ทำผิดซ้ำซาก
น้องทับทิม
จากคนแปลกหน้า…สู่ผู้คุกคาม
ให้มันจบที่ลูกสาวเรา!
ได้เวลาชาวเน็ตทำงาน
‘ข่าวปด’ สัมภาษณ์แบงค์ สัมภาษณ์หรือล่อซื้อ?
—————
แบงค์ ยศกร
:
1- “แบงค์ ยศกร” อายุ 28 ปี เป็นชาวลพบุรี พ่อแม่ทำงานราชการทั้งคู่ ตัวเขาเองก็เป็นคนเรียนดี สอบได้คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่เรียนไม่จบ
2- แม้จะเรียนไม่จบ แต่พฤติกรรมของแบงค์เป็นที่เล่าขานมาถึงทุกวัน เรียกว่าผ่านมา 8 ปีแล้ว แต่เพื่อนร่วมรุ่นยังจำแบงค์ได้ดี เพราะเขาเป็นคนที่ “แปลก” มาก ๆ แล้วยังชอบคุกคามเพื่อนนักศึกษาหญิง ทั้งส่งข้อความไปก่อกวน และถึงขั้นตามไปที่ห้องเรียน
3- พอเรียนธรรมศาสตร์ไม่จบ แบงค์ก็ย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จ.ลพบุรี จนจบคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ
4- แบงค์บอกว่า ปัจจุบันเขาทำงานเป็นเบลบอย (พนักงานยกกระเป๋า) อยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หลังเลิกงานก็ไปเป็นไรเดอร์ เพื่อหวังจะได้เจอกับผู้โดยสารสวย ๆ(ต่อมาทราบว่าที่จริงทำงานเป็นแคชเชียร์ และถูกให้ออกจากงานแล้ว)
—————
ทำผิดซ้ำซาก :
5- ระหว่างนี้แบงค์ก็ไม่ทิ้งนิสัยเดิม ยังตามคุกคามผู้หญิงไม่เว้นวัน ทั้งทักไปคุกคามในโซเชียลฯ และเอารูปผู้หญิงไปแชร์ตามกลุ่มต่าง ๆ โดยแต่งเรื่องให้เสียหาย
6- เช่น ครั้งหนึ่งแบงค์แคปรูปข้าราชการหญิงคนหนึ่งไปแชร์ว่าเธอเอาตัวเข้าแลกจนได้เลื่อนตำแหน่ง เวลาเอาเอกสารไปให้หัวหน้าเซ็นจะปิดประตูล็อกห้อง เรื่องนี้ถูกแชร์ไปไหนต่อไหน กว่าเหยื่อจะรู้ตัวก็เสียหายไปมากแล้ว
7- เมื่อผู้เสียหายสืบจนรู้ว่าแบงค์เป็นใครอยู่ที่ไหน เขาก็รีบขอโทษและสัญญาว่าจะไม่ทำอีก เพื่อไม่ให้เหยื่อเอาความ แต่ไม่นานนักก็กลับมาทำพฤติกรรมเดิมอีก
8- แบงค์ทำเรื่องแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายครั้งที่เดือดร้อนถึงพ่อแม่ต้องไปขอโทษเหยื่อ บางครั้งถึงขั้นต้องพาแบงค์ไปกราบผู้เสียหายถึงบ้าน แต่แบงค์ก็ไม่หลาบจำ ยังก่อเหตุซ้ำเรื่อยมา ก็ไม่รู้ว่ารอดดงตีนมาได้ยังไง
9- พ่อแม่ของแบงค์อ้างว่า แบงค์ป่วยทางจิต เป็นโรคแอสเพอร์เกอร์ หรือกลุ่มอาการออทิสติกสเปกตรัม ทำให้เขามีปัญหาด้านทักษะทางสังคมและมีอาการหมกมุ่น
