ขอถาม 2 ข้อครับ:
(1) การทำอานาปาสติแล้วทำได้ไกลวัตถุเร็วขึ้นนี่เขาเรียกว่าวสีไหมครับ;
(2) ในวัตถุที่ 7 ที่สังขารออกมาเยอะ นี้อาการจะเหมือนฝันแต่ยังรู้สึกตัวเหรอเปล่าครับ ผมเหมือนมีอาการนี้เมื่อวาน แล้วเราควรที่จะรู้สังขารยังไงครับ
: (1) การทำอานาปาสติแล้วทำได้ไกลวัตถุเร็วขึ้นนี่เขาเรียกว่าวสีไหมครับ.
ตอบ วสีแปลว่าชำนาญ ปรากฏในคัมภีร์ชั้นรอง พูดเรื่องฌานโดยตรง. ส่วนในการทำอานาฯ ลำดับวัตถุเร็วขึ้นเป็นเรื่องปกติที่มีความชำนาญขึ้น จะเรียกวสีก็ได้ แต่ต้องเข้าใจที่มา ไม่งั้นใช้นานๆไป คำอาจเคลื่อนความหมายกับบุคคลอื่นครับ
(2) ในวัตถุที่ 7 ที่สังขารออกมาเยอะ นี้อาการจะเหมือนฝันแต่ยังรู้สึกตัวเหรอเปล่าครับ ผมเหมือนมีอาการนี้เมื่อวาน แล้วเราควรที่จะรู้สังขารยังไรครับ
ตอบ ใกล้เคียง แต่คนปกติจะไม่ฝันแบบรู้สึกตัว. นอกจากคนที่มีสติสัมปชัญญมากๆ
วิธีรู้สังขาร. อรรถกถาท่านแจก "ท่านให้รู้สัณฐานของจิต" หมายถึง ไม่สนใจเรื่องราว. แต่รู้โดยสภาพรวมๆ ของเรื่องราว คือไม่ต้องไปตามบ่นกับเขา ไม่ต้องไปใส่พยัญชนะกำกับ โดยส่วนใหญ่บุคคลที่เข้าถึงจุดนี้ ความคิดจะน้อยแล้ว. จะเห็นค่อนข้างชัด
เรื่องการรู้ สัณฐานจิตนี้ สมัยผมศึกษา. ญาณครูบาอาจารย์จะกำชับเสมอว่า อย่าพึ่งพูด(เทศน์) เรื่องนี้ ตอนนั้นจะกลัวมาก หลีกเลี่ยงคุยเรื่องนี้ตลอด เพราะล่อแหลมอาบัติปาราชิก
จนกระทั้งราวพรรษา 5ได้ฟังธรรมท่านสมเด็จญาณสังวร ท่านสอนเรื่องนี้ ท่านให้รู้ที่ "สัณฐานของจิต" สงสัยมาก ว่าหมายถึงอะไร จิตไม่มี สรีระจะมีสัณฐานได้อย่างไร ปฏิบัติไปก็จะเข้าใจเอง
พูดเรื่องนี้แทรก เรื่องการดูจิตนิดนึ่ง ในช่วง 20 ปีมานี้ นักดูจิตมีบทบาทมาก ต้องระวังเพราะอรรถกถาท่าน กล่าวว่าไม่ควรทำแต่แรก ให้เริ่มที่กาย จากที่เจอนักดูจิตมาในหมู่นักปฏิบัติ มีอาการ ไปต่างๆนาๆมาก อันนี้ให้ระวัง
เรื่อง "สัณฐานจิต" เป็นเรื่องที่หาฟังยากมากในคำสอนครูอาจารย์ ถ้าในส่วนครูจารย์พระป่าก็อาจใช้คำว่า "รู้ซือๆ" เราก็ยิ่ง งง. เข้าไปใหญ่
สรุป จิตสังขาร ให้ดูที่ "สัณฐาน" ลักษณะความเป็นจิต ไม่ต้องสนเรื่องราว
ผู้ถาม ครับผมเริ่มจากกาย พอผ่านปิติไปสักพักหนึ่ง มันเหมือนกับมีความคิดเข้ามาเยอะครับ แต่ถามว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรแน่ ๆ ผมปล่อยผ่านไม่ได้ตั้งใจจับครับ
คล้ายเหมือนคนฝัน ก็รู้ว่าฝัน แต่ถามว่าเรื่องอะไรก็จำไม่ได้
ตอบ ดีครับ ตอนนั้นความคิดน้อยมาก จะจางลงและดับ ตัวนี้เป็นสายดับด้วย ทำชำนาญ มันคือ การดับปฏิสนธิจิตในอนาคต ปิฏกใช้คำว่า "การชักปฏิสนธิ" เกิดได้เฉพาะ กัลยาณปุถุชน(รู้มรรคชัด) และอริยบุคคลเท่านั้น คือสายดับช่วงสฬายตนะ ในปฏิจสมุปบาท คนที่เข้าใจ จะแยกออก ระหว่าง ความคิด(สังขาร) และความรู้(จิต)
คำถาม ในห้องไลน์ อานาปานสติ 5/01/64
(1) การทำอานาปาสติแล้วทำได้ไกลวัตถุเร็วขึ้นนี่เขาเรียกว่าวสีไหมครับ;
(2) ในวัตถุที่ 7 ที่สังขารออกมาเยอะ นี้อาการจะเหมือนฝันแต่ยังรู้สึกตัวเหรอเปล่าครับ ผมเหมือนมีอาการนี้เมื่อวาน แล้วเราควรที่จะรู้สังขารยังไงครับ
: (1) การทำอานาปาสติแล้วทำได้ไกลวัตถุเร็วขึ้นนี่เขาเรียกว่าวสีไหมครับ.
