ทริปตามหาลมหนาว 7 อุทยานแห่งชาติจังหวัดน่าน ฉลอง 10 ขวบน้ององุ่น (เกือบกินข้าวลิงและความสุข วันที่ 6)

     เพี้ยนฮัลโหลเพี้ยนฮัลโหลเพี้ยนฮัลโหลเพี้ยนฮัลโหล
สวัสดีอีกแล้วววว เรากลับมาเล่าวันที่ 6 ของทริปกันต่อนะ
    เพี้ยนดีออกเพี้ยนดีออกเพี้ยนดีออกเพี้ยนดีออก
                เช้าวันที่ 2 ธันวาคม แต่เอาเข้าจริงก็ยังไม่เช้าอีกแล้ว ด้วยอากาศเย็นกับลมที่ลมแรงพอสมควร และที่สำคัญร่างกายต้องการเข้าส้วม ถึงต้องตื่นขึ้นมา สงสัยร่างกายผมจะปรับตัวให้ต้องตื่นมาช่วงนี้ตลอดทริปนี้ละมั่ง บนลานกางเต็นท์ที่ห้วยโทน มีห้องน้ำ และปลั๊กไฟให้ แต่ห้องน้ำอาจจะน้อยไป ถ้าคนมาเยอะ หลังจากเสร็จกิจที่ห้องน้ำ เดินออกมาแบบหดยันไส้ติ่ง ทุกคนยังไม่ตื่นกัน ที่ตื่นมาตอนนี้ มีแค่ผมกับน้องผู้ชายอีกคนจากกลุ่มลูกค้า 5 คนที่ผมป้ายยาชวนขึ้นมา ดูเวลาตีห้ากว่าแล้ว ผมเลยตัดสินใจเก็บของที่ต้องใช้เพื่อจะเดินขึ้นไปทำพิธีบูชายัญของผมบนจุดชมวิว ระหว่างนั้นผมเห็นแสงไฟจากในโรงเรือนที่อยู่บนลานกางเต็นท์ น่าจะเป็น จนท.ดูแลลานกำลังทำอะไรซักอย่าง ผมเลยชวนน้องผู้ชายที่เจอขึ้นไปด้วย น้องเขาบอกว่าเดี๋ยวขอปลุกพวกเขาสักแปปเดี๋ยวตามขึ้นไป จากนั้นผมก็เลยเดินขึ้นไปจุดชมวิวก่อน ทางเดินขึ้นไปจุดชมวิวเป็นถนนดินลูกรังชันขึ้นเขา ห่างจากลานกางเต็นท์ประมาณกิโลหนึ่งน่าจะได้จากที่มอง แต่ตอนเดินขึ้นนี่ก็เอาเรื่องเหมือนกัน สำหรับคนที่แข็งแต่แรงไม่ค่อยมีแบบผม 
 
                ผมเดินขึ้นมาถึงตอนฟ้ากำลังสางพอดีก็เลยเลือกเดินขึ้นไปตรงจุดชมวิวอันบนสุด แล้วก็เอาสัมภาระที่เตรียมมาลงวางที่พื้น และเริ่มเตรียมพิธีบูชายัญแสงแรกของผม ระหว่างนั้นผมเห็นมีคนขี่รถมอเตอร์ไซมีข้าวของสัมภาระขึ้นมาอีกหนึ่งคน และมาอยู่ตรงจุดชมวิวอีกอันข้างๆกัน ระหว่างผมดื่มด่ำกาแฟ กับพิธีบูชายัญแสงแรกของผม พี่ผู้ชายที่ขี่รถขึ้นมากับสัมภาระนั้น ก็จัดแจงข้าวของและอุปกรณ์อยู่ตรงจุดชมวิวข้างๆ มันคือ อุปกรณ์บริการ กาแฟดริปสำหรับคนที่สนใจอยากชิมกาแฟห้วยโทน หลังผมดื่มด่ำกับพิธีบูชายัญของผมและดูพี่ผู้ชายคนนี้เขาจัดเตรียมข้าวของอุปกรณ์ของเขาไป กลุ่มลูกค้า 5 คนที่โดนผมป้ายยา กับกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่ตามขึ้นมาเมื่อวาน ก็ทยอยตามขึ้นมาที่จุดชมวิว พอพวกเด็กขึ้นมาถึง ก็ได้โอกาสพูดคุยกันสอบถามกัน กลุ่มลูกค้า 5 คนมาจากชัยภูมิ มาเที่ยวเดิมจะนอนที่สะปันอีกคืนแล้วก็กลับ ก่อนเจอผมชวนมาเปลี่ยนที่ขึ้นมานอนบนนี้ กับอีกกลุ่มเด็กวัยรุ่นผู้ชาย ส่วนใหญ่ในกลุ่มมาจากสามชายแดนใต้ นัดกันมาขึ้นเครื่องที่สนามบินหาดใหญ่ มาลงที่กรุงเทพฯ เพื่อเจอเพื่อนอีกส่วนหนึ่งแล้วขึ้นรถมาลงที่น่าน ก่อนเช่ารถมอเตอร์ไซขี่ขึ้นมากัน 
