คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 46
เพิ่มเติมนะคะ //
-- แฟนติดปัญหาเรื่องเวลา คือเค้าทำงานเป็นกะค่ะ เข้าเช้าบ้างบ่ายบ้างดึกบ้าง แล้วแต่ผู้จัดการจะจัดให้ค่ะ ส่วนเรื่องวันหยุด เค้าหยุดแบบRandomค่ะ ยากมากที่จะหยุดตรงกับเสาร์-อาทิตย์ ที่เราหยุดประจำ เพราะเสาร์-อาทิตย์ เป็นวันหยุดผู้จัดการเค้าค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าเค้าไม่พยายามหาเวลาค่ะ แต่เวลาเค้าไม่เอื้อมากกว่าค่ะ
- และด้วยเราทำงานกันคนละจังหวัด มันเลยยากต่อการเดินทางค่ะ เพราะถ้าบางทีเค้าเข้ากะดึก-หยุด-เช้า ก็คือเข้า5ทุ่ม เค้าจะเลิกงาน8โมงเช้า วันหยุดเค้าก็ต้องนอนค่ะ เพราะเพิ่งเลิกงานมา กว่าจะตื่นก็เย็นแล้ว และวันต่อไปก็เข้า7โมงเช้า เค้าก็จะขับรถมาหาเราไม่ได้ แต่ถ้าพ่อกับแม่เราให้เค้านอนบ้านเรา เค้าก็จะยอมขับมาค่ะ
-- นิสัยแฟนนะคะ เค้าเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งค่ะ เค้าขยันทำงาน ทางครอบครัวเค้าเป็นหัวสมัยใหม่ค่ะ
-- แฟนเคยมาหาเราค่ะ เราแนะนำตัวให้ทางครอบครัวเรารับรู้แล้ว ถึงพูดไม่ค่อยเก่ง แต่เค้าก็พยายามชวนพ่อแม่เราคุยค่ะ พยายามถามไถ่หาเรื่องคุย เคยมากินข้าวกับครอบครัวแล้วแล้วด้วยค่ะ แต่ไม่เคยนอนที่บ้านเรา เพราะพ่อกับแม่เราไม่ยอม ถึงนอนแยกห้องก็ไม่ได้ค่ะ
-- เราทั้งคู่มีแพลนจะหมั้นกันสิ้นปี64ค่ะ หมั้นกันตามธรรมเนียมไปก่อน พร้อมเมื่อไหร่ก็จะแต่งค่ะ แต่ตอนนี้เราทั้งคู่อยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว สินสอดเราคุยกันไว้ว่าจะช่วยกันเก็บ เหมือนที่พ่อกับแม่เราแต่งงานค่ะ
-- เรากับแฟนมีปัญหาตรงที่ทางบ้านเราไม่ยอมให้ไปหาเค้าค่ะ จะต้องให้ฝ่ายชายมาหาเรา ทั้งๆที่พ่อแม่เราเค้าเข้าใจงานของแฟนเราว่าเค้าไม่มีเวลา รู้ค่ะว่าพวกเค้าเป็นห่วง แต่อยากให้พวกเค้าปล่อยๆเราบ้าง หรือบางทีอยากให้เค้าเข้าใจเรา เพราะเรากับพ่อแม่ ความคิดคนละแบบเลยค่ะ เราเด็กรุ่นใหม่ความคิดยุคใหม่ ไม่เหมือนพ่อกับแม่
- แฟนเราเค้าเลิกงานดึก แล้วจะขับรถข้ามจังหวัดมาหาเราได้ไหม อันนี้เราบอกเลยค่ะว่า "ได้" แต่คนทำงานมาทั้งคืน ยังไม่ได้นอน แถมต้องขับรถข้ามจังหวัดเพื่อมาหา แล้วเค้าไม่ได้พักผ่อน ตอนเย็นเค้าก็ต้องขับกลับต่างจังหวัด เพื่อกลับไปนอนที่บ้านเค้าอีกหรอคะ อันนี้อันตรายมากค่ะ
- เราเลยเกิดข้อสงสัยว่าทำไมครอบครัวอื่นถึงยอมรับกับเรื่องแบบนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวฝ่ายญ.หรือช. เราไม่เคยทำอะไรเสียๆหายๆเลย ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้กับฝ่ายไหน งานการเราไม่เคยเสียหรือขาดตกบกพร่อง รับผิดชอบได้ดีตลอด
