เราผิดอะไรช่วยบอกเราที

เราไม่รู้ว่าเราควรต้องรู้สึกยังไง กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

แรกเริ่มเลย คือ แม่เราป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง แต่ยังช่วยเหลือตัวเองได้
ทุกคนในบ้าน มีงานนอกบ้านทำทุกคน และต่างต้องมารับผิดชอบหน้าที่ภายในบ้านเพิ่มมากขึ้น (จากเดิมที่แม่ทำ)
ครอบครัวเราดูแลกันอย่างดี ที่ไหนรักษาหาย ไม่ว่าจะนวด ฝังเข็ม กายภาพบำบัด พากันไปมาหมด
ด้วยอาการของโรคต่าง ๆ อาจจะเป็นผลพวง ทำให้อารมณ์ของแม่อาจจะแปรปรวนไป
มีหลายครั้งที่เรารู้สึกได้ ถึงสิ่งเหล่านั้น เช่น โมโหง่าย หรือ ร้องไห้ง่ายมาก ๆ
อันนี้เราพอเข้าใจดี

เราเป็นลูกคนเล็กที่ยังอาศัยอยู่บ้านกับพ่อแม่ ส่วนพี่เราแต่งงานแยกไปมีครอบครัวของตัวเอง
ปัญหาที่เราได้รับฟังมาตลอด ตั้งแต่ก่อนแม่จะป่วย คือแม่ไม่ค่อยโอเคกับทางครอบครัวแฟนพี่เรา
อันนั้นเรารับฟัง และเห็นด้วยกับท่านเป็นบางเรื่อง

ตัวเราเองมีแฟน และเคยพามาเจอพ่อแม่อยู่หลายครั้ง
มีครั้งหนึ่ง เราพาแฟนไปเจอญาติๆ ที่ต่างจังหวัด
ตอนนั้นเราสองคน ยังไม่มีรถยนต์ จึงอาศัยรถพ่อไป
จู่ๆ แม่ก็โมโหและร้องไห้ออกมา โดยไม่มีเหตุผล (ทั้งที่ตอนแรกคุยกันดี)
เราเป็นคนกลาง ที่ต้องคอยห่วงความรู้สึกของทั้ง 2 ฝ่าย
แต่เรื่องราวก็จบลง โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า เกิดอะไรขึ้นกับอารมณ์ของแม่ ณ ตอนนั้น

มีครั้งนึง พ่อวานเราไปไถ่ทองคืนมาให้แม่ (ด้วยเงินของพ่อ)
สิ่งที่แม่เอาไปจำนำไว้ มีทั้งของพ่อ ของแม่ และของเรา
เรารับอาสา และไปพร้อมแฟนเรา
พอกลับถึงบ้าน เราจึงจะเอาของๆเรา มาไว้ที่ตัว
ท่าทีแม่ดูไม่พอใจเรา และบอกว่าเอาไว้ให้พ่อดูก่อน (ตอนนั้นพ่อไปทำงาน)
เราโอเค แต่หลังจากนั้น แม่ไม่คุยกับเราเลย 2 เดือน
เราก็ใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน เพียงแค่ไม่ได้พูดคุยกันเท่านั้นเอง
จนผ่านเหตุการณ์นั้นมา เราก็กลับมาคุยกันตามเดิม

ณ ตอนนี้ ที่เรายังคุยกันตามปกติ
เรื่องราวนี้ก็เกิดขึ้น
เรากลับจากข้างนอก ถึงบ้านประมาณ 22.30 น.
บ้านมืดสนิท เหลือแค่ไฟหน้าบ้าน
เรากำลังเปิดประตูเข้าในตัวบ้าน
แม่ชะโงกหน้ามาแล้ว "แฮร่" หลอกผีใส่เรา
เราตกใจจนตัวสั่น มือไม้สั่นไปหมด

เรา "ทำไมถึงเล่นหลอกแบบนี้"
แม่ "อุส่าหวังดี ลงมาบอกว่า ระวังเตะแนวกั้นตู้ ที่พ่อวางเอาไว้"
เรา "บอกก็ส่วนบอก แต่ไม่น่ามาทำแบบนี้ เกิดหัวใจวายขึ้นมาทำยังไง"
แม่ .....เงียบ และเดินขึ้นห้องนอนไป

****ที่เรากลัวเหตุการณ์นี้ เพราะหมู่บ้านเราเป็นหมู่บ้านเก่าหลายสิบปี****
****และมีคนข้างบ้านตายในบ้าน ประมาณ 5 หลังติดๆบ้านเรา****
****ถ้าตายปกติ เราไม่กลัวเท่าไหร่ แต่มีบ้านหลังนึง ผู้ตาย ตายไม่ปกติน่ะสิ****

แล้วหลังจากเหตุการณ์นี้ แม่ก็ไม่คุยกับเรา (อีกแล้ว)
ผ่านไป 1 สัปดาห์
ถึงวันหยุดของเรา เรากำลังจะขับรถยนต์ออกจากบ้าน (ตอนนี้เรามีรถยนต์แล้ว)
จังหวะที่เรากำลังจะล็อคประตูบ้าน
จู่ๆ เราก็ได้ยินคำอวยพรตามหลังมาว่า
>>> จะไปตายที่ไหนก็ไป E เ xี้ ย <<<
เราจึงเดินกลับเข้าไปถามในบ้านว่า "ด่าเราทำไม เราจะไปไหนทำอะไรบ้าง ไม่ได้เลยหรอ"
เค้าตอบกลับมาหน้าตาเฉยว่า "นึกอยากด่าก็ด่า"

