หอยบิด ?

แนะนำตัว ผมชื่อโย เพื่อนเรียก โย ไบเล่ บางคนเรียกผู้กองโย ผมเป็นวิทยากรจัดค่ายกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตกงานเพราะโควิด-19 เลยชวนน้องๆ เดินทางไปถ่ายทำคลิปเกี่ยวกับท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ได้ข้อเสนอมาจากน้องหนุ่มซึ่งมีอาชีพส่งอาหารทะเล และขับแพนด้าส่งอาหารเป็นรายได้เสริม น้องบอกว่าได้เบอร์ผู้ประกอบการจับหอยบิดที่สุราษฎร์ธานีมารายหนึ่งชื่อเจ๊เกว อยากพาผมไปถ่ายทำเพราะน่าสนใจมาก ชาวบ้านต้องอมสายยางลงไปงมในทะเล
 
ตอนนั้นมีแค่โกโปร 7 Blak มือสอง กับโทรศัพท์ซัมซุม A7 กระจกแตก มือถือรุ่นที่ถ่ายวีดีโอสวยๆ ก็ไม่มี ไม้เซลฟี่ก็ไม่มี ไมค์โครโฟนก็ไม่มี แถมยังไม่ได้ลดหุ่นให้กลับมาดูดีเมื่อสามปีที่แล้ว แต่เงินเก็บก็เหลือน้อย ต้นทุนมีแค่นี้ เลยเอาวะ ลุยเท่าที่ทรัพยากรเรามี ถือว่าไปเที่ยวเปิดโลกทัศน์ด้วย เลยชวนน้องผู้หญิงอีกคนที่ชื่อ อัม ซึ่งเป็นผู้ช่วยวิทยากรและสตาฟดูแลลูกค่ายลูกทัวร์ให้ผม เวลาผมจัดงาน
 
เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 3 ทุ่ม เอารถไปคันเดียวผมขับเอง หนุ่มอาสาเปลี่ยนกันขับแต่ผมไม่สบายใจนอนไม่หลับเวลามีคนอื่นขับรถให้ ระหว่างเดินทางก็เปิดฟังเพลงสตริงยุค 90 สลับสับเปลี่ยนกับเพลงเพื่อชีวิต พอได้เวลาประมาณตี 4 เริ่มสับผะหงก ขาดสติในการประคองพวงมาลัย รถสิบล้อที่ตามมาคงสังเกตุเห็นเราขับเซไปเซมาเลยขึ้นตีคู่ประกบข้างแล้วดีดแตร แปร๊นๆ แปร๊นๆ จนผมสะดุ้งตื่นจากหลับใน ต้องขอบคุณสาวก เช เกบาลา ท่านนั้นมาก ที่ช่วยชีวิตผมและน้องๆ เอาไว้ ผมจำหมายเลขทะเบียนรถของผู้มีพระคุณไม่ได้ จำได้แค่ว่าท้ายรถบรรุกของเขาติดสติ๊กเกอร์รูป เช เกบาลา นักรบดาวแดง ผู้นำคอมมิวนิสต์แห่งทวีปอมริกาใต้
 
เราเดินทางถึงชุมพรกันรุ่งสาง โปรแกรมแรกคือแวะสัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจกาแฟขี่ชะมดที่อำเภอหลังสวน ต่อด้วยไปดูโรงเรียนฝึกลิงขึ้นมะพร้าวที่สุราษณ์ธานี ( สองตอนนี้ขอข้ามไป เก็บไว้เล่าตอนอื่น )  พอช่วงบ่ายเราก็เดินทางไปอำเภอไชยา จ.สุราษฎร์ธานี 
 
ไปตามพิกัดที่เจ๊เกวส่งมาให้ ทุกครั้งที่พูดถึงคำว่าเจ๊เกว ก็จะพรรณาไปว่าเป็นป้าแก่ๆ ทรงเจ้าแม่ พอตามจีพีเอสไปถึงสวนมะพร้าวก็มีรถคันหนึ่งขับตามมา ดีดแตรเรียก ขับขึ้นแซง เปิดกระจกคุยเห็นแว๊บๆ เป็นผู้ชาย บอกให้เราขับตามไปจะพาไปหาที่พัก  เราขับตามไปจนถึงโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง รถคันที่ขับนำเรามาคนขับก็เปิดประตูเดินลงมา เป็นหญิงสาวอายุน่าจะประมาณ 30 กว่า ในความคิดผมวินาทีแรกที่เห็นคือ " ว้าว !! "
 