ตอบ วสีแปลว่าชำนาญ ปรากฏในคัมภีร์ชั้นรอง พูดเรื่องฌานโดยตรง. ส่วนในการทำอานาฯ ลำดับวัตถุเร็วขึ้นเป็นเรื่องปกติที่มีความชำนาญขึ้น จะเรียกวสีก็ได้ แต่ต้องเข้าใจที่มา ไม่งั้นใช้นานๆไป คำอาจเคลื่อนความหมายกับบุคคลอื่นครับ
(2) ในวัตถุที่ 7 ที่สังขารออกมาเยอะ นี้อาการจะเหมือนฝันแต่ยังรู้สึกตัวเหรอเปล่าครับ ผมเหมือนมีอาการนี้เมื่อวาน แล้วเราควรที่จะรู้สังขารยังไรครับ
ตอบ ใกล้เคียง แต่คนปกติจะไม่ฝันแบบรู้สึกตัว. นอกจากคนที่มีสติสัมปชัญญมากๆ
วิธีรู้สังขาร. อรรถกถาท่านแจก "ท่านให้รู้สัณฐานของจิต" หมายถึง ไม่สนใจเรื่องราว. แต่รู้โดยสภาพรวมๆ ของเรื่องราว คือไม่ต้องไปตามบ่นกับเขา ไม่ต้องไปใส่พยัญชนะกำกับ โดยส่วนใหญ่บุคคลที่เข้าถึงจุดนี้ ความคิดจะน้อยแล้ว. จะเห็นค่อนข้างชัด
เรื่องการรู้ สัณฐานจิตนี้ สมัยผมศึกษา. ญาณครูบาอาจารย์จะกำชับเสมอว่า อย่าพึ่งพูด(เทศน์) เรื่องนี้ ตอนนั้นจะกลัวมาก หลีกเลี่ยงคุยเรื่องนี้ตลอด เพราะล่อแหลมอาบัติปาราชิก
จนกระทั้งราวพรรษา 5ได้ฟังธรรมท่านสมเด็จญาณสังวร ท่านสอนเรื่องนี้ ท่านให้รู้ที่ "สัณฐานของจิต" สงสัยมาก ว่าหมายถึงอะไร จิตไม่มี สรีระจะมีสัณฐานได้อย่างไร ปฏิบัติไปก็จะเข้าใจเอง
พูดเรื่องนี้แทรก เรื่องการดูจิตนิดนึ่ง ในช่วง 20 ปีมานี้ นักดูจิตมีบทบาทมาก ต้องระวังเพราะอรรถกถาท่าน กล่าวว่าไม่ควรทำแต่แรก ให้เริ่มที่กาย จากที่เจอนักดูจิตมาในหมู่นักปฏิบัติ มีอาการ ไปต่างๆนาๆมาก อันนี้ให้ระวัง
เรื่อง "สัณฐานจิต" เป็นเรื่องที่หาฟังยากมากในคำสอนครูอาจารย์ ถ้าในส่วนครูจารย์พระป่าก็อาจใช้คำว่า "รู้ซือๆ" เราก็ยิ่ง งง. เข้าไปใหญ่
สรุป จิตสังขาร ให้ดูที่ "สัณฐาน" ลักษณะความเป็นจิต ไม่ต้องสนเรื่องราว
ผู้ถาม ครับผมเริ่มจากกาย พอผ่านปิติไปสักพักหนึ่ง มันเหมือนกับมีความคิดเข้ามาเยอะครับ แต่ถามว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรแน่ ๆ ผมปล่อยผ่านไม่ได้ตั้งใจจับครับ
คล้ายเหมือนคนฝัน ก็รู้ว่าฝัน แต่ถามว่าเรื่องอะไรก็จำไม่ได้
ตอบ ดีครับ ตอนนั้นความคิดน้อยมาก จะจางลงและดับ ตัวนี้เป็นสายดับด้วย ทำชำนาญ มันคือ การดับปฏิสนธิจิตในอนาคต ปิฏกใช้คำว่า "การชักปฏิสนธิ" เกิดได้เฉพาะ กัลยาณปุถุชน(รู้มรรคชัด) และอริยบุคคลเท่านั้น คือสายดับช่วงสฬายตนะ ในปฏิจสมุปบาท คนที่เข้าใจ จะแยกออก ระหว่าง ความคิด(สังขาร) และความรู้(จิต)