                หลังนั่งคุยกับน้องๆเสร็จผมเดินมาตรงที่ พี่ผู้ชายเขาเตรียมอุปกรณ์ดริปกาแฟ เพื่อสอบถาม พี่ผู้ชายคนนี้ชื่อพี่เบท เป็นคนในหมู่บ้านห้วยโทน เป็นคนดูแลลานกางเต็นท์เวลามีคนขึ้นมาใช้บริการ และก็พอได้คุยกันแกบอกเมื่อคืนแกก็ขึ้นมานอนอยู่ตรงโรงเรือนที่ลาน ก่อนฟ้าสางก็เตรียมของขึ้นมาเตรียมชุดดริปกาแฟบนจุดชมวิวบนนี้ก็ที่ผมเห็นแสงไฟที่โรงเรือนเมื่อกี่ก่อนขึ้นมา กาแฟดริปบนนี้ สำหรับใครสนใจเขาจัดให้บริการชุดล่ะ 50 บาท แต่ฟรีรวมอยู่ในแพ็คเกจที่พักโฮมสเตย์ ถ้ามาขึ้นมาพักที่โฮมสเตย์ในหมู่บ้าน และผมก็ไม่พลาดที่จะลองชิม และดื่มด่ำกับกาแฟห้วยโทนและไม่ลืมที่จะเก็บบรรยากาศและเก็บภาพมาระหว่างดื่มกาแฟดริปห้วยโทน จากนั้นพี่นิดกับพี่พอลก็ตามขึ้นมา พวกเราก็เลยนั่งคุยนั่งเล่นรอแสงแรกกันจากนั้นก็ถ่ายรูปกันและกำลังจะเดินลงกลับไปที่ลานกางเต็นท์ พี่เบทก็ทยอยเก็บของและกำลังจะลงไปเหมือนกันผมเลยสอบถามถึงกาแฟของที่นี่ ผมก็เลยฝากซื้อกาแฟสดห้วยโทน 2 ถุง เป็บแบบคั่วเข้ม กับคั่วกลาง อย่างล่ะถุง ถุงล่ะ 150 กับค่ากาแฟดริปเมื่อเช้า รวม 350 บาท จากนั้นแกชวนผมซ้อนท้ายลงไปด้วยเพราะแกอยากให้ช่วยถือกล่องอุปกรณ์ดริปกาแฟลงไปด้วย ผมขอบคุณแต่ขอเดินลงไปกับพี่นิดพี่พอลกับเด็กๆดีกว่า แต่กล่องของพี่เบทผมจะช่วยถือลงไปให้ แล้วพี่เบทค่อยมาเอาตอนเก็บของที่โรงเรือนกระจกก็ได้ พวกเราจึงแยกย้ายกันลงมาที่ลานกางเต็นท์ 
                พอลงมาถึงที่ลานกางเต็นท์ ผมก็เดินกลับมาที่เปลเพื่อเตรียมเก็บข้าวของสัมภาระ พวกพี่เอ็มพี่แดงพี่แขกพี่โก้น้องตั้มน้องแนนก็กำลังทานข้าวเช้ากันอยู่ก็เลยชวนทานข้าวเช้าด้วยกัน ผมก็เลยเล่าให้ฟังว่าข้างบนนอกจากชมวิวแล้วมีกาแฟดริปของบ้านห้วยโทนด้วย พี่ๆก็เลยบอกว่าอยากชิมบ้าง พอดีพี่เบทตามมาเอากล่องที่ฝากผมถือลงมา ผมก็เลยทำตัวเป็นการตลาดให้กาแฟบ้านห้วยโทน ให้พี่เบทเอาอุปกรณ์มาจัดกาแฟดริปให้ที่ตรงที่พวกผมอยู่ตรงลานกางเต็นท์ พี่เบทก็เลยรีบจัดการให้ และประสานเรื่องที่พี่ๆเขาสั่งซื้อพริกหวาน (เพราะที่นี่นอกจากมีไร่กาแฟ ชาวบ้านก็มีไร่ปลูกพริกหวาน องุ่น และปลูกข้าวตามฤดูกาลที่เห็นภาพนาขั้นบันได) หลังจากดื่มกาแฟกันเสร็จพวเราก็เก็บสัมภาระข้าวของกันเสร็จแล้วก็พูดคุยแลกเบอร์แลกไลด์และทยอยกันลงจากที่ลาน โดยผมพี่เอ็มพี่แดง พี่แขกพี่โก้ น้องตั้มกับน้องแนนนัดเจอกันที่สนามกีฬาบ้านสะปันกันอีกที แต่กลุ่มลูกค้า 5 คนขอตัวแยกกลับก่อนเลย จากนั้นพวกเราก็ทยอยกันลงมาพี่นิดกับพี่พอลก็จะตามลงไปอีกทีจากนั้นเราก็ลงมาที่สนามกีฬา
 
                ผมแวะทักทายพี่อันดาก่อนและอาบน้ำที่ห้องน้ำที่สนามกีฬา และนั่งพูดคุยกับพี่ จนทุกคนทยอยลงมากันหมด จากนั้นพวกเราก็ต้องแยกย้ายกันจริงๆ ตามเส้นทางของผมวันนี้ผมต้องไปอุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน จากที่ดูในแผนที่ระยะทางจากบ้านห้วยโทนถึงอช.ถ้ำสะเกิน 140 กิโล หลังจากล้ำลากันเรียบร้อยผมก็สำรวจรถผลงานลงจากห้วยโทน บาร์ที่จับกระจกหลังจากขาดตอนวันมา วันนี้ขาดอีกข้างเรียบร้อย บังโคลนหน้ากระพือ ไฟหน้าที่ติดเพิ่มตรงตระกร้าหน้าขาจับฉีกต้องใช้เคเบิ้ลไทส์ยึดไว้แทนนอกนั้นโอเค หลังจากสำรวจเสร็จก็บอกลาทุกคนและออกเดินทางต่อ 