10- แม่บอกว่าพาแบงค์ไปรักษาตั้งแต่เด็ก เขาเป็นเด็กดีมาตลอด แต่เมื่อโตขึ้นเขาถูกสังคมกระทำและถูกกลั่นแกล้ง ทำให้อาการแย่ลง ประกอบกับช่วงโควิดครอบครัวถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก ทำให้ไม่มีเงินรักษาอย่างต่อเนื่อง
—————
น้องทับทิม :
11- ตัดภาพมาที่ “น้องทับทิม” อายุ 19 ปี น้องเป็นเด็กสาวที่พิการแต่กำเนิด คือไม่มีแขนขวาตั้งแต่ข้อศอกลงมา
12- น้องอยู่กับพ่อ “คุณพนา” ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พ่อของน้องเป็นนักเพาะกาย พ่อเป็นทั้งฮีโร่และไอดอลของน้อง ทำให้น้องเติบโตมาเป็นคนเข้มแข็งและชอบออกกำลังกายเหมือนพ่อ
13- น้องทับทิมเป็นเด็กดีและเรียนเก่งมากมาตั้งแต่เด็ก พอจบ ม.ปลายจากสุราษฎร์ธานี ก็สอบได้มหาวิทยาลัยมหิดล ท่ามกลางความภาคภูมิใจของพ่อ
—————
จากคนแปลกหน้า…สู่ผู้คุกคาม :
14- ในปี 2568 มีผู้ชายคนหนึ่งทักมาจีบน้องทับทิมทางเฟซบุ๊กโดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่น้องไม่ตอบ ลองทายซิว่าใคร? ใช่แล้ว...แบงค์นั่นเอง!
15- เมื่อน้องไม่ตอบแบงค์ก็ไม่พอใจ และเริ่มรังควานน้องด้วยการส่งข้อความบูลลี่ความพิการของน้องต่าง ๆ นานา เช่น
ที่เข้ามหิดลได้คงเพราะได้โควต้าแขนด้วนสินะ
สอบเข้ามหิดลได้ แต่ไม่สามารถปรบมือหรือไหว้สองมือสวย ๆ ได้
แขนด้วนแบบเธอเรียนจบไป สมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับหรอก
เธอเป็นติ๊กต็อกเกอร์มือหนึ่งเลยนะ เพราะอีกมือนึงขาดไงล่ะ 555
ในโซเชียลไม่เห็นเคยถ่ายรูปกับเพื่อนเลย สงสัยไม่มีใครอยากคบคนแขนด้วนนี่หว่า
ถ้าเธออยู่หาดใหญ่ เวลาน้ำท่วมเธอคงจมน้ำตาย เพราะแขนด้วนเลยว่ายน้ำไม่ได้
บางครั้งสแปมข้อความว่า “แขนด้วน แขนด้วน แขนด้วน” ซ้ำ ๆ เป็นสิบ ๆ ครั้ง ฯลฯ
16- ทั้งหมดนี้น้องทับทิมไม่เคยตอบหรือต่อปากต่อคำกับแบงค์แม้แต่คำเดียว และสุดท้ายน้องก็ตัดสินใจบล็อกเขาไป
17- พอถูกบล็อก แบงค์ก็ไปเอารูปน้องมาจากเฟซบุ๊กของพ่อ และเอาไปแชร์ตามกลุ่มต่าง ๆ พร้อมแคปชั่นบูลลี่ความพิการของน้องอย่างโหดร้ายที่สุด
—————
ให้มันจบที่ลูกสาวเรา :
18- ต่อมาพ่อสังเกตเห็นว่าน้องทับทิมเปลี่ยนไป มีอาการเครียดและซึมเศร้า จึงสอบถามลูก น้องก็เล่าเรื่องแบงค์ให้พ่อฟังและให้พ่อดูข้อความ พ่อถึงกับน้ำตาไหลเมื่อได้เห็นข้อความเหล่านั้น