จากนั้นเราขับรถออกจากบ้าน รู้สึกโมโหและเสียใจมาก แต่ไม่ได้ตอบกลับอะไร
มันหน่วงๆในใจ อ่ะ ว่าทำไมถึงพูดจาแบบนี้ใส่เรา
ทั้งๆที่ ตัวเค้าเอง ก็เคยว่าคนอื่น ด้วยเรื่องคำพูดคำจา

จริงๆ เรารู้มาตลอดว่าเค้าไม่ได้รักเรามากเท่าที่เค้ารักพี่เรา (แต่เราก็ไม่ได้อคติอะไร เรากับพี่รักกันดี)
เราสังเกตุมานับครั้งไม่ถ้วน คิด และ วิเคราะห์ แล้ว
เราคงแค่รู้สึกเหนื่อยกับปัญหาที่เกิดขึ้น
เราไม่รู้ด้วยว่า พ่อรู้เรื่องนี้ด้วยมั้ย
เพราะทุกครั้งที่เค้าจะด่าหรืออะไรใส่เรา จะเป็นช่วงเวลาที่พ่อไม่อยู่

ทุกวันนี้เราพยายามไม่คิดอะไร และใช้ชีวิตตามปกติ
สิ่งที่เราแคร์มากที่สุด คือ ความรู้สึกพ่อ เราจึงเลือกที่จะทนต่อ
เราอยู่บ้านแล้วไม่มีความสุขเลย มันรู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจ
เราจึงเลือกที่จะออกไปหางานเสริมทำข้างนอก (ในช่วงวันหยุด)

สิ่งที่เราคิด อาจจะดูไม่ดีในสายตาคนอื่นนะ
แต่เราก็ไม่รู้เลย ว่าเราทำอะไรผิดไปรึป่าว
ในใจเราอยากย้ายออกไปอยู่ข้างนอกมานานมากแล้ว
แต่ติดตรงที่พ่อเราเท่านั้น พ่อคือคนที่เราแคร์มากที่สุด

เราคงอึดอัดมาก ถ้าไม่ได้เล่าเรื่องนี้ออกไปให้ใครได้รับฟัง

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและรับฟังนะ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
ปัญหาของครอบครัวคุณ มองจากคนนอก คุณไม่ชอบแม่มากเท่าไหร่ อาจจะด้วยอะไรๆ หลายๆ อย่างทำให้คุณรู้สึกแบบนั้น อีกอย่างที่ขาดไปมากๆ เลยในครอบครัวที่คุณว่ารักกันดี คือการพูดจาปรับความเข้าใจ และขอโทษเมื่อมีเรื่องผิดใจกันเกิดขึ้น คุณอาจจะทำ แต่เราไม่รู้สึกว่าคุณได้ทำจากการเขียนบอกมาในกระทู้นะคะ

ยกตัวอย่าง เรื่องแรกเลยที่จู่ๆ แม่ก็ร้องไห้ ถ้าเป็นเรา รอแม่อารมณ์ดี เราคงถาม จับมือ นวดๆ ให้แล้วก็ถามว่ามีอะไร ถึงเขาไม่บอก แต่ถ้าได้คุยน่าจะพอจับใจความได้ว่าจะไปแนวทางไหน

เรื่องทอง เราคิดว่าแม่ไม่พอใจที่คุณจะเก็บส่วนของคุณไว้ อันนี้คุณไม่ผิดหรอกค่ะ แต่เราก็ไม่รู้ว่าคุณพูดกับแม่ยังไงอยู่ดี ได้พูดในทำนองว่าเงินที่ไถ่เป็นเงินพ่อหรือเปล่า มีอย่างนึง ที่เป็นเรื่องระหว่างสามีภรรยาที่คุณอาจจะไม่เข้าใจ คนยุคก่อนรุ่นพ่อแม่คุณส่วนใหญ่ถ้าอยู่เป็นครอบครัวมีลูกมีหลานแล้ว เงินพ่อคือเงินแม่ เงินในบ้านเป็นเงินก้อนเดียวกัน คำพูดที่ว่านี่เงินพ่อ นั่นเงินแม่ที่ออกจากปากลูก พ่อหรือแม่ที่ไม่ใช่ฝ่ายออกเงินจะไม่ชอบ (ประสบการณ์ตรง เราเคยเจอปัญหานี้กับพ่อเรา)

เรื่องถัดมาคือเรื่องที่แม่มาทำหลอกผี ไม่ว่าจุดประสงค์ที่แม่ทำจะเป็นอะไร เห็นแม่โกรธหรืองอน ควรต้องขอโทษนะคะ คุณพูดไม่ค่อยดีจริงๆ

อีกเรื่องที่เห็นได้ชัด คุณไม่ค่อยแคร์แม่คุณเลย อยู่บ้านเดียวกัน ไม่คุยกันสองเดือน คุณพระ ถ้าคุณไม่บอกเรานึกว่าคุณกับแม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย หมางใจกันมาตั้งแต่ชาติปางไหนแล้วค่ะ พึงระลึกไว้เสมอนะคะ ว่าแม่คุณป่วย เขาต้องการการเอาใจใส่มากกว่าปกติโดยเฉพาะทางด้านจิตใจ เราไม่ได้สนับสนุนให้คนป่วยมีสิทธิ์ทำร้ายจิตใจคนอื่นนะคะ แต่เพื่อความสุขของครอบครัวคุณเอง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่