมารวมไปเป็นแบบเค้า

ต่อมาคือ เรื่องต่ำแหน่ง คนไทยชอบใช้ต่ำแหน่งมาข่มคนอื่น เหตุการ์ณนี้ผมพบเจอมาจากเพื่อนของผม สมัยประถม โดยที่เพื่อนผมนั้นโดนลูกทหารมาแกล้ง จึงแกล้งคืนจนร้องไห้ เลยไปฟ้องพ่อเค้ามา ซึ่งพ่อเค้าเป็นทหาร ยศ น่าจะใหญ่พอตัว มาคุยกับคุณครูและพูดใส่เพื่อนผมว่า ระวังไว้ดีๆ จากเหตุการ์ณนั้นเพื่อนผมเลยต้องมาขอโทษคนที่แกล้ง เพียงเพราะพ่อเค้าเป็นทหารยศใหญ่ โดยที่ไม่ได้ฟังเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นเลย

หลังจากนั้น พอผมขึ้น ม.ต้น
ผมก็ได้เจอกับผู้คนใหม่ๆนักเรียนใหม่ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่หายไปคือการ บูลลี่ การทำร้ายร่างกาย เหมือนจะเป็นเรื่องปกติของสังคมนักเรียนไทย
ช่วงนี้ผมตั้งใจเรียนมากขึ้น ผมเลิกปั่นจักรยานไปเรียนแล้ว ทำให้ผมดูผอมขึ้น ไม่ค่อยโดนล้อ ผมคิดว่าทุกอย่างกำลังจะเป็นไปด้วยดี สุดท้ายก็มาเจอรุ่นพี่ หัวโจกของ รร ที่ไถเงินคนอื่นไปเรื่อยสูบบุหรี่ไปเรื่อย มาไถเงินเพื่อนผมบ้าง ไถผมบ้าง ผมจึงเลือกที่จะใช้กำลังในการขัดขืน แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าทำ เพราะพวกรุ่นพี่เค้าคนมากกว่า
ผมจึงคิดว่าสภาพสังคมแบบนี้ผมอยู่ต่อไม่ได้แล้ว ผมเลยตั้งใจที่จะไปเรียน ม.ปลาย ที่ รร ดังๆ ประจำจังหวัด เพื่อหนีจากสังคมที่นี่

มีหลายสิ่งที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ เช่น
รร ผม ครูเค้าชอบทำอาหารในห้องพักเรียน ทำส้มตำบ้าง อบเค้กบ้าง ซึ่งห้องพักครูจะเหม็นมาก
และครูชอบเลือกที่จะใช้เด็กมาทำความสะอาดให้
ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ สำหรับผม คุณครูควรเป็นแบบอย่างให้กับนักเรียน ครูสามารถทำกับข้างกินเองได้ แต่ทำไมต้องให้ นร มาล้างจานแทน พ่อแม่ ผม ส่งผมมาเพื่อมาเรียน แต่ต้องมาทำความสะอาดห้องให้ครู ล้างจานให้ เวลาเข้าแถวหน้าเสาธง กลางแดดแรงๆ ให้ร้องเพลงชาติ สวดมนต์ ท่องอะไรไม่รู้ต่างๆนาๆ โดยที่ครูยื่นในร่ม แล้วพอไม่พอใจก็บอกว่าเอาใหม่ มันจึงทำให้ผมรู้สึกไม่ชอบ การร้องเพลงชาติ การสวดมนต์ ผมไปเรียนที่ประเทศอื่นคือ เค้าเข้าเรียนกันเลยครับ คุณครูมีหน้าที่สอนเด็ก ก็สอนเด็ก ตั้งแต่ผมเกิดมา ผมไม่เคยโดนพ่อแม่ตีเลยครับ นอกจาก คุณตา และคุณยาย ที่ตีผม ถ้าให้นับรวมๆแล้ว ครูที่ไทยนี่ตีผมมากที่สุดแล้วครับ

หลังจากที่ผม เรียนจบ ม.ต้น และสอบติด รร แห่งใหม่ที่ผมตั้งใจจะเข้า ทำให้ผมได้เจอกับเพื่อนดีๆ ในห้องที่ไม่ใช้กำลัง แต่สิ่งที่ผมได้เจอคือ การโกง
การโกงกีฬาสีบ้าง การโกงต่างๆนาๆ แม้แต่ รด ก็มีการโกง ผมเลือกที่จะเรียน รด เพื่อที่จะฝึกร่างกาย ผมพยายามฟิตร่างกายตลอดเวลาก่อนที่จะไปคัดเลือก รด แต่ผมติดนะ เพื่อนบ้างคนก็ไม่ติด แต่สิ่งที่ผมงงที่สุดเลยคือ ห้องอื่นที่เค้า หนัก 100 กว่าโล ดันติดสะงั้น เพราะพ่อเค้า เป็นทหารยศใหญ่ มันง่ายดีจริงๆการเป็น รด

ตลอดเวลาที่ผมเรียนม.ปลายที่ไทย ผมได้เจอเพื่อนดีๆ บางคนก็เห็นแก่ตัว บางคนก็ไม่ตั้งใจเรียน ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ผมจะมาพูดถึง รร นี่ดีกว่า ใช่ว่าทุกอย่างจะดีเสมอไป
รร ม.ปลายนี่ เป็น รร ที่ใส่ใจเฉพาะ เด็กห้องต้น ส่วนเด็กห้องปลายๆ หรือ เด็ก ศิลป์ อย่างผม
(ผมอยู่ศิลป์ทับต้น แต่เลขห้องจะอยู่ท้ายๆ)
ครูจะไม่ค่อยใส่ใจในการสอนเท่าไหร่ แต่เวลามีกิจกรรมอะไร ก็ใช้ห้องพวกนี้นี่แหระ ผมอยากให้ระบบการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงบ้าง การให้พวกเค้าเข้าใจถึงปัญหาจริงๆของนักเรียนไทย
รร ผมมีนักเรียนโดดตึกด้วยจากความเครียด แต่ รร สามารถปิดข่าวได้อย่างดีเยี่ยมเพื่อรักษาภาพลักษของ รร และ ผอ เพื่อไม่ให้เป็นข่าว
ผมไม่รู้จะเขียนอะไรต่อดีละ เพราะผมพึ่งเขียนครั้งแรก เหมือนผมจะเล่าชีวิตผมเลย ฮ่าๆ
ต่อมาคือ สังคมภายนอก คนไทยชอบโกงมากครับ โดยเฉพาะโกงกับพ่อของผมที่เป็นคนต่างชาติ ผมเจอทุกรูปแบบครับ ให้เงินไม่ครบบ้าง ขึ้นราคา จนดูเวอร์ไปบ้าง หรือ นินทาต่อหน้าพ่อผมเลยครับ โดนที่ไม่รู้ว่า ผมฟังออก ผมก็โกรธนะพอพวกเค้ารู้ว่าผมเป็นลูกครึ่งเค้าก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เดี่ยวมาเขียนต่อนะครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่