" พี่เกวใช่ไหมครับ " หนุ่มทักทาย พวกเราทุกคนต่างยกมือไหว้สวัสดีกันและกัน  ผมรู้สึกผิดคาดเป็นอย่างมาก ที่เจ๊เกวไม่ใช่ป้าแก่ๆ อย่างที่คิด แต่กลับกลายเป็นสาวสวย แต่งตัวรัดรูป ผิวขาว อวบ ใส่เสื้อแหวกอก นมกลมโต ขาขาว หน้าเด้งใส แก้มสีชมพูระเรื่อ เป็นไปไม่ได้ที่สาวปักษ์ใต้เชื้อไทยแท้จะมีลักษณะผุดผ่อง นอกจากว่าจะมีเชื้อสายจีนผสม  
 
หนุ่มนัดกับพี่เกวเอาไว้ว่า ให้เราเดินตลาดสดรอ เวลาเรือเข้าฝั่งแล้ว พี่เกวจะโทรบอกและจะส่งโลเคชั่นให้เราไปหา เพื่อให้เราไปคุยนัดแนะกับคนเรือของเขา ว่าเราจะไปจับหอยกันยังไง ไปกี่โมง น้ำลึกแค่ไหน ถ้าลึกมาก จะมีคนลงไปถ่ายฉากใต้น้ำให้ได้ไหม หรือเราต้องถ่ายเอง ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรไปบ้าง  เพราะว่าพี่เกวเจ้าของธุรกิจนี้เป็นนายทุนซื้อเรือและออกค่าน้ำมันให้ ไม่ค่อยรู้รายละเอียดของการออกทะเลมากนัก เราจึงต้องรอคุยกับลูกน้องของเจ๊เอาเอง
 
รอจนค่ำ พี่เกวก็ไม่ติดต่อมาสักที จนทนไม่ไหวแล้วผมให้หนุ่มโทรถาม กลับได้คำตอบว่า พี่เขาลืมเราไปเสียแล้ว คนเรือลูกน้องแกกลับขึ้นฝั่งมาหมดแล้ว และพี่แกก็ลืมพวกเรา ทุกคนกลับบ้านกันไปหมดแล้ว สรุปวันนั้นก็เลยไม่ได้คำตอบว่าน้ำลึกประมาณไหน จะถ่ายยังไง เรื่องของเรื่องคือผมไม่มีที่คาดหัวหรือสายรัดอกติดให้คนงมหอย ถ้าลึกไม่มากนักเราจะได้ลงไปถ่ายเอง ถ้าลึกพอประมาณที่ท่อพีวีซีหยั่งถึงจะได้ไปซื้อท่อพีวีซีมาดัดแปลงทำขากล้องจุ่มลงไปถ่ายในน้ำ แต่ถ้าลึกมากกว่านั้นก็ต้องถามแล้วว่าจะมีคนลงไปถือกล้องถ่ายให้ไหม สรุปก็คือวันนั้นไม่ได้คำตอบอะไรเลย รู้แค่ว่าเขาให้เราตามจีพีเอสไปสถานที่แห่งหนึ่งริมคลองท่าชนะ นัดตอน 6 โมงเช้า คืนนี้ก็เลยต้องกลับโรงแรมไปนอนฝันถึงพี่เกว
 
เราเปิดห้องนอนสองห้อง ผมกับหนุ่มนอนด้วยกัน 1 ห้อง ส่วนอัมพิกานอนคนเดียว 1 ห้อง เรียกได้ว่าโรงแรมนี้เป็นโรงแรมม่านรูดที่มีไว้ให้คนพื้นที่มาฟิจเจอริ่งกันจริงๆ เพราะในห้องจะมีถุงยางอนามัยวางหน้ากระจกให้พร้อม เรียกไว้ว่า ห้องแอร์ราคาคืนละ 300 บาทแถมถุงยาง 2 ชิ้นนั้นถูกมาก 
 
พอได้เวลาประมาณตี 4 ผมตื่นขึ้นมาต้มมาม่าคัพและกาแฟกินในขณะที่หนุ่มยังนอนกรนอยู่ หลังจากอาบน้ำอาบท่าและปลุกน้องๆ เสร็จ พวกเราก็ออกเดินทาง และแล้ว ในที่สุด รุ่งอรุณแห่งการล่า ก็ใกล้เข้ามาถึงมากขึ้นเรื่อยๆ
 
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่