-- เราอายุแค่23 ก็จริงค่ะ เราแค่ความคิดเป็นของตัวเอง เรารู้อะไรดีหรือไม่ดี เพราะพ่อแม่ก็อบรมสั่งสอนมาดี แต่เราคิดว่าเรื่องบางเรื่องเค้าควรสอนเราและปล่อยให้เราได้แก้ปัญหาเองบ้างค่ะ เพราะบางทีเราเชื่อแต่พ่อกับแม่มันก็ไม่ได้ถูกเสมอไป อีกอย่างยุคที่เค้าโตมา กับยุคที่เราโตมา มันก็คนละยุคสมัยแล้วค่ะ
-- แฟนติดปัญหาเรื่องเวลา คือเค้าทำงานเป็นกะค่ะ เข้าเช้าบ้างบ่ายบ้างดึกบ้าง แล้วแต่ผู้จัดการจะจัดให้ค่ะ ส่วนเรื่องวันหยุด เค้าหยุดแบบRandomค่ะ ยากมากที่จะหยุดตรงกับเสาร์-อาทิตย์ ที่เราหยุดประจำ เพราะเสาร์-อาทิตย์ เป็นวันหยุดผู้จัดการเค้าค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าเค้าไม่พยายามหาเวลาค่ะ แต่เวลาเค้าไม่เอื้อมากกว่าค่ะ
- และด้วยเราทำงานกันคนละจังหวัด มันเลยยากต่อการเดินทางค่ะ เพราะถ้าบางทีเค้าเข้ากะดึก-หยุด-เช้า ก็คือเข้า5ทุ่ม เค้าจะเลิกงาน8โมงเช้า วันหยุดเค้าก็ต้องนอนค่ะ เพราะเพิ่งเลิกงานมา กว่าจะตื่นก็เย็นแล้ว และวันต่อไปก็เข้า7โมงเช้า เค้าก็จะขับรถมาหาเราไม่ได้ แต่ถ้าพ่อกับแม่เราให้เค้านอนบ้านเรา เค้าก็จะยอมขับมาค่ะ
-- นิสัยแฟนนะคะ เค้าเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งค่ะ เค้าขยันทำงาน ทางครอบครัวเค้าเป็นหัวสมัยใหม่ค่ะ
-- แฟนเคยมาหาเราค่ะ เราแนะนำตัวให้ทางครอบครัวเรารับรู้แล้ว ถึงพูดไม่ค่อยเก่ง แต่เค้าก็พยายามชวนพ่อแม่เราคุยค่ะ พยายามถามไถ่หาเรื่องคุย เคยมากินข้าวกับครอบครัวแล้วแล้วด้วยค่ะ แต่ไม่เคยนอนที่บ้านเรา เพราะพ่อกับแม่เราไม่ยอม ถึงนอนแยกห้องก็ไม่ได้ค่ะ
-- เราทั้งคู่มีแพลนจะหมั้นกันสิ้นปี64ค่ะ หมั้นกันตามธรรมเนียมไปก่อน พร้อมเมื่อไหร่ก็จะแต่งค่ะ แต่ตอนนี้เราทั้งคู่อยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว สินสอดเราคุยกันไว้ว่าจะช่วยกันเก็บ เหมือนที่พ่อกับแม่เราแต่งงานค่ะ
-- เรากับแฟนมีปัญหาตรงที่ทางบ้านเราไม่ยอมให้ไปหาเค้าค่ะ จะต้องให้ฝ่ายชายมาหาเรา ทั้งๆที่พ่อแม่เราเค้าเข้าใจงานของแฟนเราว่าเค้าไม่มีเวลา รู้ค่ะว่าพวกเค้าเป็นห่วง แต่อยากให้พวกเค้าปล่อยๆเราบ้าง หรือบางทีอยากให้เค้าเข้าใจเรา เพราะเรากับพ่อแม่ ความคิดคนละแบบเลยค่ะ เราเด็กรุ่นใหม่ความคิดยุคใหม่ ไม่เหมือนพ่อกับแม่
- แฟนเราเค้าเลิกงานดึก แล้วจะขับรถข้ามจังหวัดมาหาเราได้ไหม อันนี้เราบอกเลยค่ะว่า "ได้" แต่คนทำงานมาทั้งคืน ยังไม่ได้นอน แถมต้องขับรถข้ามจังหวัดเพื่อมาหา แล้วเค้าไม่ได้พักผ่อน ตอนเย็นเค้าก็ต้องขับกลับต่างจังหวัด เพื่อกลับไปนอนที่บ้านเค้าอีกหรอคะ อันนี้อันตรายมากค่ะ