                ผมมุ่งหน้ากลับมาบ้านบ่อหลวงเพื่อกดเงินสดติดตัวเพิ่มเติมน้ำมัน อีก 60 บาท และแวะร้านซ่อมมอเตอร์ไซ เพื่อจัดการถอดบาร์ และเช็ครถตั้งโซ่ และหาข้าวทาน มื้อนี้อีก 50 บาท เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าไปทางอำเภอปัวเพื่อขึ้นเนิน 1715 อีกครั้งเพื่อไป อช.ถ้ำสะเกิน พอถึงเนิน 1715 ผมก็แวะทานไอติมที่ร้านรถเข็น แล้วจึงออกเดินทางต่อ 
                พอพ้นเขต อ.ปัว ก็วิ่งเข้าเขต อ.ท่าวังผ่า ตรงนี้น้ำมันเหลือเกินครึ่งถัง ดูจากระยะในแมพแล้วยังพอ จึงวิ่งต่อไปอ.สองแควน้ำมันพึ่งลงไปครึ่งถัง แต่จากระยะทางในแมพมันพอ จึงไปต่อ แต่ตรงอ.สองแควมีปั้มอยู่แต่ผมยอมรับว่าประมาทเองเลยผ่านไป แต่ไม่ได้พลาดเพราะผมมีถังน้ำมันสำรองอยู่ แต่ที่พลาดคือ ไม่ศึกษาเส้นทางทางนี้ตลอดเส้นทางเป็นทางขึ้นเขาชันเป็นระยะ จนถึงจุดชมวิวบนเขาก่อนถึงอช.ถ้ำสะเกิน น้ำมันผมหมดพอดี เพราะตลอดทางก็แวะถ่ายรูปมาเป็นระยะจนถึงตรงนี้ เลยต้องเติมน้ำมันจากถังสำรอง (ใครที่ใช้รถเล็กอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ควรมีติดมาด้วยคือถังน้ำมันสำรองอย่างที่ผมเจอ ประมาทเรื่องเส้นทางแต่ยังดีที่มีแผนสำรองอยู่) ก็เลยถือจังหวะนี้พักถ่ายรูปพักรถพักคนด้วย เพราะจากเนิน 1715 มาถึงนี้สามชั่วโมงกว่า
                หลังจากพักหายเหนื่อย ก็มุ่งหน้าต่อสู่อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน ก่อนเข้าอุทยานผมก็แวะซื้อเสบียงและน้ำเพิ่ม หมดไปอีก 167 บาท จึงขี่รถเข้าอทุยาน พอถึงอุทยานก็ติดต่อ จนท.จ่ายค่าธรรมเนียม เหมือนเดิม ค่าคน ค่าเข้า ค่ารถ รวม 80 บาท จากนั้นก็สำรวจหาที่นอน ผมเลือกนอนลานกางเต็นท์ วันนี้ผมเจอเพื่อนรวมลานอีกหนึ่งหลัง มากันสองคน คือพี่ไก่กับแฟนแก หลังจากทักทายพูดคุยกันเสร็จผมก็ขอตัวมาเตรียมที่นอน
               หลังจากนั้นก็ทำอาหารเย็นของผมและทำกิจส่วนตัว ก่อนจะเตรียมตัวนอน ก่อนนอนผมก็เตรียมดูเส้นทางของวันพรุ่งนี้ ที่ต้องวิ่งย้อนกลับทางเดิมเพื่อกลับไป อ.ท่าวังผ่า เพื่อขึ้นอุทยานแห่งชาตินันทบุรี หลังจากดูเส้นทางเรียบร้อย ผมก็นอนเพราะวันนี้ขี่รถร้อยกว่าโลแต่ทางค่อนข้างชันตลอดทางเลยเพลียวันนี้ผมขอพักก่อนนะสวัสดีครับ... 
สรุปค่าใช้จ่ายวันที่ 2 
ค่าอาหารทั้งหมด 217 บาท
ค่าน้ำมัน 60 บาท
ค่ากาแฟดริป 1 ชุด 50 บาท
ค่ากาแฟสด 2 ถุง 300 บาท
ค่าธรรมเนียมเข้าพักอุทยาน (อช.ถ้ำสะเกิน) 80 บาท
รวม 707 บาท ระยะทาง 140 กม.
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่