19- น้องถูกบูลลี่มานาน 1 ปีกว่า จนสภาพจิตใจย่ำแย่ สูญเสียความมั่นใจ พยายามเอาผ้ามาปิดแขน น้องไม่กล้าใช้โซเชียล ไม่กล้าออกไปข้างนอก ไม่กล้าไปเรียน จนต้องพักการเรียน 1 เทอม พ่อพาน้องไปพบจิตแพทย์และสัญญาว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ลูก
20- พ่อกับภรรยา “คุณแพร” (แม่เลี้ยงของน้องทับทิม) ติดต่อไปหาแบงค์แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง แถมแบงค์ยังส่งข้อความมาก่อกวนคุณแพรด้วยอีกคน
21- พ่อกับคุณแพรจึงโทรหาพ่อแม่แบงค์ ขอให้ตักเตือนลูก รู้ว่าลูกป่วยก็พาไปรักษาเสีย อย่าให้สร้างความเดือดร้อนต่อคนอื่น และให้พาตัวมาขอโทษแล้วจะไม่เอาความ แต่ปรากฏว่าแบงค์ก็ยังแชร์รูปน้องต่อ แถมขู่ว่าจะไปหาที่มหาวิทยาลัย
22- เรื่องนี้เริ่มกลายเป็นกระแสในโซเชียล เพราะคุณพนากับคุณแพรก็มีผู้ติดตามอยู่พอสมควร มีหลายคนติดต่อมาหา เล่าว่าเคยโดนแบงค์คุกคามเช่นกัน
23- เมื่อแบงค์ไม่ยอมหยุด พ่อแม่เขาเองก็เอาไม่อยู่ แถมมีเหยื่อหลายคน คุณพนาจึงมองว่าแค่คำขอโทษคงไม่พอเสียแล้ว จึงบอกให้น้องปลดบล็อกเพื่อเก็บหลักฐานให้มากที่สุด แล้วตัดสินใจแจ้งความและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
“นายคนนี้เป็นภัยสังคม ปล่อยไว้ไม่ได้ ให้มันจบที่ลูกสาวเรา!”
—————
ได้เวลาชาวเน็ตทำงาน :
24- เรื่องของแบงค์กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ และแล้วก็ได้เวลาชาวเน็ตทำงาน ชาวเน็ตขุดประวัติแบงค์ย้อนหลังไปนับสิบปี จนรู้หมดว่าเคยเรียนที่ไหน เคยทำงานที่ไหน เคยบูลลี่ใครบ้าง มีแอคปลอมชื่ออะไร พบประวัติใช้แอคปลอมบูลลี่เพื่อนนักเรียนหญิงมาตั้งแต่สมัยมัธยม
25- ชาวเน็ตขุดเจอว่าแบงค์น่าจะทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง จึงพาทัวร์ไปลง บริษัทรีบออกมาชี้แจงว่าแบงค์เคยเป็น outsource จริงตอนปลายปี 2567 เป็นเวลา 3 เดือน โดยทำงานเป็นคนสแตมป์บัตรจอดรถในห้างแห่งหนึ่ง
26- ต่อมาเห็นว่าแบงค์มีพฤติกรรมล้น ๆ ป่วน ๆ และทำร้ายตัวเอง เช่น กัดเล็บ จิกนิ้ว จิกแขนตัวเอง คิดว่าไม่น่าจะทำงานได้จึงไม่ให้ผ่านโปร
—————
‘ข่าวปด’ สัมภาษณ์แบงค์ :
27- ต่อมาเพจ “กองบัญชาการข่าวปด” ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์แบงค์ และแบงค์ก็ตอบรับด้วยความยินดี บทสัมภาษณ์นี้เต็มไปด้วยความอิหยังวะ และการไม่รู้สึกผิดใด ๆ ทั้งสิ้น จนแม้แต่พิธีกรยังต้องร้อง “เชี่ย โคตรเอา” หลายรอบมาก