- เราเลยเกิดข้อสงสัยว่าทำไมครอบครัวอื่นถึงยอมรับกับเรื่องแบบนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวฝ่ายญ.หรือช. เราไม่เคยทำอะไรเสียๆหายๆเลย ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้กับฝ่ายไหน งานการเราไม่เคยเสียหรือขาดตกบกพร่อง รับผิดชอบได้ดีตลอด
-- เราอายุแค่23 ก็จริงค่ะ เราแค่ความคิดเป็นของตัวเอง เรารู้อะไรดีหรือไม่ดี เพราะพ่อแม่ก็อบรมสั่งสอนมาดี แต่เราคิดว่าเรื่องบางเรื่องเค้าควรสอนเราและปล่อยให้เราได้แก้ปัญหาเองบ้างค่ะ เพราะบางทีเราเชื่อแต่พ่อกับแม่มันก็ไม่ได้ถูกเสมอไป อีกอย่างยุคที่เค้าโตมา กับยุคที่เราโตมา มันก็คนละยุคสมัยแล้วค่ะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
แก้ปัญหาง่ายๆ คือมาสู่ขอตบแต่งละครับ พ่อแม่ไม่ใช่หัวโบราญ แต่คุณข้ามขั้นตอนไปเองนี่ คบตั้งแต่อยู่รร.มันก็ผิดพลาด แถมยังไปหาเขา มันใช่หรืออย่ากลัวเลยเรื่องไม่มีสามีน่ะ เดี๋ยวจะแถอีกไหมสมัยนี้มันยุคไหนแล้ว แต่ทำอะไรให้มันถูกต้องทำเหมือนชาวบ้านเขา พ่อแม่อยากให้ลูกเป็นฝั่งเป็นฝาทำถูกต้อง วันนี้คุณมาเขียนโพนทะนาว่าแม่หัวโบราญอนาคตคุณมีลูกสาวก็ต้องห่วงครับ
ความคิดเห็นที่ 8
แฟนคุณไม่เข้าหาผู้ใหญ่ก่อน ไม่มีเวลาก็จริง แต่ควรสละเวลาเข้ามาหาผู้ใหญ่ทางนี้บ้าง มันเป็นการเรียนรู้นิสัยใจคอก่อนพ่อแม่ช่วยกรองด้วย อยากได้ลูกสาวเขาก็จะคุยแต่กับลูกสาวเขางั้นรึ
เค้าก็เชื่อตามความเชื่อของเขา ผู้หญิงไปหาผู้ชายยังไงมันก็ดูไม่งาม ถ้าหมั้นหมาย/ แต่งงานกันแล้วก็ว่าไปอย่าง หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง ฟังไว้ก็ไม่เสียหาย
ถ้าเกิดว่าผู้ชายเป็นฝ่ายมาหาบ้าง มันจะจะโอเคกว่า เพราะอยู่ในสายตาพ่อแม่ ท่านได้รับรู้ ไม่ใช่ไปเจอกัน 2 คน
เสริม..
พอแม่คุณ ท่านปั้นลูกสาวมาดี ส่งเสริมอยากให้เป็นครู อาชีพครูเป็นงานที่มีเกียรติ น่าเชื่อถือ เป็นต้นแบบของเด็กนักเรียน ได้รับความไว้ใจจากผู้ปกครอง ท่านก็อยากเห็นคุณอยู่ในความประพฤติการปฏิบัติตนที่มันเหมาะสม (เพื่อใคร) ก็เพื่อภาพลักษณ์และคุณค่าของตัวคุณเองนั่นแหละ
เค้าก็เชื่อตามความเชื่อของเขา ผู้หญิงไปหาผู้ชายยังไงมันก็ดูไม่งาม ถ้าหมั้นหมาย/ แต่งงานกันแล้วก็ว่าไปอย่าง หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง ฟังไว้ก็ไม่เสียหาย
ถ้าเกิดว่าผู้ชายเป็นฝ่ายมาหาบ้าง มันจะจะโอเคกว่า เพราะอยู่ในสายตาพ่อแม่ ท่านได้รับรู้ ไม่ใช่ไปเจอกัน 2 คน
เสริม..
