อายุแค่ 15 แต่ริอาจ "โกงอายุ" บริจาคโลหิตครั้งแรก เจ้าหน้าที่ไม่ตรวจบัตร ปปช. เลย จะมีปัญหาอะไรไหม ที่โกงอายุบริจาคโลหิต

หลานชายผมคนนึงอายุเพียง 15 ปี เรียนอยู่ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งหนึ่ง ย่านราชเทวี อนุสาวรีย์ชัย ในซอยราชวิถี 5 

โดยภายในวิทยาลัย หลานชายผมได้เป็นแกนนำจิตอาสาป้องกันเอดส์ เทิดพระเกียรติพระองค์เจ้าโสมสวลี ในเครือข่ายของสภากาชาดไทย 

หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า เหล่าอาสายุวกาชาด ครับ

โดยอาจารย์ท่านที่เป็นหัวหน้าเครือข่าย ก็ได้เชิญเจ้าหน้าที่จากสภากาชาดไทย มารับบริจาคโลหิตที่วิทยาลัย โดยที่นักศึกษาสามารถเข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ได้หากอายุ 17 ปี

ซึ่งเหล่าอาสายุวกาชาดที่เป็นนักศึกษาหลายคนต่างก็พากันสมัครใจบริจาคโลหิตกับทางเจ้าหน้าที่กาชาดอย่างเต็มกำลัง

แต่ทว่า มีนักศึกษา ปวช.ปี 1 ซึ่งอายุเฉลี่ยแล้ว 15 ปี หลายต่อหลายคนด้วยกัน (ทุกคนมีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่อนุญาตให้บริจาคโลหิตได้) เด็กอายุ 15 ไม่ต่ำกว่าสิบราย ได้ทำการกรอกใบยินยอมเข้ารับบริจาคโลหิตครับ และทางเจ้าหน้าที่ก็อนุญาต..? (ได้ไงอ่ะ)

หลานชายผม อายุ 15 เองก็ได้กรอกใบยินยอมบริจาคโลหิตกับทางเจ้าหน้าที่เหมือนเพื่อนอาสายุวะคนอื่นๆ โดยได้กรอกปีเกิดด้วยลายมือ เป็นปี 2545 ทั้งที่จริงๆ มันเกิดปี 2548 อายุเพิ่งจะ 15 ปีเท่านั้นเอง 

พอกรอกใบยินยอมและตอบคำถามด้านหลังครบถ้วน เจ้าหน้าที่ก็ตรวจเอกสาร แต่ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ตรวจบัตรประจำตัวประชาชนเลยครับ..! (ทำไมไม่ตรวจ) 

ผมก็ว่าแปลก

เพราะการบริจาคโลหิต มีอายุกำหนดตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งควรจะตรวจบัตรประจำตัวประชาชนด้วยเพราะอาจจะมีผลกระทบกับร่างกายของผู้บริจาคโลหิตหากอายุต่ำกว่าเกณฑ์หรือมากกว่าเกณฑ์

แต่ทว่าเจ้าหน้าที่ก็ไม่ยี่หระ ปล่อยให้หลานชายผมและเด็กอายุ 15 ปีคนอื่นๆ บริจาคโลหิตได้อย่างง่ายดาย ไม่ตรวจบัตรประจำตัวประชาชนสักคน 

"แถมยังบอกอีกว่า หากจะไปบริจาคโลหิตครั้งต่อไป ก็ให้เอาบัตรประจำตัวผู้บริจาคโลหิต ที่เป็นบัตรลักษณะของกระดาษพับสีขาวที่เจ้าหน้าที่ให้ในวันนี้ เอาไปยื่นที่สภากาชาดใหญ่ ถ.อังรีดูนัง ได้เลยเพราะถือว่าได้บริจาคโลหิตไปแล้วมีประวัติทุกคน" (ประวัติในที่นี้จะถูกกรอกอยู่ในข้อมูลคอมพิวเตอร์ของสภากาชาดไทย โดยข้อมูลในคอมของกาชาดก็จะเป็นอายุที่กรอกในใบบริจาคโลหิตครั้งแรกนั่นแหละครับ ซึ่งเป็นอายุที่โกงลงไปนั่นเอง ซึ่งหากกาชาดได้ตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนจริงๆ ก็กลัวว่าหลานชายผมมันจะมีปัญหาไปด้วย อีกอย่างหากมันบริจาคโลหิตครบจพนวนครั้งที่กำหนดแล้วต้องเข้ารับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ก็กลัวว่ามันจะไม่ได้รับเพราะบัตรประจำตัวประชาชนมีปีเกิดไม่ตรงกับข้อมูลในคอมของกาชาดนี่แหละครับ)

ซึ่งการบริจาคโลหิตจากการโกงอายุในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ก็ยังออกบัตรประจำตัวผู้บริจาคโลหิตในลักษณะของบัตรกระดาษพับสีขาว (ต่างจากการที่ไปบริจาคกับสภากาชาดโดยตรง ซึ่งจะออกเป็นบัตรแข็งให้ เพราะถ้าเป็นหน่วยบริจาคโลหิตไม่ว่าจะไปตั้งที่ศูนย์ใด ก็จะออกเป็นกระดาษขาวแผ่นพับทุกที่ครับ ท่านที่เข้ามาอ่านก็คงเคยเห็นว่าบัตรประจำตัวผู้บริจาคโลหิตที่กรอกข้อมูลลงไปเองโดยเป็นกระดาษพับสีขาวนั้นเป็นยังไงกันนะ)

ทีนี้ผมก็เลยเกิดความสงสัยครับว่าทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ตรวจบัตรประจำตัวประชาชนผู้บริจาคโลหิตครั้งแรก เพราะถ้าอายุไม่ถึงและโกงอายุบริจาคมันอาจจะมีผลกระทบกับทางร่างกายเป็นเหตุแรก ซึ่งต้องส่งผลกระทบในทางไม่ดีอย่างแน่นอน

ประเด็นที่ 2 หากการโกงอายุเพื่อบริจาคโลหิตไม่เป็นปัญหาใดๆ ทั้งในทางร่างกายและในทางกฎหมาย
เราจะสามารถไปบริจาคโลหิตที่สภากาชาดไทยครั้งต่อไปได้อีกจริงหรือไหมครับ

สุดท้าย ตอนนี้ ข้อมูลของหลานชายผมถูกบันทึกไว้ในคอมของสภากาชาดไทยเรียบร้อยแล้ว โดยบันทึกปีเกิดเป็น 2545 คือผมสงสัยว่าหากมันบริจาคโลหิตครบเกณฑ์ที่กำหนดได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ผมกลัวว่ามันจะไม่ได้รับครับ เพราะปีเกิดตามบัตรประชาชนไม่ตรงกับข้อมูลในกาชาดไทย ตรงนี้จะเป็นปัญหาหรือไม่ครับอย่างไร

นี่คือประเด็นที่สงสัยจึงนำมาสอบถามครับว่าการโกงอายุบริจาคโลหิตจะมีผลกระทบด้านใดบ้าง หรืออาจจะส่งผลกระทบอย่างไร จะมีปัญหาไหมหากโกงอายุในครั้งแรกแล้วโกงต่อไปเรื่อยๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่