28- แบงค์บอกว่าแรงจูงใจที่ทำให้เขาตามบูลลี่น้องทับทิม คือ
ชีวิตนี้ไม่เคยเจอคนแขนด้วน เลยอยากเจอน้อง
น้องแขนด้วนแต่ได้เรียนมหิดล ส่วนเขาร่างกายครบ 32 แต่เรียนราชภัฏ และเป็นแค่เบลบอย ทำให้รู้สึกแค้นใจ และเกิดความสงสัยว่าน้องได้เข้าเรียนเพราะโควต้าคนพิการหรือเปล่า
พ่อของน้องฐานะดี มีสวนทุเรียน แต่พ่อแม่ตนฐานะไม่ดี เป็นข้าราชการยศไม่สูง
29- แบงค์เล่าว่า เขาส่งข้อความบูลลี่น้องทับทิมทุกวัน วันละ 3 เวลา และตั้งใจจะทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าน้องจะตอบข้อความ
30- แบงค์บอกว่าไม่กลัวถูกจับหรอก เพราะคดีเล็ก ๆ แบบนี้ตำรวจไม่สนใจ ตอนนี้รอให้เรื่องเงียบก่อน ผ่านไป 1-2 ปีจะกลับมาบูลลี่น้องต่ออย่างแน่นอน
31- พิธีกรถามแบงค์ว่าป่วยหรือไม่ แบงค์ตอบว่าไม่รู้เพราะไม่เคยไปโรงพยาบาล แต่ยืนยันว่าตนมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน สามารถเรียนจนจบปริญญาตรีได้ ทำงานได้ และตอนนี้ก็เรียนต่อปริญญาโทที่เดิม
—————
สัมภาษณ์หรือล่อซื้อ :
32- การสัมภาษณ์ครั้งนี้เต็มไปด้วยการ “ล่อซื้อ” และการ “ปั่น” และแบงค์ก็ดันปั่นขึ้นซะด้วย
33- เช่น แบงค์บอกว่าอยากเข้าวงการบันเทิง อยากเล่นหนังแนวฆาตกรรม แถมยังเปิดกล้องโชว์ความสามารถทางการแสดงและการร้องเพลงให้ดูด้วย
34- การปั่นยังดำเนินต่อไป เมื่อเจ้าของค่าย “ไหจองจำ” โผล่มาร่วมวง บอกว่าผ่านมาได้ยินแบงค์ร้องเพลงและชอบมาก แบงค์จึงโชว์สกิลทั้งร้องทั้งเต้นแบบจัดเต็ม ทำเอาเจ้าของค่ายประทับใจถึงกับคอนเฟิร์มว่า “ถ้าตัดผมและทำการปรุงแต่งสักนิด เขาจะเฉิดฉายบนเวทีได้เลย” จะล่าแบ้
35- ตอนนี้เรื่องของแบงค์กลายเป็นข่าวดังระดับชาติ ทุกสำนักข่าวต่างรายงานเรื่องนี้ ถ้ามีความคืบหน้าแอดจะมาอัปเดตนะคะ
ขอส่งกำลังใจให้น้องทับทิมกับคุณพ่อด้วย
—————
หมายเหตุเพิ่มเติม :
ในคอมเมนต์มีเพื่อนร่วมโรงเรียนของแบงค์เล่าว่า สมัยมัธยมแบงค์ถูกเพื่อนแกล้งทุกวันจริง จนกลายเป็นตัวโดนของโรงเรียน
ในคอมเมนต์มีคุณพ่อท่านหนึ่งมาเล่าเรื่องแอสเพอร์เกอร์ แอดปักพินไว้เพราะอยากให้ทุกคนได้อ่าน จะได้เข้าใจเรื่องนี้มากขึ้นในหลาย ๆ มุม
ภาพจากเฟซบุ๊กนายแบงค์ จนป่านนี้ยังไม่สำนึก
น่าสงสาร น้องทับทิม ถูกนายแบงค์บูลลี่-เรื่องดังหลายวัน จนป่านนี้ยังไม่สำนึก ... สรุปดราม่า บูลลี่น้องทับทิม