พอแม่คุณ ท่านปั้นลูกสาวมาดี ส่งเสริมอยากให้เป็นครู อาชีพครูเป็นงานที่มีเกียรติ น่าเชื่อถือ เป็นต้นแบบของเด็กนักเรียน ได้รับความไว้ใจจากผู้ปกครอง ท่านก็อยากเห็นคุณอยู่ในความประพฤติการปฏิบัติตนที่มันเหมาะสม (เพื่อใคร) ก็เพื่อภาพลักษณ์และคุณค่าของตัวคุณเองนั่นแหละ
ความคิดเห็นที่ 12
อันนี้มุมมองคนภายนอกนะครับ
อยู่ก่อนแต่งตั้งแต่สมัยเรียนไม่ใช่ประเด็นสำคัญแล้วเพราะมันเกิดขึ้นแล้ว
แต่คุณในฐานะผู้หญิง ถ้าผมมีลูกสาวแล้วเป็นแบบในวงเล็บของคุณคือ...
(ส่วนใหญ่เราจะเป็นคนขับรถไปหาแฟนเองค่ะ เพราะแฟนเราเค้าไม่ค่อยมีเวลา)
เป็นผมก็คงกังวล (นี่ยังไม่ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับอุปนิสัยแฟนผู้ชายของคุณอีก เมื่อดูจากกระทู้ก่อนหน้า)
(รวมถึงบทบาทของแฟนของคุณที่มีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ของคุณเป็นยังไง เคยมาเข้าหา กินข้าว ทำความรู้จักกันบ้างป่าว)
(การวางตัวระหว่างคุณกับที่บ้านและคุณกับแฟน คุณให้น้ำหนักส่วนไหนมากกว่า ถ้าคุณเอาแต่ไปหาแฟนจนละเลยที่บ้านอันนี้จะโกรธก็ไม่แปลก)
ทั้งหมดไม่เชิงเป็นเรื่องหัวโบราณ แต่มันเจือปนไปด้วยความรักและห่วงใย
ผมมองว่าคนรุ่นใหม่อย่างคุณ ใช้คำกับ "พ่อแม่ว่าหัวโบราณ" ผมมองว่ามันเป็นคำเหยียดกลายๆ ด้วยซ้ำ
พอๆ กับการวิจาร์ณสีผิวหรือรูปร่างคนอื่น นี่เป็นพ่อแม่แท้ๆ ที่เลี้ยงมา ถ้าผมเป็นพ่อแม่แล้วได้ยินผมคงรู้สึกเสียใจ
ส่วนวิธีที่แนะนำก็คงทำให้พ่อแม่คุณเชื่อมั่นในตัวแฟนคุณให้มากกว่านี้ว่าแฟนคุณจะดูแลคุณได้
ไม่ใช่มีแต่คุณไปดูแลเขาละมั้ง
อายุแค่ 23 มุมมองอาจจะใช้มุมมองตัวเองเป็นส่วนใหญ่
เอาไว้ผ่านโลกมาเยอะๆ คุณอาจจะเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการสื่อ
และมองหลายๆ มิติมากขึ้น
อยู่ก่อนแต่งตั้งแต่สมัยเรียนไม่ใช่ประเด็นสำคัญแล้วเพราะมันเกิดขึ้นแล้ว
แต่คุณในฐานะผู้หญิง ถ้าผมมีลูกสาวแล้วเป็นแบบในวงเล็บของคุณคือ...
(ส่วนใหญ่เราจะเป็นคนขับรถไปหาแฟนเองค่ะ เพราะแฟนเราเค้าไม่ค่อยมีเวลา)
เป็นผมก็คงกังวล (นี่ยังไม่ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับอุปนิสัยแฟนผู้ชายของคุณอีก เมื่อดูจากกระทู้ก่อนหน้า)
(รวมถึงบทบาทของแฟนของคุณที่มีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ของคุณเป็นยังไง เคยมาเข้าหา กินข้าว ทำความรู้จักกันบ้างป่าว)
(การวางตัวระหว่างคุณกับที่บ้านและคุณกับแฟน คุณให้น้ำหนักส่วนไหนมากกว่า ถ้าคุณเอาแต่ไปหาแฟนจนละเลยที่บ้านอันนี้จะโกรธก็ไม่แปลก)
ทั้งหมดไม่เชิงเป็นเรื่องหัวโบราณ แต่มันเจือปนไปด้วยความรักและห่วงใย
ผมมองว่าคนรุ่นใหม่อย่างคุณ ใช้คำกับ "พ่อแม่ว่าหัวโบราณ" ผมมองว่ามันเป็นคำเหยียดกลายๆ ด้วยซ้ำ
พอๆ กับการวิจาร์ณสีผิวหรือรูปร่างคนอื่น นี่เป็นพ่อแม่แท้ๆ ที่เลี้ยงมา ถ้าผมเป็นพ่อแม่แล้วได้ยินผมคงรู้สึกเสียใจ
ส่วนวิธีที่แนะนำก็คงทำให้พ่อแม่คุณเชื่อมั่นในตัวแฟนคุณให้มากกว่านี้ว่าแฟนคุณจะดูแลคุณได้
ไม่ใช่มีแต่คุณไปดูแลเขาละมั้ง
อายุแค่ 23 มุมมองอาจจะใช้มุมมองตัวเองเป็นส่วนใหญ่
เอาไว้ผ่านโลกมาเยอะๆ คุณอาจจะเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการสื่อ
และมองหลายๆ มิติมากขึ้น
ความคิดเห็นที่ 17
นี้ผมต้องเข้ามาตอบเพื่อให้คนที่เป็นครูแล้ว ควรจะเข้าใจหลักการหรือความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ให้มากกว่านี้หน่อยนะครับ คบกันแบบไม่บอก"พ่อ/แม่" มันก็ไม่ได้อยู่ในสายตาผู้ใหญ่แล้ว ถ้าคนที่เป็นพ่อผู้หญิงโครตเสียใจเลยอะที่ลูกทำแบบนั้น ผมนี้ตั้งแต่วันแรกที่ขอแฟนคบ ผมแมนๆบอกพ่อผู้หญิงรู้ตั้งแต่วันแรกที่ตกลงดูใจและครับ ก็ตอนวัยเรียนมหาลัยเหมือนคุณนั้นแหละ ช่วยกันเรียนให้ท่านทั้งสองฝั่งเห็น จนทำงานและเรียนต่อโท ผมก็ต้องอยู่ในสายตาตลอด หัดเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง ผมนี้โครตมีความสุขเลยที่ท่านทั้งสองฝั่งคอยเป็นห่วงและคอยสนับสนุน แม้กระทั่งอาจารย์มหาลัยทุกท่านก็ยังให้อยู่ในสายตา แบบนี้สิเรียกว่าโครตเท่ สำหรับผู้ชาย ไม่ใช่เอาชนะในแบบของเรา แต่ควรชนะใจพ่อกับแม่ในแบบที่ดีสำหรับเรา พ่อแม่ และแฟนไปพร้อมๆกันครับ
เพราะคุณคบกันแบบไม่ถูกวิธี แฟนคุณไม่แสดงความเป็นผู้นำที่ให้พ่อแม่คุณยอมรับแต่แรก ไม่ว่าคุณจะอายุ40-50ในสายตาคนเป็นพ่อแม่เป็นห่วงและมองเราเป็นเด็กเสมอครับ
เพราะคุณคบกันแบบไม่ถูกวิธี แฟนคุณไม่แสดงความเป็นผู้นำที่ให้พ่อแม่คุณยอมรับแต่แรก ไม่ว่าคุณจะอายุ40-50ในสายตาคนเป็นพ่อแม่เป็นห่วงและมองเราเป็นเด็กเสมอครับ
แสดงความคิดเห็น
มีพ่อแม่หัวโบราณ รับมือยังไงดี
ท่านโกรธมาก เราก็แบบ คิดว่าทำไมเค้ายังไม่ปล่อยเราสักที เราทำทุกอย่างที่ท่านต้องการแล้ว ไม่ว่าจะเรียนให้จบ อยากให้เป็นครู เราก็เป็นให้ค่ะ ที่ผ่านมา เราใช้ชีวิตแบบอยู่ในกฏเกณฑ์ตลอด ไม่เคยได้มีชีวิตของตัวเอง จนตอนนี้ เราเหมือนจะทนไม่ไหวแล้ว ท่านเคยบอกเราว่า ที่เราทำมันเหมือนไม่ไว้หน้าพ่อกับแม่ ทำให้เค้าไม่มีที่ยืน เราอึดอัดมากค่ะ โตขนาดนี้แล้ว แต่ท่านไม่ยอมปล่อยสักที เราควรทำยังไงดีคะ